โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

อนุทิน ไม่หวั่น เลิกสัญญาอิตาเลียนไทย ย้ำเป็นภัยสาธารณะ ท้าฟ้องศาลได้เลย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อนุทิน ไม่หวั่น เลิกสัญญาอิตาเลียนไทย ย้ำเป็นภัยสาธารณะ ท้าฟ้องศาลได้เลย

เมื่อเวลา 14.40 น. วันที่ 16 ม.ค. ที่บริเวณถนนพระราม 2 ทางเข้าสะพานท่าจีนจังหวัดสมุทรสาคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าเหตุเครนก่อสร้างถล่ม บริเวณถนนพระราม 2 ขาออก พื้นที่ จ.สมุทรสาคร ก่อนขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน

โดยนายอนุทินให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ ว่า ตนมาดูพื้นที่ว่าอะไรเกิดขึ้น ดูสภาพหน้างานและมาหาข้อมูล โดยเฉพาะเรื่องการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต ส่วนเรื่องทางเทคนิค ทางเจ้าของงานคือกรมทางหลวง กำลังจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาสาเหตุ

นายอนุทินยังกล่าวอีกว่า สาเหตุเบื้องต้นอย่างที่ตนบอกไปขณะนี้เรายังเข้าไปในจุดเกิดเหตุไม่ได้เพราะมีซากปรักหักพังเต็มไปหมด สิ่งที่ต้องทำคือต้องถอดชิ้นส่วนต่างๆ ไปทำการตรวจสอบ แต่แน่นอนว่าสาเหตุมาจากตัวทรัคเครน หรือเครนลอนเชอร์ เพราะล้มและทรุดตัวตรงนั้น ไม่ใช่ตัวโครงสร้างที่เป็นโครงสร้างคอนกรีต อันนั้นไม่ใช่

เมื่อถามว่าหลังจากนี้หากรื้อถอนทุกอย่างเสร็จหมดแล้วจะให้ความมั่นใจประชาชนอย่างไรว่าจะสามารถสัญจรได้ นายอนุทินกล่าวว่า สิ่งที่สร้างอยู่แล้วตรงนี้มีความแข็งแรง เรื่องที่สีคิ้วก็เกิดขึ้นจากเครนลอนเชอร์ ตอนที่หิ้ว segment คอนกรีตขึ้นไป ไม่ใช่ตัวคอนกรีต ไม่ใช่ตัวโครงสร้างหรือตัวเสา สมัยเกิดที่ปากท่อพระราม 2 ก็เช่นกัน เกิดขึ้นจากตัวโครงสร้างรองรับ (supporting Structure)

ในส่วนของทางผู้รับเหมากรณีเครนถล่มสีคิ้วขอโอกาสรัฐบาลสานต่อให้เสร็จ นายอนุทินเผยว่า ตรงนี้ในทางปกครองมันไม่ได้แล้ว รัฐบาลได้เห็นว่าเป็นความอันตรายต่อชีวิตทรัพย์สินของประชาชน เราได้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมอบนโยบายในการดำเนินการบอกเลิกสัญญาไปแล้ว มันมีบอกเลิกสัญญากับยกเลิกสัญญา ยกเลิกสัญญาก็คือเป็นการทำผิดในสัญญา แต่ตรงนี้ มันมีการกระทำที่มีความเป็นอันตรายต่อสาธารณประโยชน์ ประชาชนทั่วไป เราก็ต้องใช้คำสั่งทางปกครองในการดำเนินการ รัฐบาลก็ต้องทำแบบนี้

ในส่วนกรณีแบล๊กลิสต์ นายอนุทินยังบอกอีกว่า เรื่องแบล๊กลิสต์จะเป็นขั้นตอนต่อเนื่องไป เมื่อบอกเลิกสัญญา หรือมีการยกเลิกสัญญา หรือกระทำใดๆ ที่อยู่นอกเหนือสัญญา ทางเจ้าของงานก็จะดำเนินการบอกเลิกสัญญา ซึ่งจะไปเข้ากรณีทิ้งงาน พอทิ้งงานต่อไปก็จะเป็นในเรื่องของขึ้นบัญชีดำ มันเป็นขั้นตอนอยู่แล้ว

เมื่อถามว่ามีการถอดบทเรียนหลายครั้งกับเหตุการณ์เครนถล่มเส้นพระราม 2 เราจะจริงจังในเรื่องการนำมาตรการอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า มันจริงจังทุกครั้ง แต่ว่าคนที่ทำตรงนี้รัฐบาลไม่ได้สร้างเอง เราจ้างคนมาสร้าง คนที่มาสร้างในขณะที่มาประมูลงาน เขาก็มีคุณสมบัติครบ แต่พอระหว่างการทำงานเราก็ต้องมานั่งดูว่ามีการเหมาช่วงไปให้ใคร ผู้รับเหมาที่เหมาช่วงไปเคยมีประสบการณ์ทำงานแบบนี้หรือไม่ เครื่องมือเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกับผู้รับเหมาหลักหรือไม่ นี่คือเหตุที่ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ มันเจอแน่นอนไม่ต้องห่วง มันจะต้องมีกระบวนการผิดพลาดในกระบวนการก่อสร้าง

