"ดร.เอ้ - ดร.คุณหญิงกัลยา"เดินหน้าหาเสียงพื้นที่ กทม.ช่วงโค้งสุดท้าย
(5ก.พ.69) เวลา 07.15 น. "ดร.เอ้" นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยก้าวใหม่ ลงพื้นที่หาเสียงในเขตหลักสี่และเขตจตุจักร โดยเริ่มพบปะพี่น้องประชาชนที่ตลาดเช้าเคหะทุ่งสองห้อง และโรงเรียนเคหะทุ่งสองห้องวิทยา 1 ก่อนเดินทางต่อไปยังตลาดประชานิเวศน์ 1 เพื่อช่วย นายชญาพัฒน์ โปร่งปรีชา ผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร เขต 8 หาเสียง
บรรยากาศการลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดเช้าเคหะทุ่งสองห้องเป็นไปอย่างคึกคัก พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนทั่วไปออกมาจับจ่ายใช้สอยในช่วงเช้าอย่างต่อเนื่อง โดยมีประชาชนเข้ามาทักทายนายสุชัชวีร์ พร้อมขอถ่ายภาพอย่างเป็นกันเอง ทั้งนี้ช่วงหนึ่งมีประชาชนสวมเสื้อสีส้มเข้ามาทักทาย พร้อมกล่าวว่า “ป้าใส่เสื้อสีส้ม แต่ป้าไม่ได้เลือกส้มนะคะ”
ดร.สุชัชวีร์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงพื้นที่ กล่าวว่า กระแสตอบรับก็ดีมาก เพราะพรรคไทยก้าวใหม่เราเดินตลาดเช้าทุกวัน พ่อค้าแม่ค้าดีใจที่ได้เจอ ดร.เอ้ ตัวจริง และหลาย ๆ คนก็บอกว่าเลือกอยู่แล้ว ได้กำลังใจทุกวันที่ไปเดิน
ดร.เอ้ สุชัชวีร์ กล่าวต่อไปว่า เชื่อว่าช่วงโค้งสุดท้ายจะมีการสาดโคลนกันในเรื่องของความขัดแย้งเป็นอย่างนี้มาตลอด 20 ปี ที่ตนเห็นมีการเลือกตั้งมา พี่น้องประชาชนไม่เบื่อหรือ สุดท้ายเป็นอย่างไรประเทศก็ถอยลงถอยลง ถ้าวันนี้ยังเลือกแบบเดิมพิสูจน์แล้วว่า ประเทศก็เดินหน้าต่อไม่ได้ มันก้าวใหม่ไม่ได้จริง ๆ หากเปิดหัวใจเปิดโอกาส ให้พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคคนรุ่นใหม่ มืออาชีพ ที่จะมาทำงานจริง ๆ ให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะดูแลเรื่องการศึกษา ทุกท่านจะไม่ผิดหวังจริง ๆ
ส่วนกรณีที่เลขาฯ กกต.ออกมาบอกว่า หากไม่เชื่อมั่นใน กกต.ก็อย่าไปเลือกตั้งนั้น ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า ตนมองว่าอีกมุมหนึ่งก็ทำให้คนสนใจไปเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 69 กันมากยิ่งขึ้น จึงอยากเชิญชวนประชาชนให้ไปเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้งเป็นการชี้อนาคตของท่านและลูกหลานของท่าน เช่นเดียวกัน ตนเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ กกต. ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเที่ยงธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้
“ท่านไม่ต้องกลัว หากท่านเที่ยงธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ สุดท้ายแล้วผลงานของ กกต. จะพิสูจน์เอง ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันเลือกตั้ง และต้องทำหน้าที่อย่างโปร่งใส ดีที่สุด รวมถึงหลังการเลือกตั้งด้วยประชาชนจะได้ไม่เคลือบแคลง” ดร.สุชัชวีร์ กล่าว
ด้าน ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และประธานพรรคไทยก้าวใหม่ ลงพื้นที่ช่วย นายกานต์ กิตติอำพน ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 1 เขตพระนคร, เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย, เขตสัมพันธวงศ์, เขตดุสิต (ยกเว้น แขวงถนนนครไชยศรี), เขตบางรัก หมายเลข 16 หาเสียงที่ตลาดเก่าเยาวราช พบปะพ่อค้าแม่ค้า รวมถึงประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย หลายคนสะท้อนว่าอยากให้ ดร.คุณหญิงกัลยา เข้าไปแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจและประเทศต่อไป
