นิโค นั่งบัลลังก์เฉพาะกาล - ชม ‘ชาโด้’ สุดแกร่ง
นิโค คาร์ริลโล เผยได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถใช้มวยไทยเอาชนะนักชกไทยได้อย่างไร้ข้อกังขา พร้อมชื่นชมหัวใจอันแข็งแกร่งของ “ชาโด้ มาวินมวยไทย” หลังจากคว้าเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.) เฉพาะกาล มาครองได้อย่างสมศักดิ์ศรี ในศึก ONE Fight Night 40 เมื่อช่วงเช้าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
รูปเกมเป็นไปอย่างดุเดือด ทั้งคู่เปิดหน้าแลกกันตั้งแต่ต้น กระทั่งเข้าสู่กลางยก 4 นิโค กดหมัดขวาตรงเข้าปลายคาง ส่ง “ชาโด้” ร่วงไปกองกับพื้นถูกนับ 8 ทำให้เมื่อครบ 5 ยก กรรมการชูมือให้เป็นฝ่ายชนะด้วยคะแนนเอกฉันท์ ผงาดคว้าเข็มขัดแชมป์โลก เฉพาะกาล มาครองอย่างยิ่งใหญ่
“ไฟต์นี้ผมไม่ได้ออกไปชกแบบมุทะลุ ช่วงแรกผมเน้นเคลื่อนที่ ใช้มวยฝีมือทำลายจังหวะ พอเข้าสู่ยก 2 กับยก 3 ค่อยเริ่มขยับเกม เดินกดดันและเพิ่มน้ำหนักอาวุธ จนเขาเริ่มพะวง ไม่กล้าเตะขา ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้”
“ต่อให้ผมไม่ได้นับในไฟต์นี้ ผมก็ยังมองว่าจะเป็นฝ่ายชนะ ยกแรกค่อนข้างสูสี ยก 2 เขาได้เปรียบจากหมัดที่เข้าเป้า แต่ผมกลับมาคุมสถานการณ์ในยก 3 จากนั้นยก 4 ผมเป็นฝ่ายกำหนดเกม ทำให้ยก 5 ชกง่ายขึ้นเยอะ”
“ผมดีใจมากที่คว้าเข็มขัดเส้นนี้มาครองได้ ฝันเป็นจริงแล้ว ไม่สำคัญหรอกว่าคุณจะล้มเหลวกี่ครั้ง ขอแค่คุณไม่ยอมแพ้ และถ้าคุณไล่ตามฝันด้วยความมุ่งมั่นและไม่ยอมถอดใจ โลกทั้งใบก็อยู่ในมือคุณ คุณทำทุกอย่างให้เป็นจริงได้”
“ผมไม่ได้ตั้งใจจะเปิดเกมเร็วตั้งแต่แรก แต่เมื่อถึงจังหวะที่ต้องเร่งเครื่อง ผมก็เดินตามแผนทันที โดยเฉพาะจังหวะเรียกนับในยก 4 นั่นคือสิ่งที่ผมซ้อมมาโดยเฉพาะ ชาโด้ ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาก เขาเป็นนักสู้คนเดียวที่ยืนระยะกับผมครบ 5 ยก แสดงให้เห็นชัดว่าเขาแข็งแกร่งและทนทานจริง ๆ แต่ผมเหนือกว่าเขาอยู่หนึ่งก้าว”
“ทุกคนรู้ดีว่าผมเป็นนักสู้ที่แข็งแกร่ง แต่ไฟต์นี้ผมพิสูจน์ให้เห็นอีกอย่างว่า ผมสามารถเอาชนะนักมวยไทย ด้วยสไตล์มวยไทยของพวกเขาเองได้”
“ผมยังไม่ได้มองไปถึงการเจอกับ ตะวันฉาย เพราะยังศึกษาเขาไม่มากพอ แต่ขออวยพรให้เขาหายเจ็บกลับมาไว ๆ ขณะที่ นาบิล ก็เพิ่งให้สัมภาษณ์ว่าจะขยับขึ้นมารุ่นเฟเธอร์เวต ในอีกประมาณ 2 ปีข้างหน้า ซึ่งการรีแมตช์ระหว่างเราคงไม่เกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้แน่”
“ตอนนี้ผมกำลังลงตัวกับรุ่นเฟเธอร์เวต และยังไม่มีแผนขยับไปชิงเข็มขัดรุ่นไลต์เวต ส่วนรุ่นแบนตัมเวต คงจบแล้ว เพราะต่อให้ฝืนแค่ไหน ผมก็คงทำน้ำหนักลงไปถึงพิกัดนั้นไม่ได้อีกต่อไป”
ภาพจาก onefc.com/th