Hikaru Fujita สส. หญิงญึ่ปุ่นที่ยืนยันว่า ถึงท้องอยู่ก็ทำงานการเมืองได้ และมีเป้าหมายลดอคติต่อผู้หญิงท้องในญี่ปุ่น
ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ผู้สมัครหญิง Hikaru Fujita จากพรรคแอลดีพี (LDP) วัย 35 ไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณชนมาก่อนว่าคนที่ต่อสู้ในการแข่งขันครั้งนี้ไปพร้อมกันกับเธอคือลูกในท้อง เพราะกังวลว่าการให้คนรับรู้ว่าเธอกำลังท้อง อาจกระทบต่อการหาเสียงของเธอได้
แต่หลังจากนั้น Fujita ก็ตัดสินใจประกาศผ่านโซเชียลฯ ส่วนตัวว่าเธอกำลัง ‘ได้รับพรจากชีวิตใหม่เล็กๆ’ อยู่ตอนนี้
“ฉันต้องการทำให้เห็นว่าถึงจะท้อง ก็สามารถทำงานได้ นี่คือสิ่งที่ฉันอยากส่งต่อให้กับคนรุ่นใหม่ค่ะ” Hikaru Fujita กล่าว ซึ่งข่าวดีนี้ทำให้ชาวเน็ตส่วนหนึ่งเข้ามาแสดงความยินดีกับเธอ แต่ก็ยังมีส่วนหนึ่งที่คอมเมนต์ว่า “เธอควรอยู่บ้าน เป็นแม่บ้าน เลี้ยงลูกมากกว่าจะมาเป็นนักการเมือง” บางคนถึงกับบอกว่า “การที่ผู้หญิงทำงาน แล้วลางานไปคลอด ถือว่าเป็นการสิ้นเปลืองภาษีประเทศโดยใช่เหตุ”
และเสียงวิพากษ์เหล่านี้เองที่อาจทำให้ Fujita ต้องทำใจว่าจะเจอกับภารกิจที่หนักหนาแน่นอน เมื่อเป้าหมายของนักการเมืองอย่างเธอคือการ ‘ทวงคืน’ พื้นที่ให้ผู้หญิงซึ่งถูกเลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะผู้หญิงที่ ‘เป็นแม่’ และโดยเฉพาะใน ‘ที่ทำงาน’
เพราะในสังคมญี่ปุ่น อคติต่อ ‘ผู้หญิงท้อง’ ไม่ใช่เรื่องคิดไปเอง แต่ถึงขนาดมีคำเรียกเฉพาะกันเลยว่า ‘Matahara’ ซึ่งหมายถึงการคุกคามหรือกลั่นแกล้งผู้หญิงที่กำลังท้อง แม่หลังคลอด หรือกำลังเป็นแม่ที่เลี้ยงลูก ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ในสังคมญี่ปุ่น เมื่อผู้หญิงที่ท้อง มักจะได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม
ในญี่ปุ่น กฎหมายระบุไว้ว่าผู้หญิงสามารถลางานเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้มากถึง 1-2 ปี นั่นเลยนำมาสู่การเกิดอคติต่อผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ รวมถึงแม่หลังคลอดที่จำเป็นต้องเลี้ยงลูกเล็ก จนบ่อยครั้งที่พวกเธอได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมและถูกกลั่นแกล้งในที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็น การที่องค์กรไม่อนุญาตให้ลางานไปเลี้ยงลูก หรือหนักกว่านั้นคือการถูกบังคับให้ทำงานที่หนักเกินไป ไปจนถึงการได้รับคำพูดไม่ดีเกี่ยวกับการตั้งท้อง
นโยบายของ Hikaru Fujita คือนอกจากเธอจะผลักดันและสนับสนุนผู้หญิงเป็นหลักแล้ว เธอยังต้องการเปลี่ยนทัศนคติของคนญี่ปุ่นที่มีต่อผู้หญิงท้อง ด้วยการยืนยันว่าผู้หญิงที่ท้อง หรือมีครอบครัว ก็สามารถทำงานได้ไม่ด้อยไปกว่าใคร ไม่เว้นแม้แต่การเป็นนักการมือง
พร้อมๆ กับที่เธอยังจะผลักดันนโยบายลดความเหลื่อมล้ำของค่าแรงระหว่างผู้ชายและผู้หญิง รวมถึงขยายสิทธิและสวัสดิการการดูแลเด็กในญี่ปุ่นมากขึ้นด้วย โดยมีม็อตโต้ประจำใจของเธอว่า จะ “พยายามให้ดีที่สุด แบบไม่ปล่อยให้ตัวเองทำงานหนักเกินไป”
Fujita เป็นผู้สมัครหญิงจากจังหวัดนากาโน่ มีดีกรีจบจากฮาร์วาร์ด เคยทำงานด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เคยเข้าร่วมโครงการขีปนาวุธเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจของกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น และยังเคยทำงานใน McKinsey & Company บริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการ (Management Consulting) ชั้นนำระดับโลก
