เมื่อการชวนคนอื่นขุดค้นความรู้สึก แบบขาดความรู้ความเข้าใจ อาจเปลี่ยน ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ให้กลายเป็น ‘ความบอบช้ำ’ ของผู้มาเยี่ยมเยือน
*บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของซีรีส์ ‘สาธุ 2’
ในช่วงที่ผ่านมาสาธุ 2 เป็นหนึ่งในซีรีส์ไทยที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเรื่องหนึ่ง เพราะนอกจากการฉีกกระชากมุมมองในเรื่องสังคมและศาสนาแล้ว ในการกลับมาครั้งนี้ ซีรีส์เลือกที่จะพาเราไปไกลขึ้นกว่าเดิม ผ่านการนำเสนอที่ซับซ้อน และมีชั้นเชิงกว่าที่เป็นมา
หากไม่นับเรื่องศาสนาที่เป็นแก่นแกนของการนำเสนอ อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการเสียดสี ‘พื้นที่ฮีลใจ’ ที่กำลังเป็นเทรนด์และกระแสอยู่ในปัจจุบัน
หนึ่งในฉากที่น่าสนใจของซีรีส์ สาธุ 2 คือช่วงที่ ‘ดล’ อดีตพระนักเทศน์ชื่อดัง และ ‘เดียร์’ ออร์แกไนเซอร์เจนใหม่ในสถานการณ์นี้ จัดเซสชัน Wellness Retreat สุดหรู ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ เสียงขันธิเบต และถ้อยคำปรัชญาที่ดลพรั่งพรูออกมาเพียงฝ่ายเดียว โดยมีเดียร์ทำหน้าที่ถ่ายทอดความหมายในอีกภาษา แต่แทนที่ความสงบจะเยียวยา กลับไปสะกิดบาดแผลทางใจ (trauma) ของผู้เข้าร่วมคนหนึ่ง จนนำไปสู่ความพยายามในการจบชีวิต
ฉากดังกล่าวชวนให้เราตั้งคำถามถึงปรากฏการณ์ร่วมสมัยที่ ‘การดูแลใจ’ กลายเป็นหนึ่งในสินค้ายอดนิยม ใครๆ ก็สามารถเป็นโฮสต์หรือผู้จัดกิจกรรมได้ เพียงมีสถานที่สวย การจัดการที่ดูเป็นมืออาชีพ และวาทศิลป์นิ่งลึกที่สร้างภาพลักษณ์ของ “ความรู้แจ้ง” ที่ดูยิ่งใหญ่เท่านั้นเอง
ราวกับว่าความเชี่ยวชาญในด้านจิตวิทยา ความสามารถในการให้คำปรึกษาหรือบำบัด ใบประกอบวิชาชีพ และความพร้อมที่จะรับมือกับผลที่ตามมา กลับเป็นประเด็นที่ถูกผลักไว้ในเกือบจะท้ายที่สุด
เมื่อความพยายามผ่อนคลาย นำไปสู่ความวิตกกังวล
ในทางจิตวิทยา การทำสมาธิหรือการพาคนกลับไปสำรวจสภาวะภายในอย่างลึกซึ้งโดยผู้ที่ขาดความเชี่ยวชาญ อาจไม่ได้นำไปสู่ความสงบเสมอไป มีงานวิจัยที่สำรวจผู้ฝึกสมาธิระยะยาว พบว่าผู้เข้าร่วมกว่า 62% รายงานผลข้างเคียงบางอย่าง เช่น ความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้น ความสับสน หรือการรับรู้ถึงอารมณ์ด้านลบของตนเองที่ทวีความรุนแรง ปรากฏการณ์นี้บางครั้งถูกเรียกว่า Relaxation-Induced Anxiety (RIA) หรือความวิตกกังวลที่เกิดจากความพยายามผ่อนคลาย ซึ่งชี้ให้เห็นว่า หากไม่มีกระบวนการคัดกรอง การเตรียมพร้อม และการสนับสนุนที่เหมาะสม จุดประสงค์ที่ดีอาจนำไปสู่ผลที่คาดไม่ถึงได้
