วอลล์สตรีทร่วงหนัก! หุ้นเทคกดดันตลาด หลัง Amazon ดิ่งแรง นักลงทุนลดความเสี่ยง
ตลาดการเงินโลกเผชิญแรงขายในวงกว้าง หลังความผันผวนในหุ้นเทคโนโลยีกลับมากดดันบรรยากาศการลงทุนอีกครั้ง โดยเฉพาะผลประกอบการของ Amazon ที่ต่ำกว่าคาด ขณะนักลงทุนเร่งลดความเสี่ยง (Risk-off) พร้อมจับตาทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลักทั่วโลก
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงแรง หุ้นเทคถ่วงดัชนี – Nasdaq ดิ่งเกือบ 1.6%
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงแรงในวันพฤหัสบดี (5 ก.พ. 2569) นำโดยแรงขายในหุ้นเทคโนโลยี หลัง Amazon ร่วงเกือบ 10% จากผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาด และการใช้จ่ายลงทุนที่สูงกว่าตลาดประเมิน ส่งผลให้นักลงทุนกังวลต่อแนวโน้มกำไรของกลุ่ม Big Tech โดยรวม
- ดัชนี Dow Jones Industrial Average ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดที่ 48,908.72 จุด ลดลง 592.58 จุด (-1.20%)
- ดัชนี S&P 500 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดที่ 6,798.40 จุด ลดลง 84.32 จุด (-1.23%)
- ดัชนี Nasdaq Composite ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดที่ 22,540.586 จุด ลดลง 363.993 จุด (-1.59%)
หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ยังคงถูกเทขายต่อเนื่อง โดยกองทุน iShares Expanded Tech-Software Sector ETF (IGV) ร่วงแรงกว่า 5% และปรับลงมากกว่า 11% ในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความกังวลว่า AI จะกระทบโมเดลธุรกิจในระยะยาว ขณะที่ Bitcoin ดิ่งกว่า 13% สะท้อนแรงขายในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วกระดาน
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบยกแผง หลัง ECB–BoE คงดอกเบี้ย
ตลาดหุ้นยุโรป ปิดลบตามทิศทางวอลล์สตรีท หลังนักลงทุนประเมินผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนจำนวนมาก พร้อมรับรู้การตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BoE)
- ดัชนี STOXX 600 ตลาดหุ้นยุโรป ปิดที่ 611.65 จุด ลดลง 6.47 จุด (-1.05%)
- ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนี ปิดที่ 24,491.06 จุด ลดลง 111.98 จุด (-0.46%)
- ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ปิดที่ 8,238.17 จุด ลดลง 23.99 จุด (-0.29%)
หุ้น Rheinmetall ร่วงกว่า 6% หลังบริษัทส่งสัญญาณรายได้ปี 2026 ชะลอตัว ขณะที่ Volvo Cars ดิ่งหนักกว่า 22% จากกำไรไตรมาส 4 ที่หดตัวแรง ส่วนหุ้นพลังงานและอุตสาหกรรมถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง
ตลาดหุ้นอังกฤษอ่อนตัว หุ้นพลังงานถ่วง FTSE
ตลาดหุ้นลอนดอน ปรับตัวลงต่อเนื่อง หลังหุ้นพลังงานและการเงินถูกขายออก ภายหลังธนาคารกลางอังกฤษมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.75% ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ
- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นอังกฤษ ปิดที่ 10,309.22 จุด ลดลง 93.12 จุด (-0.90%)
หุ้น Shell ร่วงกว่า 3% หลังรายงานกำไรไตรมาส 4 ต่ำกว่าคาด ขณะที่ค่าเงินปอนด์อ่อนค่าลงแรง กดดันหุ้นนำเข้าวัตถุดิบและความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ
ราคาน้ำมันร่วงเกือบ 3% หลังสหรัฐฯ–อิหร่านเตรียมเจรจา
ราคาน้ำมันโลก ปรับตัวลงแรง หลังสหรัฐฯ และอิหร่านตกลงเปิดการเจรจาในโอมาน ลดความกังวลต่อความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และเพิ่มโอกาสที่อุปทานน้ำมันจะเข้าสู่ตลาดมากขึ้น
- WTI (ส่งมอบเดือนมีนาคม) ปิดที่ 63.29 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 1.85 ดอลลาร์ (-2.84%)
- Brent (ส่งมอบเดือนเมษายน) ปิดที่ 67.55 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 1.91 ดอลลาร์ (-2.75%)
นักวิเคราะห์ระบุว่า แม้การเจรจาจะช่วยคลายความเสี่ยงระยะสั้น แต่ตลาดยังคงผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ และทิศทางอุปสงค์พลังงานโลกที่ชะลอตัว
ราคาทองคำ–เงินร่วงแรง นักลงทุนเทขายหลังความผันผวนพุ่ง
ราคาทองคำและเงินเผชิญแรงขายหนัก หลังดอลลาร์แข็งค่า และนักลงทุนลดสถานะเก็งกำไร โดยเฉพาะราคาเงินที่ร่วงแรงจากแรงบังคับขาย (Forced liquidation)
- ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) อยู่ที่ราว 4,868 ดอลลาร์/ออนซ์ (-2.0%)
- ราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ (ส่งมอบเดือนเมษายน) อยู่ที่ 4,886.40 ดอลลาร์/ออนซ์ (-1.3%)
ขณะที่ราคาเงินตลาดสปอตดิ่งกว่า 13% สะท้อนแรงเก็งกำไรที่คลี่คลายลงอย่างรวดเร็ว นักวิเคราะห์ชี้ว่าการปรับเพิ่มมาร์จิ้นของตลาดโลหะมีส่วนเร่งแรงขายในรอบนี้
ดอลลาร์แข็งค่าแตะจุดสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ เงินปอนด์อ่อนแรง
ค่าเงินดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ท่ามกลางบรรยากาศหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของนักลงทุน และความไม่แน่นอนด้านการเมืองในยุโรปและอังกฤษ
- ดัชนี Dollar Index (DXY) อยู่ที่ 97.85 เพิ่มขึ้น 0.18%
- ปอนด์/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงสู่ 1.3550 ดอลลาร์
- ยูโร/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยที่ 1.1788 ดอลลาร์
นักวิเคราะห์มองว่า ดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากสถานะสินทรัพย์ปลอดภัย แม้ตลาดจะเริ่มลดความคาดหวังต่อการปรับลดดอกเบี้ยของเฟดในระยะใกล้