“ทูตอิหร่าน” ประณาม “สหรัฐฯ-อิสราเอล” ยันปกป้องตัวเองจนถึงที่สุด
วันที่ 4 มี.ค. 69 นัสเซอร์รุดดีน ไฮดารี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ เพื่อชี้แจงรายละเอียด และจุดยืนต่อเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง
ไฮดารีระบุว่า มีเรื่องเศร้าเกิดขึ้นกับประเทศอิหร่าน อย่างที่ทุกท่านทราบ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา ได้มีการละเมิดที่ปราศจากความชอบธรรมและการยั่วยุต่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของอิหร่าน ถือเป็นการละเมิดกฎหมายสากล ตามมาตรา 2(4) ของกฎบัตรสหประชาชาติ อย่างรุนแรงและชัดเจน
โดยสหรัฐฯ และอิสราเอลมุ่งเป้าเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดอย่าง อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของสาธารณรัฐอิสสามแห่งอิหร่าน การกระทำดังกล่าวเป็นการโจมตีหลักการของกฎหมายสากล ในการใช้กำลังต่อประมุขแห่งรัฐ เป็นการยกระดับที่อันตรายและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ประมุขแห่งรัฐเป็นตัวแทนของบูรณภาพแห่งดินแดน และภายใต้กฎหมายสากล เป็นเรื่องต้องห้ามที่จะมุ่งเป้าไปที่ประมุขของรัฐ เป็นการละเมิดหลักการพื้นฐานระหว่างรัฐ “ไม่ใช่แค่ละเมิดกฎหมายสากล แต่ยังเป็นการเปิดกล่องแพนโดราที่อันตรายต่อรากฐานความเท่าเทียมทางอธิปไตยและเสถียรภาพของระบบระหว่างประเทศอีกด้วย”
ไฮดารีเสริมว่า คาเมเนอีไม่ใช่แค่เจ้าหน้าที่ระดับสูงสุด แต่ยังเป็นบุคคลสำคัญทางศาสนาต่อประชาชนนับสิบล้านคนในภูมิภาคและทั่วโลก โดยยืนยันว่า “เรามีสิทธิในการปกป้องอธิปไตย บูรณภาพ และประชาชน ตามกฎบัตรสหประชาชน”
ไฮดารีกล่าวว่า การโจมตีทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลยังได้มุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพลเรือน ทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล อุปกรณ์และบุคลากรบรรเทาทุกข์ นำไปสู่การเสียชีวิตของพลเรือนผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก ซึ่งมีทั้งผู้หญิงและเด็ก และยังมีผู้บาดเจ็บอีกมาก
โดยเฉพาะในวันแรกของการรุกราน มีการทำลายโรงเรียนประถมศึกษาในเมืองเล็ก ๆ ที่ชื่อว่า มินาบ ในจังหวัดฮอร์โมซกัน ส่งผลให้ผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตถึง 165 คน
นอกจากนี้ยังมีการยิงขีปนาวุธใส่ย่านที่พักอาศัยที่มีประชากรหนาแน่น
“นี่คืออาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ การโจมตีโรงเรียนประถมหญิงล้วนในมินาบ และโครงสร้างพลเรือนอื่น ๆ เป็นอาชญากรรมที่เข้าข่ายนนิยามของอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ซึ่งสหประชาชาติต้องเร่งดำเนินการเพื่อยุติเหตุการณ์และนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ” ไฮดารีกล่าว
การกระทำเหล่านี้ถูกวางแผนไว้ล่วงหน้า อิสราเอลเฟิสต์และพร้อมสละเลือดทหารอเมริกันเพื่ออิสราเอล
