โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Hikaru Fujita สส. หญิงญึ่ปุ่นที่ยืนยันว่า ถึงท้องอยู่ก็ทำงานการเมืองได้ และมีเป้าหมายลดอคติต่อผู้หญิงท้องในญี่ปุ่น

Mirror Thailand

อัพเดต 17 ก.พ. เวลา 13.21 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. เวลา 13.21 น.
ภาพไฮไลต์

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ผู้สมัครหญิง Hikaru Fujita จากพรรคแอลดีพี (LDP) วัย 35 ไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณชนมาก่อนว่าคนที่ต่อสู้ในการแข่งขันครั้งนี้ไปพร้อมกันกับเธอคือลูกในท้อง เพราะกังวลว่าการให้คนรับรู้ว่าเธอกำลังท้อง อาจกระทบต่อการหาเสียงของเธอได้

แต่หลังจากนั้น Fujita ก็ตัดสินใจประกาศผ่านโซเชียลฯ ส่วนตัวว่าเธอกำลัง ‘ได้รับพรจากชีวิตใหม่เล็กๆ’ อยู่ตอนนี้

“ฉันต้องการทำให้เห็นว่าถึงจะท้อง ก็สามารถทำงานได้ นี่คือสิ่งที่ฉันอยากส่งต่อให้กับคนรุ่นใหม่ค่ะ” Hikaru Fujita กล่าว ซึ่งข่าวดีนี้ทำให้ชาวเน็ตส่วนหนึ่งเข้ามาแสดงความยินดีกับเธอ แต่ก็ยังมีส่วนหนึ่งที่คอมเมนต์ว่า “เธอควรอยู่บ้าน เป็นแม่บ้าน เลี้ยงลูกมากกว่าจะมาเป็นนักการเมือง” บางคนถึงกับบอกว่า “การที่ผู้หญิงทำงาน แล้วลางานไปคลอด ถือว่าเป็นการสิ้นเปลืองภาษีประเทศโดยใช่เหตุ”

และเสียงวิพากษ์เหล่านี้เองที่อาจทำให้ Fujita ต้องทำใจว่าจะเจอกับภารกิจที่หนักหนาแน่นอน เมื่อเป้าหมายของนักการเมืองอย่างเธอคือการ ‘ทวงคืน’ พื้นที่ให้ผู้หญิงซึ่งถูกเลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะผู้หญิงที่ ‘เป็นแม่’ และโดยเฉพาะใน ‘ที่ทำงาน’

เพราะในสังคมญี่ปุ่น อคติต่อ ‘ผู้หญิงท้อง’ ไม่ใช่เรื่องคิดไปเอง แต่ถึงขนาดมีคำเรียกเฉพาะกันเลยว่า ‘Matahara’ ซึ่งหมายถึงการคุกคามหรือกลั่นแกล้งผู้หญิงที่กำลังท้อง แม่หลังคลอด หรือกำลังเป็นแม่ที่เลี้ยงลูก ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ในสังคมญี่ปุ่น เมื่อผู้หญิงที่ท้อง มักจะได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม

ในญี่ปุ่น กฎหมายระบุไว้ว่าผู้หญิงสามารถลางานเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้มากถึง 1-2 ปี นั่นเลยนำมาสู่การเกิดอคติต่อผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ รวมถึงแม่หลังคลอดที่จำเป็นต้องเลี้ยงลูกเล็ก จนบ่อยครั้งที่พวกเธอได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมและถูกกลั่นแกล้งในที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็น การที่องค์กรไม่อนุญาตให้ลางานไปเลี้ยงลูก หรือหนักกว่านั้นคือการถูกบังคับให้ทำงานที่หนักเกินไป ไปจนถึงการได้รับคำพูดไม่ดีเกี่ยวกับการตั้งท้อง

นโยบายของ Hikaru Fujita คือนอกจากเธอจะผลักดันและสนับสนุนผู้หญิงเป็นหลักแล้ว เธอยังต้องการเปลี่ยนทัศนคติของคนญี่ปุ่นที่มีต่อผู้หญิงท้อง ด้วยการยืนยันว่าผู้หญิงที่ท้อง หรือมีครอบครัว ก็สามารถทำงานได้ไม่ด้อยไปกว่าใคร ไม่เว้นแม้แต่การเป็นนักการมือง

พร้อมๆ กับที่เธอยังจะผลักดันนโยบายลดความเหลื่อมล้ำของค่าแรงระหว่างผู้ชายและผู้หญิง รวมถึงขยายสิทธิและสวัสดิการการดูแลเด็กในญี่ปุ่นมากขึ้นด้วย โดยมีม็อตโต้ประจำใจของเธอว่า จะ “พยายามให้ดีที่สุด แบบไม่ปล่อยให้ตัวเองทำงานหนักเกินไป”