ต้องไปดำเนินคดีหรือใช้สิทธิ์ในการเรียกค่าเสียหายตรงนั้น แต่ในขณะนี้รัฐบาลไม่ได้ใช้และไม่ได้บอกกรมทางหลวงว่าเขาผิดสัญญาข้อไหน แต่รัฐบาลบอกว่านี่เป็นภัยต่อสาธารณชน มีความเป็นอันตรายเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก 4 ครั้งภายในระยะเวลา 10 เดือน เป็นต้น มองว่าอำนาจการตัดสินใจในทางปกครอง รัฐบาลมีสิทธิ์ที่จะให้แนวทางและนโยบาย แต่ต้องไม่นำมาผูกกับสัญญา ซึ่งสัญญาก็ต้องว่ากันไป ส่วนบริษัทคู่กรณีก็สามารถใช้สิทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรมได้

“แต่รัฐบาลไม่ให้ทำแล้วเจ้านี้ในโครงการที่เกิดเหตุขึ้น แต่เราจะบอกไม่ให้ทำเลยหากมีอยู่ 14 โครงการมันก็ไม่ได้ เพราะมันไม่รู้ว่า 14 โครงการจะเกิดเหตุแบบนี้หรือไม่ ทางรัฐมนตรีจึงบอกว่าบริษัทนี้ที่รับงานในโครงการลักษณะทางยกระดับ ต้องหยุด ต้องตรวจสอบ เราทำได้แค่นั้น” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินกล่าวต่อว่า โครงการที่เกิดเหตุนี้ชัดเจนว่าเป็นโครงการต่อเนื่องถนนพระราม 2 ทุกอย่างมาจากโครงสร้างทั้งหมด ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็เป็นโครงการต่อเนื่องรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ก็เป็นโครงการต่อเนื่อง ซึ่งเป็นความเสียหายแบบเดียวกันหมด จึงเป็นเหตุให้รัฐบาลบอกว่าพอแล้ว สำหรับบริษัทที่ดำเนินโครงการต่ำกว่ามาตรฐาน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าหากบริษัทคู่กรณีจะไปร้องศาลปกครองสามารถทำได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ก็ตามสบาย” สามารถใช้สิทธิ์ไปดำเนินการได้เพราะจะให้อยู่เฉยๆ ก็คงไม่ใช่ ตนมองว่ายิ่งดี ยิ่งใช้คำสั่งทางปกครองยิ่งดี สอบกันไปเรื่อยๆ ยิ่งเห็นความผิดพลาด ซึ่งก็จะมีหน่วยงานอิสระ หน่วยงานทางเทคนิค เข้าร่วมในการตรวจสอบด้วย เพื่อหาข้อเท็จจริงให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

เมื่อถามว่าสรุปแล้วสาเหตุหลักมาจากเครนลอนเชอร์ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า นี่เป็นจุดที่อันตราย และวิกฤตในการก่อสร้างลักษณะนี้ ซึ่งจุดไหนที่เป็นจุดล่อแหลมในการเกิดอันตรายก็ต้องใส่ใจและระมัดระวังเป็นพิเศษ

“ซึ่งเมื่อสักครู่ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ว่ามีจุดที่ก่อสร้างบางจุดไม่ได้ดึง segment คอนกรีตให้แน่น เพื่อให้เป็นก้อนเดียวกันและเกิดความมั่นคง แต่ผู้รับเหมาดันปล่อยให้ห้อยอยู่แบบนั้น ปล่อยค้างแบบนั้นตนมองว่าประมาทเลินเล่อ เมื่อวันนี้เกิดเหตุขึ้นแล้วตนจึงถามไปว่าแล้วทำไมถึงไม่ดึงให้แน่น ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มีเวลาดึง ซึ่งแน่นอนว่าการก่อสร้างแบบนี้ทางหลวงอนุญาตให้ทำงานแค่เฉพาะเวลากลางคืน เพราะต้องปิดการจราจร แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อคุณยกแท่งคอนกรีตขึ้นไปแล้วคุณจะไม่ดึงให้แน่น และปล่อยให้ห้อยต่องแต่ง และกลางวันเปิดการจราจรให้รถสัญจรไปมา ผมถือว่าเป็นการไม่ใส่ใจสำหรับผมเรียกว่าทั้งประมาทและเลินเล่อ ทำไมไม่ดึง ดึงไม่ได้ก็ต้องวางแผนใหม่ ทุกอย่างที่เป็นขั้นตอนของงาน ต้องทำให้เรียบร้อยก่อนเปิดพื้นผิวการจราจร” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินยังบอกอีกว่า เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะไปซ้ำเติมใคร เราต้องช่วยกันทำให้ทุกอย่างปลอดภัยสูงสุด มีที่ไหนในโลกที่จะเกิดเหตุติดกัน 2 วันซ้อนโดยบริษัทเดียวกัน แบบนี้คงลงกินเนสส์บุ๊ก ดังนั้นจึงต้องใช้คำสั่งทางปกครอง เพราะถ้าหากใช้คำสั่งไปเรียกร้องทางแพ่ง ไม่รู้ว่าอีกกี่ปีถึงจะจบ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อนุทิน ไม่หวั่น เลิกสัญญาอิตาเลียนไทย ย้ำเป็นภัยสาธารณะ ท้าฟ้องศาลได้เลย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...