จาก “การเปิดใจ” สู่ “การเปิดแผล”: ความสำคัญของกรอบความปลอดภัย
เหตุการณ์ในสาธุ 2 สะท้อนถึงความเสี่ยงเมื่อพื้นที่ที่อ้างว่าปลอดภัยดูเหมือนจะไม่ได้เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่แท้จริง เพราะขาด “กรอบ” ที่จะรองรับอารมณ์หรือบาดแผลที่อาจปะทุออกมา นี่คือเหตุผลที่แวดวงสุขภาพจิตได้พัฒนาแนวคิดเช่น Trauma-Informed Care (TIC) ขึ้นมา
TIC ไม่ได้หมายถึงการรักษาบาดแผลทางใจโดยตรง แต่คือการออกแบบกระบวนการทุกอย่างโดยคำนึงว่า ผู้เข้าร่วมอาจมีประวัติกระทบกระเทือนจิตใจอยู่ รวมถึงการสร้างความไว้วางใจ ความโปร่งใส ให้อำนาจในการตัดสินใจแก่ผู้เข้าร่วม และที่สำคัญคือ การ “ป้องกันการกระตุ้นซ้ำ” (Retraumatization) ของบาดแผลเดิม ผ่านการเลือกคำพูดและกิจกรรมอย่างระมัดระวัง แค่ “เจตนาดี” จึงอาจยังไม่เพียงพอ หากขาดความเข้าใจเชิงลึกและมาตรการป้องกันเหล่านี้
การดูแลใจในไทยมีมากขึ้น แต่เรื่องมาตรฐานอาจยังไม่ดีมากพอ
นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดีที่อย่างน้อยเทรนด์ก็ยังเป็นไปในเรื่องของการดูแลกายและการดูแลใจ โดยเรื่องความรู้สึกและสภาวะต่างๆ ก็ถูกนำมาเสนอผ่านสื่อซึ่งช่วยสร้างความตระหนักรู้ให้มีมากขึ้นกว่าแต่ก่อน อย่างไรก็ตาม เทรนด์การเติบโตที่ช่วยดึงดูดความสนใจ ทำให้เราเห็นภาพของนักบำบัดมือสมัครเล่น (paraprofessional) กันมากยิ่งขึ้น โดยศูนย์ความรู้นโยบายเด็กและครอบครัว (คิด for คิดส์) ได้ให้คำอธิบายในเรื่องนี้ไว้ว่า กลุ่มคนดังกล่าวเรียกตัวเองว่าเป็น ‘นักจิตวิทยาการปรึกษา’ หรือ ‘นักบำบัด’ ทั้งที่ผ่านการอบรมแค่เพียงระยะสั้น หรืออาจไม่เคยผ่านการฝึกฝนเลย
แม้เกิดจากความปรารถนาดี แต่ก็อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้รับบริการที่มีความเปราะบางอยู่แล้ว และหากเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาก็ยากที่กฎหมายจะเอาผิด เพราะอาจยังไม่ได้รับการดูแลจากรัฐที่ชัดเจน หรือบางศาสตร์ที่ยังไม่เป็นที่ยอมรับแต่มาจากการพัฒนาและต่อยอดจากวัฒนธรรมต่างๆ ทั่วโลกก็ยังนับว่าอยู่ในสภาวะครึ่งๆ กลางๆ ไม่ได้มีการรับรองอย่างเป็นรูปธรรมจากองค์กรที่เกี่ยวข้อง แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้มีกฎหมายเพื่อการดูแลจัดการที่ครอบคลุมอีกเช่นกัน
แล้วพื้นที่แบบไหนถึงจะปลอดภัยเพียงพอ?
