COM7 ยอดขาย Q1/69 โตดี ชู 4 ธุรกิจลูก ดันผลงานแกร่ง
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 25 ก.พ. เวลา 13.20 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. เวลา 06.20 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - COM7 คาดยอดขายไตรมาส 1/2569 เติบโตตามเป้า หลังเดือนมกราคม สามารถสร้างการเติบโตในระดับ 2 หลัก ขณะที่กุมภาพันธ์ทรงตัวจากฐานสูง พร้อมวางเป้าหมายขยายสาขาปีนี้อีก 100 สาขา รวมแตะ 1,438 สาขา ชู 4 ธุรกิจลูก ได้แก่ UFund, Gold Integrate, อีวีเซเว่น (EV7) และ iCare Insurance เป็น "New S-Curve" คาดดันสัดส่วนกำไรเพิ่มขึ้นแตะ 40% ในอีก 2 ปีข้างหน้า
นายถกล นิยมไทย นักลงทุนสัมพันธ์บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 เปิดเผยว่า แนวโน้มยอดขายในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 พบว่า เดือนมกราคมยังคงเติบโตได้ดีในระดับ 2 หลัก แม้เดือนกุมภาพันธ์จะทรงตัวเมื่อเทียบกับฐานที่สูงในปีก่อน แต่บริษัทยังมั่นใจว่าจะสามารถทำผลงานไตรมาสแรกได้ตามเป้าหมาย ตอกย้ำภาพลักษณ์การเติบโตอย่างมั่นคงตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ที่ COM7 สามารถทำรายได้โตเฉลี่ย 20% และกำไรเติบโตเฉลี่ย 31% มาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่ผ่านมาว่า ถือเป็นปีที่บริษัทก้าวเข้าสู่ New S-Curve อย่างเต็มตัว โดยสามารถทำรายได้รวมทั้งปีอยู่ที่ 87,255 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 10.4% และมีกำไรสุทธิสูงถึง 4,064 ล้านบาท เติบโต 22.3% ซึ่งเป็นการเติบโตในระดับสูงจากกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยง (Diversify) และการขับเคลื่อนของธุรกิจใหม่ที่เริ่มส่งผลกำไรอย่างชัดเจน ขณะที่ผลประกอบการเฉพาะไตรมาส 4/2568 บริษัทยังคงรักษาระดับกำไรที่หลักพันล้านบาทไว้ได้ โดยมีรายได้ 26,443 ล้านบาท เติบโต 12.7% และกำไรสุทธิ 1,208 ล้านบาท เติบโต 17.3%
สัดส่วนรายได้หลักของ COM7 ยังคงมาจากกลุ่มสมาร์ทโฟนถึง 62% โดยมี Apple iPhone เป็นตัวชูโรงที่เติบโตในระดับ 2 หลัก รองลงมาคือกลุ่มผลิตภัณฑ์ Android ประมาณ 45-50% ส่วนที่เหลือเป็นกลุ่มไอที คอมพิวเตอร์ และบริการต่างๆ ทางด้านการขยายสาขา ในปี 2568 บริษัทมีสาขารวมทั้งสิ้น 1,338 แห่ง โดยมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบร้าน (Swap) ให้เป็นแบรนด์ Studio7 และ Banana ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ส่งผลให้ยอดขายรวมเติบโตได้ดีเยี่ยม
สำหรับในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าขยายสาขาโดยรวมเพิ่มอีก 100 แห่ง ส่งผลให้ ณ สิ้นปีจะมีสาขาทั้งสิ้น 1,438 แห่ง
นายถกล กล่าวต่อว่า ในปีที่ผ่านมาบริษัทได้เผชิญกับอุปสรรคจาก 4 ธุรกิจหลักที่ผลประกอบการอยู่ในแดนลบ ซึ่งทางผู้บริหารได้ดำเนินการแก้ไขอย่างเด็ดขาด เริ่มจากการยุติธุรกิจจำหน่ายอาหารสัตว์ Pet Paw ที่มีผลขาดทุนสะสมราว 57 ล้านบาท โดยปิดสาขาทั้งหมดไปแล้วในครึ่งปีหลัง ทำให้ในปี 2569 จะไม่มีผลขาดทุนส่วนนี้เข้ามากระทบอีก
ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ EV แบรนด์ AION ภายใต้บริษัท Gold Integrate แม้จะขาดทุนทั้งปีราว 4.7 ล้านบาท แต่หลังจาก COM7 เข้าไปปรับโครงสร้างและถือหุ้น 88.5% ก็สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ธุรกิจร้านขายยา Dr.Pharma ที่มีผลขาดทุน 20 ล้านบาท ได้ถูกปรับกลยุทธ์หันไปเจาะตลาดลูกค้าองค์กรและ E-commerce แทน ซึ่งมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสุดท้าย ธุรกิจปล่อยเช่าแท็กซี่ไฟฟ้า (EV7) ที่มีผลขาดทุน 9 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการทำโปรโมชั่นลดค่าเช่าเหลือ 656 บาทต่อวันสำหรับรถ 400 คันแรก ซึ่งเมื่อครบกำหนด 1 ปี จะปรับราคาขึ้นเป็น 777 บาทตามปกติ ส่งผลให้โมเดลนี้จะกลับมาคืนทุนและสร้างกำไรได้ตามแผน
นายถกล กล่าวว่า ส่วนกลุ่มธุรกิจลูกที่ถือเป็น "New S-Curve" และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ธุรกิจเหล่านี้มีสัดส่วนกำไรคิดเป็น 31% ของกำไรรวมในปี 2568 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะ 40% ในอีก 2 ปีข้างหน้า นำโดย Thunder FinFin (UFund) ธุรกิจปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อที่กระแสตอบรับดีเยี่ยม ทำรายได้ดอกเบี้ยรับถึง 872 ล้านบาท เติบโต 111% และมีกำไร 485 ล้านบาท เติบโต 80% โดยปล่อยสินเชื่อใหม่ไปกว่า 5,647 ล้านบาท พร้อมความสามารถในการควบคุมหนี้เสีย (NPL) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทางด้าน Gold Integrate สามารถทำยอดขายรถ AION ได้ถึง 3,665 คัน เติบโตกว่า 147% และเตรียมนำรถรุ่นใหม่เข้าตลาดในปี 2569 เพื่อดันยอดขายให้โตขึ้นอีก 20% ขณะที่ EV7 ปัจจุบันปล่อยเช่าแท็กซี่ไฟฟ้าไปแล้ว 2,000 คัน ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 5,000 คันในปี 2569 พร้อมแผนขยายสถานีชาร์จอีก 6 แห่ง และกลุ่มธุรกิจ iCare Insurance ก็ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น กวาดรายได้ 711 ล้านบาท และกำไร 141 ล้านบาท เติบโต 127% โดยเตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ถือว่ามีความแข็งแกร่งทางการเงิน โดยวงจรเงินสด (Cash Cycle) ลดลงเหลือเพียง 40 วัน สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการระบายสินค้าและการบริหารหนี้ที่ดีเยี่ยม