โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

รัชดาฯ ขึ้นแท่น New CBD ทำเลอาคารสำนักงานระดับพรีเมียม วิเคราะห์ทำเลศักยภาพ ที่จะเชื่อมต่อ คน - เมือง - ธุรกิจ แบบไร้รอยต่อ

TERRABKK

เผยแพร่ 04 มี.ค. เวลา 10.30 น. • TERRABKK
รัชดาฯ ขึ้นแท่น New CBD ทำเลอาคารสำนักงานระดับพรีเมียม วิเคราะห์ทำเลศักยภาพ ที่จะเชื่อมต่อ คน - เมือง - ธุรกิจ แบบไร้รอยต่อ

อาคารสำนักงานเกรด A ในกรุงเทพฯ เติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สะท้อนข้อมูลจาก Cushman & Wakefield ซึ่งระบุว่าพื้นที่สำนักงานเกรด A ในเขต CBD มีมากกว่า 2.53 ล้าน ตร.ม. จากพื้นที่สำนักงานรวมทั่วกรุงเทพฯ ที่ 8.99 ล้าน ตร.ม. ณ สิ้นปี 2568 การขยายตัวนี้ชี้ให้เห็นว่า ตลาดยังมีความต้องการสูง ทั้งจากผู้เช่ารายใหม่และผู้เช่าที่ต้องการอัปเกรดคุณภาพอาคาร

แม้ตลาดอาคารสำนักงานจะมีอุปทานจำนวนมากและมักถูกมองว่าเป็น "ตลาดผู้เช่า" แต่การแข่งขันจริงไม่ได้อยู่ที่จำนวนพื้นที่ หากอยู่ที่ “คุณภาพอาคาร” และ “ประสบการณ์ของผู้ใช้งาน” องค์กรจำนวนมากกำลังขยับสู่ Flight to Quality มองหาอาคารที่มีมาตรฐานสูงขึ้น เทคโนโลยีดีขึ้น และสะท้อนภาพลักษณ์องค์กรอย่างมืออาชีพ ซึ่งอาคาร Grade A ในโซน CBD ดั้งเดิม เช่น สุขุมวิท สีลม หรือสาทร แม้จะเป็นทำเลยอดนิยม แต่อัตราค่าเช่าก็สูงขึ้นตามความต้องการและความสะดวกในการเดินทาง

รายงานจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา (2567-2569) ให้ภาพรวมตลาดอาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ ว่ามีการปรับตัวค่าเช่าตามภาวะเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง แม้ภาพรวมอัตราค่าเช่าอาจ “ทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย” หลัง COVID–19 แต่อาคารใหม่และเกรด A ในพื้นที่ CBD ก็ยังคงมีแนวโน้มราคาเช่าสูงกว่าพื้นที่ทั่วไป จากปัจจัยเรื่อง “ทำเลที่ดีและการเข้าถึงระบบขนส่งที่สะดวก”

สอดคล้องกับรายงาน (2562) จากบริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) ที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่า ค่าเช่าพื้นที่สำนักงานในกรุงเทพฯ มีการปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ย 3-4% ต่อปี โดยค่าเช่าออฟฟิศใกล้รถไฟฟ้า มีค่าเช่าเฉลี่ยสูงกว่าออฟฟิศทั่วไปเกือบ 20% เมื่อเทียบกับค่าเช่าเฉลี่ยโดยทั่วไป เพราะมีความต้องการสูงต่อเนื่อง

การขยายตัวของอาคารสำนักงานที่จะต้องการตอบโจทย์การทำงานยุคใหม่ จึงขยับไปยังพื้นที่ “New CBD” ของกรุงเทพฯ และหนึ่งในโซนที่น่าสนใจในการเป็นฐานที่มั่นของคนทำงาน ก็คือ ‘รัชดาฯ’ ทำเลที่มีความแตกต่างจากสีลมหรือสุขุมวิท ตรงที่ "ความสดใหม่" ของอาคารสำนักงานและการวางผังเมือง รวมถึงโครงการรถไฟฟ้าที่จะเชื่อมต่อการเดินทางฝั่งตะวันออกและตะวันตกของกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะยกระดับศักยภาพของย่านรัชดาฯ ให้มีความโดดเด่น
รัชดา “Super Interchange” สู่ Future Urban Narrative