สำหรับการเจรจานั้น ทางอิหร่านมองว่า ไม่ได้เกิดจากความจริงใจ เนื่องจากการรุกรานทั้งหมดนี้ถูกจัดฉากขึ้นในขณะที่อิหร่านและสหรัฐฯ กำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาทางการทูต จึงเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าการเจรจาเหล่านี้ เป็นเพียง "ปฏิบัติการหลอกลวง" โดยมีการตัดสินใจที่จะโจมตีอิหร่านไว้ล่วงหน้าแล้ว ตั้งแต่ช่วงที่ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เดินทางไปเยือนสหรัฐฯ
เขาเสริมว่า แม้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะกล่าวอ้างนโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” (America First) แต่การรุกรานนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าเขามุ่งเน้นให้ความสำคัญกับอิสราเอลเป็นอันดับแรก และพร้อมจะสละเลือดเนื้อของทหารอเมริกันเพื่อเป้าหมายที่เลวร้ายของระบอบอิสราเอล ทั้งที่อิหร่านไม่ได้เป็นภัยคุกคามโคยตรงต่อสหรัฐฯ เลย
“อิหร่านเข้าร่วมการเจรจาอย่างมีศรัทธาและจริงจังเพื่อป้องกันสงคราม แต่การโจมตีก็เกิดขึ้น และความชั่วร้ายสูงสุดคือการสังหารผู้นำสูงสุดอิหร่าน เมื่ออิหร่านเผชิญภัยคุกคามและเป็นเหยื่อความรุนแรง เราจึงมีสิทธิที่จะปกป้องตัวเอง จนกว่าสงครามจะยุติ”
ไฮดารีฝากบอกประชาชนชาวไทยว่า ควรระมัดระวังในการรับสื่อจากตะวันตก อิหร่านกับไทยมีสัมพันธ์ที่ดี 420 ปี ตั้งแต่เมื่อครั้งไทยถูกพม่ายึดช่วงอาณาจักรอยุธยา นักธุรกิจอิหร่านมาเยือน และให้คำแนะนำแก่กษัตริย์ในยุคนั้น “ผมคิดว่า เรื่องราวจากมุมมองตะวันตกไม่ถูกต้อง ควรมองจากอีกมุมบ้าง”
เขายังชวนคนไทยไปอิหร่าน เพราะคนที่ไปก็เห็นความแตกต่างระหว่างเรื่องเล่าจากสื่อตะวันตกและสิ่งที่พวกเขาเห็นด้วยตา
เมื่อถามถึงจุดจบของเรื่องนี้ ไฮดารีบอกว่า ฉากจบไม่ใช่อิหร่านเป็นผู้ตัดสิน เพราะอยู่ในสถานการณ์ปกป้องตัวเอง เป็นเหยื่อ ต้องสู้จนเลือดหยาดสุดท้าย ถ้าผู้โจมตีหยุด ฉากจบก็จะตัดสินได้
“เราบอกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) แล้ว ซึ่งเป็นสภาสูงสุดในการปกป้องสันติภาพ แต่พวกเขาก็ไม่ได้ทำหน้าที่ ตอนนี้มันเหมือนเป็นกฎแห่งป่า (jungle rule) ที่ตัดสินโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล” ไฮดารีกล่าว
เขาเสริมว่า “โลกควรเห็นการละเมิดกฎ เราที่เป็นเหยื่อจะทำอะไรได้นอกจากปกป้องตัวเอง และเป็นหนึ่งเดียวกัน คุณเคยเห็นกฎหมายไหนบ้างที่ผู้นำสามารถถูกสังหารได้ นี่มันผิดปกติมาก ๆ”
ไฮดารีบอกอีกว่า “องค์การสหประชาชาติเกิดมาหลังสงครามโลกเพื่อรับประกันความปลอดภัยร่วมกัน ไม่ใช่บางคนที่เหนือกฎหมาย แต่ตอนนี้คุณกำลังเห็นบางคนอยู่เหนือกฎหมาย พวกเขาละเมิดทุกอย่าง นี่เป็นภัยคุกคามต่ออิหร่าน และเราทำอะไรไม่ได้นอกจากปกป้องตัวเอง”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เกาะติดสงครามอิหร่าน 4 มี.ค. 69 “ทรัมป์” อ้างทำลายทัพเรือ-อากาศอิหร่านสิ้นสภาพ
สเปนแถลงเดือด “ไม่เอาสงคราม” ลั่นจะไม่ร่วมมือกับสิ่งที่เป็นอันตรายต่อโลก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ทูตอิหร่าน” ประณาม “สหรัฐฯ-อิสราเอล” ยันปกป้องตัวเองจนถึงที่สุด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com