โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นักวิชาการ หนุน ภูมิใจไทย คุมงานมั่นคง-เศรษฐกิจ เชื่อมาถูกทาง

The Better

อัพเดต 16 ก.พ. เวลา 06.34 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. เวลา 06.32 น. • THE BETTER
นักวิชาการ  เชื่อ มาถูกทาง หลัง ภูมิใจไทย ประกาศ คุมงานมั่นคง-เศรษฐกิจ แก้ปัญหาประสานงานข้ามพรรค เดินหน้านโยบายเร่งด่วน พร้อมยกระดับการพัฒนาเชิงโครงสร้าง เชื่อ ประชาชนให้เวลา 1 ปี ก่อนตัดสินผลงาน

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช วิเคราะห์การสื่อสารผ่านเฟซบุ๊กของหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยต่อทิศทางนโยบายภายหลังการเลือกตั้ง โดยระบุว่า การที่พรรคภูมิใจไทยก้าวขึ้นเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พร้อมจำนวน สส. 193 จาก 500 ที่นั่ง ถือเป็นการเปลี่ยนสมดุลอำนาจทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ การเลือกถือครองงานหลักของรัฐไว้กับพรรคเดียว โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง เกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศเผชิญโจทย์สำคัญสองด้านพร้อมกัน คือการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และความเปราะบางของสถานการณ์ชายแดน ตรงนี้ นำมาซึ่งการประกาศควบรวม เพื่อรักษาเอกภาพในการทำงาน โดยหวังผลงาน ที่เร็ว และชัดที่สุด ตรงนี้นับว่า เหมาะสม เพราะเป็นสถานการณ์เร่งด่วน

ผศ.ดร.เชษฐา ระบุว่า การมี สส. จำนวนมากทำให้พรรคแกนนำอยู่ในสถานะต่างจากรัฐบาลผสมหลายชุดก่อนหน้า เพราะมีฐานอำนาจในสภาแข็งพอจะกำหนดทิศทางนโยบายหลักได้เอง ไม่ใช่เพียงประสานผลประโยชน์พรรคร่วม ส่งผลให้แรงเสียดทานจากการต่อรองตำแหน่งและนโยบาย ซึ่งมักทำให้รัฐบาลไทยดำเนินงานล่าช้า อาจลดลง และเปิดทางให้กำหนดกรอบนโยบายก่อนแล้วจึงให้พรรคร่วมต่อรองในรายละเอียด

นอกจากนี้ การที่พรรคเดียวควบคุมทั้งเศรษฐกิจและความมั่นคง ยังเอื้อต่อการกำหนดนโยบายแบบบูรณาการ ซึ่งที่ผ่านมาไทยมักทำได้ยาก เนื่องจากกลไกเศรษฐกิจ การค้า และความมั่นคงอยู่ต่างพรรค ต่างกระทรวง และต่างแนวคิด โดยเฉพาะบริบทชายแดนที่ความมั่นคงไม่ได้จำกัดเพียงการทหาร แต่เกี่ยวข้องกับแรงงานข้ามแดน อาชญากรรมข้ามชาติ และเศรษฐกิจท้องถิ่น หากออกแบบนโยบายครบวงจรได้จริง ภายใต้การบริหารของพรรคเดียว อาจแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้มากกว่ามาตรการเฉพาะหน้า

ด้านเศรษฐกิจ มองว่าโอกาสของรัฐบาลอยู่ที่การใช้มาตรการกระตุ้นระยะสั้นควบคู่การลงทุนเชิงโครงสร้าง โดยภาพลักษณ์ของพรรคที่เน้นนโยบายพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐาน อาจช่วยผลักดันเศรษฐกิจภูมิภาค ลดความเหลื่อมล้ำ และกระจายฐานการเติบโต หลังจากที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการบริโภคในเมืองใหญ่และการท่องเที่ยวสูง

ผศ.ดร.เชษฐา เห็นว่า สถานะใหม่ของภูมิใจไทยจึงไม่ใช่เพียงชัยชนะทางการเมือง แต่เป็นบททดสอบความสามารถในการบริหารรัฐทั้งระบบ โดยวาระสำคัญหลังจากนี้อยู่ที่เศรษฐกิจและความมั่นคง และการที่พรรคแกนนำกำกับดูแลกระทรวงหลักเองจะช่วยให้การขับเคลื่อนนโยบายมีเอกภาพ

พร้อมระบุว่า ความสำเร็จของรัฐบาลอาจวัดได้จาก 3 ประเด็น คือ รัฐบาลตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้นหรือไม่ ระบบราชการขยับตามนโยบายหรือไม่ และประชาชนรู้สึกถึงผลลัพธ์จริงหรือไม่ ซึ่งปีแรกของรัฐบาลจะเป็นตัวชี้ว่า ภูมิใจไทยจะถูกจดจำเพียงพรรคที่ชนะเลือกตั้ง หรือพรรคที่สามารถกำหนดทิศทางประเทศได้อย่างแท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...