Fujita ตั้งใจที่จะทำงานให้กับจังหวัดนากาโน่ ที่ปัจจุบันผู้คนพากันย้ายออกจากเมือง จนเกือบจะกลายเป็นเมืองร้างไปแล้ว นอกจากนั้น เธอยังมีความคิดที่อยากสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับการเมืองญี่ปุ่นทุกวันนี้ที่มีทั้งความแตกแยก แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย และมีความเป็นระบบราชการที่ล้าหลังมากเกินไปด้วย
และอีกหนึ่งคนที่อยู่เบื้องหลัง Fujita ก็คือสามีของเธอ Tomohiro Fujita ศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์ ผู้ตัดสินใจพักงานประจำของตัวเอง เพื่อมาช่วยภรรยาหาเสียงในช่วงที่ผ่านมาด้วย
Fujita ยอมรับว่า คอมเมนต์ในแง่ลบต่างๆ ที่มีต่อเธอนั้นช่างบั่นทอนกำลังใจ และ ‘น่าผิดหวัง’ เอามากๆ แม้แต่การลงพื้นที่หาเสียง บ่อยครั้งที่ผู้ชายมักจะไม่ค่อยสนใจเธอ หรือมองหน้าเธอเวลาพูดกับพวกเขา แต่จะกล้ามองหน้า กล้าสบตา และฟังสามีของเธอที่ยืนอยู่ข้างๆ แทนมากกว่า แต่ทั้งหมดนั่นยิ่งทำให้เธอฮึกเหิมในการปรับจูนทัศนคติสังคมญี่ปุ่นที่มีต่อผู้หญิงมากกว่าเดิม ไม่ว่าพวกเธอจะท้องหรือไม่ท้องก็ตาม ซึ่งข้อนี้ สามีของ Fujita เองก็บอกว่า “เป็นเพราะพวกเขากำลังอยู่ต่อหน้า ‘ผู้หญิงที่มีอำนาจ’ และนั่นคงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับพวกเขา”
“ถ้าฉันแพ้ศึกครั้งนี้ ฉันเกรงว่ามันจะกลายเป็นความสิ้นหวังสำหรับผู้หญิงรุ่นต่อๆ ไป งานของฉันจึงเป็นการผลักดันนโยบาย โดยที่ตัวฉันเองก็ยังต้องสุขภาพดีและปลอดภัยด้วยค่ะ”
Fujita เป็นหนึ่งในผู้สมัครหญิงที่มีจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ นั่นคือมีผู้สมัครหญิงกว่า 313 คน จากผู้สมัครทั้งหมด 1,285 คน ซึ่งนับว่ามีจำนวนผู้หญิงกว่า 1 ใน 4 ทีเดียว
อย่างไรก็ตาม หากว่ากันด้วยที่นั่งในสภา ผู้หญิงก็ยังมีเพียง 68 ที่นั่ง จาก 465 ที่นั่ง ซึ่งสะท้อนว่าการเมืองยังคงเป็นพื้นที่ของผู้ชายมากกว่าผู้หญิงอยู่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ Sanae Takaichi นายกหญิงฯ คนล่าสุดของญี่ปุ่นที่มาจากพรรคเดียวกัน มีแนวคิดอนุรักษ์นิยมสายแข็ง และปฏิเสธที่จะพูดถึงประเด็นบทบาท สิทธิ รวมถึงความเท่าเทียมของผู้หญิงมาโดยตลอด
นั่นยิ่งอาจทำให้การมาถึงของ สส. หญิงอย่าง Fujita ยังอาจเป็นหนึ่งก้าวเล็กๆ ที่ท้าทายระบบปิตาธิปไตยในระบบการเมือง รวมถึงความคิดของสังคมญี่ปุ่นที่มีต่อผู้หญิงได้ไม่น้อย
อ้างอิง
https://www.nytimes.com/2026/02/06/world/asia/japan-election-pregnant-candidate.html
https://www.instagram.com/p/DUkX9P9kn05/
https://www.thairath.co.th/scoop/world/2913873
https://tpaeduways.com/jp-harassment/
ภาพโดย : Noriko Hayashi for The New York Times
บทความต้นฉบับได้ที่ : Hikaru Fujita สส. หญิงญึ่ปุ่นที่ยืนยันว่า ถึงท้องอยู่ก็ทำงานการเมืองได้ และมีเป้าหมายลดอคติต่อผู้หญิงท้องในญี่ปุ่น
บทความที่เกี่ยวข้อง
- การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในความสัมพันธ์ของ ‘ยิปซี - นิโคลัส’ เมื่อคนที่ใช่ก็ยังต้องพยายาม และเรียนรู้ที่จะเคารพในความต่าง เพราะชีวิตคู่คือการเป็นทีมเดียวกัน
- ‘โม-แพร’ เคมีสุดไวรัลของสองเมนเทอร์สาวข้ามเพศจาก THE TAKE (ฮอร์โมน) ที่หลายคนเขินและจิ้นมาก! มาพร้อมแฮชแท็ก #wlw #คบผู้หญิงโคตรมีความสุข ซึ่งสะท้อนถึงมุมมองที่กว้างขึ้นของผู้บริโภคต่อ ‘แซฟฟิก’ ในสื่อไทย
- จากคราฟต์ท้องถิ่นไทยสู่เส้นขอบฟ้ากลางมหานครนิวยอร์กกับ ‘Up to the Sky’ รันเวย์สูงเสียดฟ้าในแมนฮัตตันของ 4 แบรนด์แฟชั่นไทย ที่เดบิวต์คอลเลกชัน Fall-Winter 2026 ณ New York Fashion Week
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com