Fujita เป็นผู้สมัครหญิงจากจังหวัดนากาโน่ มีดีกรีจบจากฮาร์วาร์ด เคยทำงานด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เคยเข้าร่วมโครงการขีปนาวุธเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจของกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น และยังเคยทำงานใน McKinsey & Company บริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการ (Management Consulting) ชั้นนำระดับโลก

Fujita ตั้งใจที่จะทำงานให้กับจังหวัดนากาโน่ ที่ปัจจุบันผู้คนพากันย้ายออกจากเมือง จนเกือบจะกลายเป็นเมืองร้างไปแล้ว นอกจากนั้น เธอยังมีความคิดที่อยากสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับการเมืองญี่ปุ่นทุกวันนี้ที่มีทั้งความแตกแยก แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย และมีความเป็นระบบราชการที่ล้าหลังมากเกินไปด้วย

และอีกหนึ่งคนที่อยู่เบื้องหลัง Fujita ก็คือสามีของเธอ Tomohiro Fujita ศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์ ผู้ตัดสินใจพักงานประจำของตัวเอง เพื่อมาช่วยภรรยาหาเสียงในช่วงที่ผ่านมาด้วย

Fujita ยอมรับว่า คอมเมนต์ในแง่ลบต่างๆ ที่มีต่อเธอนั้นช่างบั่นทอนกำลังใจ และ ‘น่าผิดหวัง’ เอามากๆ แม้แต่การลงพื้นที่หาเสียง บ่อยครั้งที่ผู้ชายมักจะไม่ค่อยสนใจเธอ หรือมองหน้าเธอเวลาพูดกับพวกเขา แต่จะกล้ามองหน้า กล้าสบตา และฟังสามีของเธอที่ยืนอยู่ข้างๆ แทนมากกว่า แต่ทั้งหมดนั่นยิ่งทำให้เธอฮึกเหิมในการปรับจูนทัศนคติสังคมญี่ปุ่นที่มีต่อผู้หญิงมากกว่าเดิม ไม่ว่าพวกเธอจะท้องหรือไม่ท้องก็ตาม ซึ่งข้อนี้ สามีของ Fujita เองก็บอกว่า “เป็นเพราะพวกเขากำลังอยู่ต่อหน้า ‘ผู้หญิงที่มีอำนาจ’ และนั่นคงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับพวกเขา”

“ถ้าฉันแพ้ศึกครั้งนี้ ฉันเกรงว่ามันจะกลายเป็นความสิ้นหวังสำหรับผู้หญิงรุ่นต่อๆ ไป งานของฉันจึงเป็นการผลักดันนโยบาย โดยที่ตัวฉันเองก็ยังต้องสุขภาพดีและปลอดภัยด้วยค่ะ”

Fujita เป็นหนึ่งในผู้สมัครหญิงที่มีจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ นั่นคือมีผู้สมัครหญิงกว่า 313 คน จากผู้สมัครทั้งหมด 1,285 คน ซึ่งนับว่ามีจำนวนผู้หญิงกว่า 1 ใน 4 ทีเดียว

อย่างไรก็ตาม หากว่ากันด้วยที่นั่งในสภา ผู้หญิงก็ยังมีเพียง 68 ที่นั่ง จาก 465 ที่นั่ง ซึ่งสะท้อนว่าการเมืองยังคงเป็นพื้นที่ของผู้ชายมากกว่าผู้หญิงอยู่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ Sanae Takaichi นายกหญิงฯ คนล่าสุดของญี่ปุ่นที่มาจากพรรคเดียวกัน มีแนวคิดอนุรักษ์นิยมสายแข็ง และปฏิเสธที่จะพูดถึงประเด็นบทบาท สิทธิ รวมถึงความเท่าเทียมของผู้หญิงมาโดยตลอด

นั่นยิ่งอาจทำให้การมาถึงของ สส. หญิงอย่าง Fujita ยังอาจเป็นหนึ่งก้าวเล็กๆ ที่ท้าทายระบบปิตาธิปไตยในระบบการเมือง รวมถึงความคิดของสังคมญี่ปุ่นที่มีต่อผู้หญิงได้ไม่น้อย

อ้างอิง

https://www.nytimes.com/2026/02/06/world/asia/japan-election-pregnant-candidate.html

https://www.instagram.com/p/DUkX9P9kn05/

https://www.thairath.co.th/scoop/world/2913873

https://tpaeduways.com/jp-harassment/

ภาพโดย : Noriko Hayashi for The New York Times

บทความต้นฉบับได้ที่ : Hikaru Fujita สส. หญิงญึ่ปุ่นที่ยืนยันว่า ถึงท้องอยู่ก็ทำงานการเมืองได้ และมีเป้าหมายลดอคติต่อผู้หญิงท้องในญี่ปุ่น

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...