โบรกส่องมุมมองหุ้น DELTA หลังประกาศงบ Q4/68 คาดปี 69 โตแห่อัพราคาเป้าหมาย
#DELTA #ทันหุ้น-โบรกเกอร์หลายแห่งได้ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA หลังจากรายงานผลดำเนินงานไตรมาส 4/68 ซึ่งมีกำไร 7,256 ล้านบาท ลดลง 2.5% จากไตรมาส 3/68 หรือ QoQ แต่เพิ่มขึ้น 236.7% จากไตรมาส 4/67หรือ YoY โดยผลดำเนินงานออกมาดีกว่าคาด และโบรกเกอร์ยังมองแนวโน้มในปี 2569 มีทิศทางที่ดี จึงได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569-2570 ขึ้น รวมถึงปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย
บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า DELTA มีกำไรไตรมาส 4/68 ออกมาดีกว่าฝ่ายวิจัยคาด 16% และดีกว่าตลาดคาดราว 8% หากไม่รวมรายการพิเศษ จะมีกำไรปกติอยู่ที่ 7.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% QoQ และเพิ่มขึ้น 49% YoY ซึ่งกำไรที่โต เพราะ ยอดขายที่ทำสถิติสูงสุดต่ออีก เป็น 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (+9% QoQ, +50% YoY) ส่วนยอดขายเมื่อแปลงเป็นสกุลบาทอยู่ที่ 5.8 หมื่นล้านบาท (+11% QoQ, +41% YoY) สินค้าหลักยังมาจากเพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับ AI และดาต้าเซ็นเตอร์, 2) อัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) เพิ่มขึ้นจาก 28.3% ในไตรมาส 3/68 และ 22.5% ในงวดไตรมาส 4/67 เป็น 28.6% ตามสัดส่วนการขายสินค้ากลุ่ม AI และดาต้าเซ็นเตอร์ ที่สร้างมาร์จิ้นสูง
และ 3) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร/ยอดขาย แม้จะเพิ่มขึ้น QoQ แต่จะลดจากไตรมาส 4/67 ที่จ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้ บริษัทแม่สูง ตามสัดส่วนงานจาก บ.แม่ ขณะที่ไตรมาส 4/68 งานส่วนใหญ่เป็นโครงการของ DELTA เอง
ส่วนแนวโน้มผลดำเนินงานในปี 2569 ฝ่ายวิจัยคาดว่า ยอดขายยังมีแนวโน้มเติบโตดีต่ออีก ตามการลงทุนของลูกค้า Hyperscale ที่ทุ่มขยายงบสำหรับ AI และ ดาต้าเซ็นเตอร์ ส่งผลให้มีต้องการใช้งานสินค้าเพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ ให้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ฝ่ายวิจัยได้ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2569 ของ DELTA ขึ้นจากเดิม 11% เป็น 3.3 หมื่นล้านบาท เติบโต 43% YoY พร้อมทั้งปรับราคาเป้าหมายหุ้น DELTA เป็น 253 บาท จากเดิมอยู่ที่ 183 บาท โดยให้คำแนะนำ ซื้อ เนื่องจากมองว่า 1) ระยะสั้นยังมีปัจจัยบวกจากกำไรงวดไตรมาส 4/68 ที่ออกมาดี และยังมีแนวโน้มสดใสต่อเนื่องมาในไตรมาส 1/69 2) มี upside จากเรื่องภาษีต่างตอบแทน (Reciprocal tariff) จากสหรัฐ “หากศาลฎีกาของสหรัฐตัดสินว่า การเก็บภาษีของทรัมป์ นั้นเป็นโมฆะ