นอกจากนี้ มีประชาชนบอกว่า อยากเห็นอะไรใหม่ ๆ อยากเห็นประเทศเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น ดร.คุณหญิงกัลยา จึงเน้นย้ำไปว่า พรรคไทยก้าวใหม่พร้อมเข้ามาเปลี่ยนแปลงทำให้คุณภาพชีวิตของคนไทยดีขึ้นผ่านการพัฒนาทุนมนุษย์ หากเราเลือกสิ่งเดิม ๆ ประเทศชาติก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ต่อมา ดร.คุณหญิงกัลยา เดินหาเสียงต่อโดยข้ามจากตลาดเก่ามาฝั่งตรงข้ามเพื่อเดินต่อไปยังสำเพ็ง ระหว่างทางพบกับยายแป๋ว อายุ 78 ปี ซึ่งขายขนมรถเข็นอยู่ในพื้นที่ ยายแป๋วได้โผเข้ากอด ดร.คุณหญิงกัลยา ทั้งน้ำตา พร้อมอวยพรให้ ดร.คุณหญิงกัลยา ได้เข้าไปทำหน้าที่สภาฯ มั่นใจว่าคุณงามความดีและความซื่อสัตย์สุจริตของ ดร.คุณหญิงกัลยา ที่ทำมาตลอดจะนำพาประเทศไทยให้เจริญรุ่งเรืองได้แน่นอน
ทั้งนี้ มีหลายคนเข้ามาทักทายบอกจำได้ บางคนบอกได้ลงคะแนนให้พรรคไทยก้าวใหม่แล้ว ถือเป็นกำลังใจอย่างมากสำหรับคนทำงานการเมือง หลายคนสะท้อนถึงปัญหาเศรษฐกิจการค้าขาย ซึ่งพรรคไทยก้าวใหม่มีนโยบายที่จะช่วยผู้ค้าขายอิสระ และ SMEs ด้วยกองทุนช่วยเหลือ 2 หมื่นบาท ช่วยต่อลมหายใจให้คนทำงานด้วยบัตรประชาชนใบเดียว เงื่อนไขเป็นธรรม เปลี่ยนหนี้นอกระบบเป็นเงินที่หายใจได้ ทำให้เศรษฐกิจฐานรากเดินต่อ
ในตอนท้าย ดร.คุณหญิงกัลยา จึงขอโอกาสให้พรรคไทยก้าวใหม่ในช่วงโค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง ทั้ง สส. แบบแบ่งเขต และเลือกพรรคไทยก้าวใหม่เบอร์ 49 เพื่อมอบอนาคตที่ดีกว่าให้ลูกหลาน และประเทศด้วยนโยบายด้านการศึกษาที่ทำได้จริง และทำได้เลย
ทั้งนี้ ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง พรรคไทยก้าวใหม่ได้ดาวกระจายออกไปยังหลายพื้นที่เพื่อแนะนำนโยบาย และสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชน ไม่ว่าจะเป็น นายก้องเกียรติ กรสูต เลขาธิการพรรคไทยก้าวใหม่ นำทีม ลุย ห้วยขวาง–วังทองหลาง ชูนโยบายลงทุนเพื่อการศึกษา แก้ปัญหาปากท้องยั่งยืน
นอกจากนี้ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการเคลื่อนย้ายช้างป่า “พลายสีดอหูพับ” จากพื้นที่ อ.ภูหลวง จ.เลย จนทำให้ช้างล้มระหว่างเคลื่อนย้ายว่า ตนเองเชื่อว่าวันนี้เราสามารถดูแลคนและดูแลช้างได้พร้อมกัน จากที่ตนเองได้ลงพื้น จ.ระยอง และ จ.จันทบุรี พบปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง ถูกโขลงช้างลงมาทำลายพืชสวน ไร่นา และก็เข้าใจหัวใจของคนที่รักช้างเช่นเดียวกัน เพราะช้างเป็นสัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย
ดร.สุชัชวีร์ แนะนำแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยการติดเซ็นเซอร์ที่ตัวช้างเพียงแค่นิดเดียว เพื่อที่จะเชื่อมโยงกับดาวเทียมก็จะทำให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบรู้ว่าช้างอยู่จุดไหน โดยมีตัวอย่างแล้วจาก “วาฬ” ที่เราเคยเห็นกันในสารคดี แล้วเหตุใดถึงเอาเซ็นเซอร์มาติดให้ช้างไม่ได้ ซึ่งการติดเซ็นเซอร์ให้ช้าง จะทำให้เรารู้การเดินทางของช้าง ว่าช้างมาทางไหน เราจะได้สามารถเปลี่ยนทิศทางของช้างได้ โดยไม่ให้เขาเข้ามาในพื้นที่ของประชาชน หรือพื้นที่การเกษตรได้ ในขณะเดียวกันเราก็สามารถติดตามพฤติกรรมและจำนวนของช้างป่าไทยที่เราต้องอนุรักษ์ได้
ทั้งนี้ ดร.สุชัชวีร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตรงนี้เป็นนโยบายของพรรคไทยก้าวใหม่ เพราะหัวหน้าพรรคเป็นทั้งนักเทคโนโลยี เป็นวิศวกร จึงขออาสามาดูแลทั้งช้าง และคน ด้วยเทคโนโลยี เชื่อว่าแบบนี้ทุกคนก็สบายใจและช้างไทยก็ไม่สูญพันธุ์
#ข่าวเวิร์คพอยท์23