โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิกฤตความล่าช้าของโครงการอาร์เทมิส สหรัฐฯ กำลังจะพ่ายแพ้ในสงครามชิงดวงจันทร์ครั้งใหม่หรือไม่?

SPACEMAN

อัพเดต 12 ก.พ. เวลา 20.31 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. เวลา 13.31 น. • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

โครงการอาร์เทมิส (Artemis) คือความหวังสูงสุดขององค์การนาซา (NASA) ในการนำมนุษยชาติกลับไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้ง พร้อมเป้าหมายในการสร้างฐานที่มั่นเพื่อเตรียมพร้อมสู่ดาวอังคาร อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการเตรียมพร้อมของภารกิจอาร์เทมิส 2 (Artemis II) ที่มีกำหนดการส่งนักบินอวกาศไปโคจรรอบดวงจันทร์ในช่วงปี พ.ศ. 2569 กลับเริ่มมีเสียงเตือนดังขึ้นเรื่อย ๆ จากเหล่าผู้เชี่ยวชาญและอดีตผู้บริหารระดับสูงว่า สหรัฐฯ อาจพ่ายแพ้ให้กับจีนในศึกชิงความเป็นหนึ่งเหนืออวกาศครั้งนี้ หากไม่มีการปรับปรุงโครงสร้างการทำงานขนานใหญ่

ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดไม่ได้อยู่ที่ความสามารถทางเทคโนโลยี แต่อยู่ที่ความซับซ้อนเกินจำเป็นของระบบการทำงาน โดยอดีตผู้บริหารนาซาอย่าง ไมเคิล กริฟฟิน (Michael Griffin) ได้ให้การต่อสภาคองเกรสว่า โครงสร้าฃงการทำงานของโครงการในปัจจุบันมีความยุ่งยากซับซ้อนจนน่าเป็นห่วง และแม้แต่คำว่า "มาตรฐานระดับปานกลาง" ก็ยังดูจะเป็นการชมเชยเกินไปสำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน ขณะที่จีนได้ประกาศเป้าหมายชัดเจนที่จะส่งมนุษย์ลงจอดบนดวงจันทร์ภายในปี พ.ศ. 2573 ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าจีนมีความได้เปรียบในแง่ของความต่อเนื่องของนโยบายและการรักษาเป้าหมายในระยะยาวที่มั่นคงกว่า

อุปสรรคสำคัญที่โครงการอาร์เทมิสต้องเผชิญคือผลสืบเนื่องจากความขัดแย้งทางการเมืองในอดีต นับตั้งแต่โศกนาฏกรรมกระสวยอวกาศโคลัมเบียเมื่อปี พ.ศ. 2546 โครงการสำรวจดวงจันทร์ถูกปรับเปลี่ยนชื่อและเป้าหมายไปตามการผลัดเปลี่ยนของรัฐบาลแต่ละสมัย ตั้งแต่โครงการคอนสเตลเลชัน (Constellation) ในสมัยประธานาธิบดีบุช มาจนถึงการยกเลิกและปรับเปลี่ยนเป็นอาร์เทมิสในยุคต่อมา ส่งผลให้ฮาร์ดแวร์บางส่วน เช่น ยานโอไรออน (Orion) และระบบขนส่งอวกาศ (Space Launch System - SLS) กลายเป็นเทคโนโลยีที่ถูกปรับเปลี่ยนจนอาจไม่ตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ การเปลี่ยนรูปแบบการทำงานไปสู่การพึ่งพาภาคเอกชนภายใต้ระบบการแข่งขัน เช่น การจ้างบริษัทสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) และบลูออริจิน (Blue Origin) ในการสร้างระบบลงจอดมนุษย์ (Human Landing System - HLS) แม้จะช่วยกระตุ้นนวัตกรรมและลดค่าใช้จ่าย แต่ก็สร้างความเสี่ยงใหม่ ๆ โดยเฉพาะปัญหาด้านเทคนิคเรื่องเชื้อเพลิงเย็นจัด (Cryogenic fuels) ซึ่งการเติมเชื้อเพลิงประเภทนี้ในอวกาศเป็นเรื่องที่ยังไม่เคยมีใครทำสำเร็จมาก่อนในระดับอุตสาหกรรม และอาจต้องใช้การปล่อยจรวดจำนวนมหาศาลเพื่อเติมเชื้อเพลิงให้เพียงพอต่อการเดินทางไปยังพื้นผิวดวงจันทร์

ความพ่ายแพ้ในอวกาศอาจไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ใครไปถึงก่อน แต่หมายถึงการสูญเสียโอกาสในการกำหนด "มาตรฐานสากล" สำหรับกิจกรรมบนดวงจันทร์ในอนาคต หากจีนสามารถสร้างรากฐานได้ก่อน สหรัฐฯ อาจต้องกลายเป็นผู้ตามในเชิงกฎระเบียบและการสำรวจ ดังนั้น ทางออกที่ผู้เชี่ยวชาญเสนอคือการกลับมาทบทวนเพื่อสร้างระบบการลงจอดที่เรียบง่ายและเชื่อถือได้มากกว่าเดิม เพื่อรับประกันว่าสหรัฐฯ จะยังคงรักษาความเป็นผู้นำในพรมแดนอวกาศเอาไว้ได้

👨‍🚀 ข้อมูลอ้างอิง: IEEE Spectrum

  • NASA Still Has a Lot of Work to Do to Return to the Moon
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...