บล.ทิสโก้ ระบุว่า DELTA รายงานกำไรปกติงวดไตรมาส 4/68 ที่ 7.18 พันล้านบาท สอดคล้องกับฝ่ายวิจัยทิสโก้ แต่สูงกว่า Bloomberg ที่คาดการณ์ ไว้ 7% แม้ ว่าอัตราแลกเปลี่ยน จะไม่เอื้ออำนวย แต่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 28.6% (เทียบกับ 27.6% ของ TISCOe) ช่วยชดเชยยอดขายที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อยเนื่องจากข้อจำกัดด้านวัตถุดิบและยอดขายอุปกรณ์พกพาที่อ่อนแอกว่าที่คาดไว้
ฝ่ายวิจัยทิสโก้ ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569-2570 ขึ้น 9% สะท้อนอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นเป็น 29.7% –30.4% จากการเติบโตแข็งแกร่งของอุปสงค์เซิร์ฟเวอร์และสัดส่วนรายได้กลุ่ม mobility ที่ลดลง แนวโน้มในไตรมาส 1/69 มีแนวโน้มแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยบริษัทแม่ DELTA Taiwanรายงานยอดขายเดือนมกราคมเติบโต 33% YoY ปัจจัยหนุนระยะสั้นได้แก่ บริษัทในเครือที่เร่งขยายระบบ liquid cooling การขยายกำลังการผลิตและการเปลี่ยนผ่านไปสู่ PSU ขนาด 12–18kW และ 800V DC
โดยแนะนำถือหุ้น DELTA แต่ได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นมาอยู่ที่ 211.00 บาท จากเดิมอยู่ที่ 146.75 บาท
บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย) ระบุว่ากำไรไตรมาส 4/68 ของ DELTA ออกมาตามที่ฝ่ายวิจัยคาด แต่สูงกว่าตลาดคาด7.5% โดยยังมีมุมมองเชิงบวกต่อภาพรวม ซึ่งเป็นกำไรในระดับสูงกว่าอดีตที่ทำได้เฉลี่ย 5-6 พันล้านบาทต่อไตรมาส จากรายได้สินค้าที่เกี่ยวข้องกับ ดาต้าเซ็นเตอร์ เข้ามามากขึ้น ทิศทางการบริโภค Application AI ที่กว้างขึ้นจะยังส่งผลให้ DELTA สร้างรายได้และกำไรที่สูงต่อเนื่องในปี 2569
อย่างไรก็ตามปัจจุบันราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาบ้างแล้ว จึงได้ปรับคำแนะนำลงเป็น ทยอยซื้อ ให้ราคาพื้นฐานอยู่ที่ 230.00 บาท
บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ระบุว่ากำไรไตรมาส 4/68 ของ DELTA ออกมาใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ แต่ดีกว่าที่ตลาดคาด 7% ซึ่งฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ไว้ที่ 3.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% YoY อย่างไรก็ตามได้ปรับลดคำแนะนำลงเป็น ขาย โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 160 บาท มองว่าราคาหุ้นปัจจุบันแพงเกินกว่าระดับที่เหมาะสมสำหรับการลงทุน แนะนำรอหุ้นอ่อนตัวค่อยหาจังหวะสะสม
บล.เคจีไอ(ประเทศไทย) ระบุว่ากำไรจากธุรกิจหลักของ DELTA ในงวดไตรมาส 4/68 เป็นไปตามประมาณการของฝ่ายวิจัย โดยยังคงมองว่า DELTA จะได้อานิสงส์ขากเทคโนโลยี AI และอัตราการเติบโตของงบลงทุนด้าน AI ที่แข็งแกร่ง ซึ่งฝ่ายวิจัยใส่ไว้ในประมาณการกำไรเรียบร้อยแล้ว ซึ่งราคาหุ้นได้สะท้อนแนวโน้มบวกไปแล้ว และเนื่องจากราคาหุ้นในปัจจุบันมี downside 20% จากราคาเป้าหมายใหม่ที่ 173.00 บาท จากราคาเป้าหมายเดิมที่ 158.00 บาท ดังนั้นจึงปรับลดคำแนะนำเป็นขาย