แม้เรื่องราวทั้งหมด อาจจะดูว่าการดูแลใจเป็นเรื่องที่ยากและวุ่นวาย แต่ความเป็นจริง การเยียวยาใจในระดับเบื้องต้นไม่จำเป็นต้องซับซ้อนหรือจ่ายแพงเสมอไป บางครั้งบทสนทนาธรรมดากับ “คนที่ไว้ใจ” เช่น การพูดคุยก่อนนอนกับแม่ที่ต่างยอมรับความผิดในอดีตและขอโทษกัน ก็อาจเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ทรงพลัง เพราะตั้งอยู่บนการยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข (Unconditional Positive Regard) ตามแนวคิดของ Carl Rogers
แม้แต่การสนทนาแบบเพื่อนช่วยเพื่อน (Peer-to-Peer Talk) ก็สามารถช่วยพยุงใจได้ หากเป็นการฟังอย่างไม่ตัดสินและรู้ขอบเขต โครงการ Friendship Bench ในซิมบับเวที่ฝึกฝนอาสาสมัครในชุมชนให้เป็นผู้ฟังโดยใช้เทคนิคการบำบัดแบบสั้นๆ ชี้ให้เห็นว่า แม้ไม่ใช่นักบำบัด การสนทนาอย่างมีโครงสร้างสามารถลดอาการซึมเศร้าได้อย่างมีนัยสำคัญ ตราบใดที่รู้ว่าเมื่อไรควรรับฟัง และเมื่อไรควรส่งต่อให้มืออาชีพ
หรือแม้กระทั่งตัวบุคคลเอง ก็ยังมีวิธีการมากมายที่ช่วยผ่อนคลายใจผ่านงานอดิเรกง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การเขียน หรือแม้กระทั่งการนอนพักเฉยๆ
แต่อย่าลืมว่า ความเชื่อใจไม่ใช่ใบอนุญาตบำบัด และความปรารถนาดีไม่ได้แปลว่าผลลัพธ์จะออกมาดีเสมอไป เพราะฉะนั้นก่อนจะตัดสินใจ “เปิดใจ” ในกิจกรรมใด หรือกับใคร เราอาจต้องถามตัวเองว่า พื้นที่ตรงหน้านั้นพร้อมรับมือกับสิ่งที่ถูกเปิดออกมาหรือไม่ เพราะในวันที่เราปลดเปลื้องอาภรณ์ทางอารมณ์ออกไป ในวันที่ความรู้สึกเราเปลือยอยู่กับบุคคลตรงนั้น เราจะมั่นใจได้อย่างไร ว่าเขาจะสามารถดูแลเราได้อย่างแท้จริง
แม้เราจะไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าศาสตร์ไหนถูก ศาสตร์ไหนผิด โรงเรียนไหนดีกว่าโรงเรียนไหน แต่อย่างน้อยในฐานะผู้ที่กำลังจะเปิดใจ นอกเหนือจากการนำเสนอที่สวยหรู หรือคำพูดที่กินใจแล้ว เราอยากจะชวนทุกคนให้มองลึกลงไป ว่าพื้นที่ที่เรากำลังจะเดินเข้าไป มีผู้ดูแลเป็นใคร มีประวัติ มีการศึกษา มีใบประกอบวิชาชีพ หรือมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง ก็อาจจะช่วยสร้างความปลอดภัยได้มากขึ้น
อ้างอิง:
- Shapiro, D. H. (1992). Adverse effects of meditation: A preliminary investigation of objective and subjective variables. https://deanehshapirojr.org/wp-content/uploads/2016/10/Adverse-Effect-of-Meditation.pdf
- Substance Abuse and Mental Health Services Administration (SAMHSA). (2015). Trauma-Informed Care in Behavioral Health Services. https://library.samhsa.gov/sites/default/files/sma15-4420.pdf
- Rogers, C. R. (1951). Client-centered therapy: Its current practice, implications and theory. https://www.researchgate.net/publication/226947646_Client-Centered_Therapy
- ABC News (2019). How city benches are encouraging conversations about mental health. https://abcnews.go.com/GMA/Wellness/city-benches-encouraging-conversations-mental-health/story?id=64774855
บทความต้นฉบับได้ที่ : เมื่อการชวนคนอื่นขุดค้นความรู้สึก แบบขาดความรู้ความเข้าใจ อาจเปลี่ยน ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ให้กลายเป็น ‘ความบอบช้ำ’ ของผู้มาเยี่ยมเยือน
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath