3 โบรกฯ คาดแนวโน้มหุ้นบ่าย แนะกลยุทธ์การลงทุน
#ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส ระบุว่าการเจรจาอิหร่าน–สหรัฐฯ รอบแรกที่โอมานยังไร้ข้อสรุป แต่ช่วยซื้อเวลา เพราะแต่ละฝ่ายยังยืนจุดเดิม(อิหร่านต้องการคุยแค่นิวเคลียร์ ขณะที่สหรัฐฯ ต้องการคุยขีปนาวุธ–กองกำลังตัวแทน–สิทธิมนุษยชน) และปิดท้ายที่สหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรเพิ่มทันทีหลังปิดประชุม หนุนราคาทองปรับตัวสูงขึ้นมีเป้าหมาย 5,050-5,250 ดอลลาร์ และเพิ่มความผันผวนต่อราคาน้ำมันดิบ โดย BRENT เคลื่อนไหวช่วง 66-70
ดอลลาร์ และ WTI แกว่งในกรอบ 62-66 ดอลลาร์
-ซานาเอะ ทาคาอิจิ พรรค LDP ชนะเลือกตั้งถล่มทลาย ได้ที่นั่ง328 จาก 465 ที่นั่ง และเมื่อรวมกับพรรคร่วมอย่าง Ishin ทำให้รัฐบาลผสมครองเสียงเกิน 2ใน 3 ของสภาล่าง ขณะที่ตลาดกังวลภาระการคลังของญี่ปุ่นที่มีหนี้สูงสุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว(120.79% ต่อ GDP)รวมไปถึงการมีจุดยืนอนุรักษนิยม–แข็งกร้าวต่อจีน ทำให้ต้องจับตาความขัดแย้งต่อเนื่อง ขณะที่การเผยแพร่สรุปความคิดเห็นของ BOJ ชี้ว่าต้องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่อง หลังจากเยนอ่อนค่า แม้อัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน ณ 0.75% เป็นระดับสูงสุดในรอบ 30 ปีและจะเพิ่มต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลจากภาระหนี้สาธารณะที่ยังสูงก็ตาม
-พรรคภูมิใจไทย นำโดยนายอนุทินประกาศชัยชนะ แม้ยังไม่เป็นทางการ ได้ที่นั่ง193(เขต 174 + บัญชีรายชื่อ 19) ทิ้งห่างพรรคปชน.118 ที่นั่ง และเพื่อไทย 74 ที่นั่ง โดยการตั้งรัฐบาลยังต้องรอ กกต.รับรองผลสส. อย่างน้อย 95% (หรือ 475 คน) ใน 60 วัน ก่อนเริ่มกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการความเป็นไปได้ในการจับมือจัดตั้งรัฐบาล คือ ภูมิใจไทย+เพื่อไทย+กล้าธรรม เป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพนโยบายหลักของพรรคเหล่านี้ คือ เศรษฐกิจ 10 พลัส หนุน GDP โตเกิน 3%/ปี,พักหนี้เสีย NPL จุดร่วมสำคัญคือการฟื้นฟูเศรษฐกิจและแก้หนี้ครัวเรือน
-ฝ่ายวิจัยคาดตลาดหุ้นไทยช่วงบ่าย SET Index วิ่งขึ้นต่อช่วง 1,395-1,406 จุด
บล.เอเอสแอล ระบุว่าดัชนีช่วงเช้าปิดปรับตัวขึ้นแรง ขานรับผลการเลือกตั้งในประเทศหลังพรรคภูมิใจไทยสามารถที่จะชนะการเลือกตั้งได้เป็นอันดับ 1 และคะแนนห่างจากที่ 2 ค่อนข้างมากพร้อมที่จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ส่งผลให้แนวโน้มการจัดตั้งรัฐฐาลมีเสถียรภาพ ต่อไปจะต้องรอติดตามการจัดตั้งรัฐบาล และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่าง นโยบายคนละครึ่งพลัส และค่าไฟไม่เกิน 3 บาท
ในส่วนของ Fund Flow นักลงทุนต่างประเทศจะไหลเข้าต่อเนื่อง และสัปดาห์นี้ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ PPI-CPI เดือน ม.ค. ของจีน และตัวเลขภาคแรงงานสหรัฐ เดือน ม.ค.
กลยุทธ์การลงทุน ดัชนีเปิด gap ปรับตัวขึ้น มีแรงซื้อพยายามทดสอบแนวต้าน 1,400 จุด หากผ่านยืนพร้อมปริมาณซื้อขาย เป็นโมเมนตัมบวก มีแนวต้านถัดไปที่ 1,420 จุด ส่วนแนวรับที่ 1,390/1,380 จุด
บล.โกลเบล็ก ระบุว่า ดัชนีเปิด Gap ขาขึ้นตอบรับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ อีกทั้งเก็งกำไรมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ ทำให้มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเพิ่มเติม มองกรอบดัชนีช่วงบ่ายที่ 1,390-1,410 จุด
ขณะที่ภาวะตลาดหุ้นภาคเช้าดัชนีปรับตัวขึ้นแรง ตอบรับผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ โดยพรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงมากที่สุด เป็นปัจจัยหนุนดัชนี มีแรงซื้อนำโดยหุ้นกลุ่ม Big-Cap อาทิ อิเล็กทรอนิกส์ ขนส่ง และพลังงาน ส่งผลให้ดัชนีพักเที่ยงปิดตลาดที่ 1,398.96 จุด บวก 44.95 จุด หรือ 3.32% มูลค่าการซื้อขาย 66,819.30 ล้านบาท