โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ดร.เจษฎ์” ชี้ชัด อย่าปลุกกระแสล้มเลือกตั้งเพราะแพ้ ซัดแรง กกต.ต้องชัดเจนโปร่งใส ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งไม่ใช่ตัดสินโมฆะง่าย ๆ

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 13 ก.พ. เวลา 11.27 น.

“ดร.เจษฎ์” ชี้ชัด อย่าปลุกกระแสล้มเลือกตั้งเพราะแพ้ เตือนทุกฝ่ายยึดกฎหมาย–เคารพเสียง 35 ล้านประชาชน ซัดแรง กกต.ต้องชัดเจนโปร่งใส ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งไม่ใช่ตัดสินโมฆะง่าย ๆ หวั่นตั้งธงล่วงหน้าทำบ้านเมืองปั่นป่วน ขณะที่ ด้าน “วราภัสร์” ร่วมเวที ป.ป.ช. ผนึกพลังต้านทุจริต

วันที่ 13 ก.พ. 2569 รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ เข้าร่วมเสวนาภายในงาน รณรงค์เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และป้องกันการกระทำความผิดเกี่ยวกับการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

ซึ่ง รศ.ดร.เจษฎ์ บรรยายสรุปบนเวทีเสวนา ระบุว่า โครงสร้างอย่างเป็นทางการในการแก้ปัญหาการทุจริต การตรวจสอบในแต่ละระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของงานราชการ หรือหน่วยงานภาครัฐ จำเป็นต้องมี ร่วมถึงการสนธิกำลังระหว่างหน่วยงานในการร่วมกันแก้ปัญหา แต่ที่สำคัญที่สุด คือ ประชาชนอย่างพวกเราทุกคน ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา และเริ่มปฏิบัติจากตัวเราเอง ขณะที่ สว.ดร.วราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และความหลากหลายทางสังคม วุฒิสภา พร้อมคณะเข้าร่วม “งานรณรงค์เสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมและป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” ซึ่งจัดโดยสำนักงาน ป.ป.ช.

ส่วนประเด็นสถานการณ์ทางการเมือง รศ.ดร.เจษฎ์ ให้สัมภาษณ์ในภายหลังจบงาน ระบุว่าการเมืองภายหลังการเลือกตั้ง โดยเฉพาะกระแสการเรียกร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะจากความผิดปกติในหลายประเด็น ต้องเตือนสติทั้งผู้ควบคุมกฎและกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองให้ยึดโยงกับหลักกฎหมายและผลประโยชน์ของประชาชน 35 ล้านคนที่ออกมาใช้สิทธิ

ทั้งนี้ รศ.ดร.เจษฎ์ ได้อธิบายข้อกฎหมายเรื่อง "การเลือกตั้งโดยตรงและลับ" พร้อมยกกรณีในอดีตที่ศาลเคยสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะเนื่องจากการหันคูหาออกด้านนอก ทำให้คนภายนอก หรือตัวแทนพรรคการเมืองมองเห็นการลงคะแนนได้ ซึ่งถือว่าขัดต่อหลักความลับ ส่วนกรณี "บาร์โค้ด" บนบัตรเลือกตั้งในขณะนี้ รศ.ดร.เจษฎ์ ชี้ว่าต้องพิจารณาใน 3 ลำดับ คือ มีใครเห็นการลงคะแนน ณ ขณะนั้นจนไม่เป็นความลับหรือไม่ เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถทำให้ล่วงรู้ผลการลงคะแนนได้โดยง่ายหรือไม่ ซึ่งหากเป็นเพียงเครื่องมือในการ "ตรวจสอบย้อนกลับ" เพื่อยืนยันว่าเป็นบัตรจริง ไม่ใช่บัตรปลอมหรือบัตรยัดไส้ โดยไม่สามารถระบุตัวตนผู้ลงคะแนนกับหมายเลขบัตรประชาชนได้ การจะชี้ว่าไม่เป็นความลับจนถึงขั้นโมฆะนั้น "ไม่ใช่เรื่องง่าย"

“แต่ท้ายที่สุดต้องบอกอย่างนี้ครับว่า ทางคณะกรรมการก็ต้องฝากเอาไว้นะครับ กกต. ท่านต้องอธิบายสิ่งต่าง ๆ ให้ชัด ท่านต้องทำตัวให้น่าเชื่อถือ เพราะถ้าท่านโยกไปคลอนมา แล้วคนไม่ไว้ใจท่าน เรื่องที่มันอาจจะไม่ผิด คนก็จะมองว่าไม่ถูก เรื่องที่มันอาจจะถูก คนก็จะมองว่าผิด เพราะอะไรครับ เพราะว่าไม้หลักเมื่อมันปักไม่มั่นคง คนเขาก็จะไม่เชื่อถือเพราะมันคลอนไปโอนไปเอนมา ถูกไหมครับ” รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว

โดยในช่วงท้าย รศ.ดร.เจษฎ์ ได้กล่าวเตือนกลุ่มที่พยายามปลุกปั่นให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ โดยระบุว่าไม่ควรตั้งธงล่วงหน้าเพียงเพราะผลการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามที่หวัง หรือเพราะต้องการโอกาสแก้ตัวใหม่เร็ว ๆ โดยใช้ "กฎหมู่เหนือกฎหมาย"

“เรื่องการทุจริตอาจจะมี ซื้อสิทธิ์ขายเสียงอาจจะเกิดขึ้น ไปจัดการกับเรื่องพวกนั้น แต่ไม่ใช่ว่ามีเรื่องบ้างบางประการแล้วเราก็ทำลายการเลือกตั้งเลย ทำให้มันเป็นโมฆะ เพราะอะไร…ฉันแพ้ ฉันอยากจะแก้ตัวใหม่เร็ว ๆ ไม่อยากจะรอ หรือฉันรู้สึกว่าฉันได้ไม่มากเท่ากับที่ฉันคิดว่าฉันควรจะได้ ฉันก็เลยจะใช้วิธีว่าล้มกระดานเลย อันแบบนี้เนี่ย ผมว่าทำให้บ้านเมืองปั่นป่วนวุ่นวาย และสำนึกกันให้มาก ว่าตอนที่ท่านไปหาเสียง ตอนที่คุยกันกับพี่น้องประชาชน จะดูแลเขา จะทำให้บ้านเมืองดีขึ้น จะสุจริต จะตรงไปตรงมา จะอะไรก็แล้วแต่ กรรมการก็เหมือนกัน จะทำหน้าที่ด้วยกล้าหาญ จะทำให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรมเนี่ย คิดนึกเหล่านี้ แล้วช่วยกันหาทางออก ที่เป็นไปได้ที่จะไม่ทำให้การเลือกตั้งมันสูญสลายเสียไป ถ้ามันไม่ได้จริง ๆ หนทางสุดท้ายค่อยเป็นหนทางว่ามันเกิดโมฆะกรรมขึ้นนะครับ ไม่ใช่อย่างนั้น ถ้าตั้งธงโมฆะแน่ แบบนี้เนี่ยใคร ๆ ก็เฮโลสาระพาไปโมฆะแน่ครับ" รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวทิ้งท้าย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...