ย้อนกลับไปเมื่อ 10–15 ปีก่อน รัชดาภิเษกถูกมองเป็นเพียงโซนต่อขยายของเมือง เป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัยหนาแน่น สลับกับแหล่งบันเทิงและอาคารพาณิชย์ แต่การเข้ามาของโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โดยเฉพาะรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ได้เปลี่ยนบทบาทของย่านนี้อย่างสิ้นเชิง ทำให้รัชดาภิเษก ทำหน้าที่เป็น New CBD ด้วยเหตุผลที่เป็นรูปธรรม ทั้งเรื่องการเดินทางที่สะดวกไม่ต่างจาก CBD เดิม ความพร้อมของที่ดินขนาดใหญ่ และต้นทุนที่มีความสมเหตุสมผล

นอกจากนี้หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของทำเลรัชดาฯ คือ เป็นย่านที่ผสมผสานระหว่างไลฟ์สไตล์คนเมือง การเดินทางที่สะดวกสบาย วัฒนธรรมที่หลากหลาย และศูนย์รวมองค์กรชั้นนำระดับโลก ทำให้รัชดากลายเป็นทำเล Mixed-Use Magnet หรือแม่เหล็กที่ดึงดูดสาธารณูปโภคทุกรูปแบบมารวมตัวกัน องค์ประกอบที่ทำให้รัชดาเป็นย่านที่มีชีวิตชีวาสามารถแบ่งออกได้ดังนี้

  • Urban Living & Hybrid Work ทำเลของคนรุ่นใหม่: รัชดาภิเษก คือย่านที่ไม่เคยหลับใหล เต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ ไลฟ์สไตล์มอลล์ ตลาดกลางคืน และพื้นที่วัฒนธรรม ตั้งแต่ The Street Ratchada, Esplanade Ratchada, Central Grand Rama9 ไปจนถึงตลาดสดห้วยขวาง, Jodd Fairs และ The One Ratchada ที่ดึงดูดทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ นอกจากนี้ยังมีโรงละคร ศูนย์ศิลปะ และสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ที่สร้างสีสันให้ย่านนี้มีความคึกคัก สอดรับกับพฤติกรรมคนทำงานรุ่นใหม่ที่ต้องการความยืดหยุ่น การใช้ชีวิตพักผ่อนในเมือง และเลือกทำงานในพื้นที่ที่สะท้อนตัวตน
  • World-Class Business District: ความน่าเชื่อถือของทำเล เป็นส่วนหนึ่งของภาพลักษณ์ทางธุรกิจ โดยรัชดาฯ อยู่ใจกลางองค์กรชั้นนำและสถาบันการเงิน-ประกัน, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รายล้อมด้วยสำนักงานใหญ่ขององค์กรข้ามชาติชั้นนำ เช่น อาคารยูนิลิเวอร์ เฮ้าส์ รวมถึงเป็นที่ตั้งสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน และ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ช่วยสร้าง International Credibility ให้กับย่าน และเอื้อต่อการสร้างเครือข่ายความร่วมมือและดึงดูดลูกค้าเกรดพรีเมียมจากทั่วโลก
  • East Meets West: การมาถึงของโครงการรถไฟฟ้า MRT สายสีส้ม (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย - มีนบุรี) ที่จะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบช่วงปี 2570-2571 ซึ่งจะเชื่อมต่อ MRT สายสีน้ำเงินที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ จะเปลี่ยนภาพของรัชดาฯ ให้เป็นพื้นที่ New CBD อย่างสมบูรณ์แบบ ยกระดับความสะดวกสบายการเชื่อมต่อการเดินทางของคนกรุงเทพฯ ไปอย่างสิ้นเชิง

จากรัชดาฯ ยังสามารถเดินทางไปยังอโศก สุขุมวิท สีลม หรือพระราม 9 ได้ในเวลาไม่กี่นาที ด้วย MRT สายสีน้ำเงิน และเชื่อมต่อสู่ BTS สายสีเขียว ที่เสมือนเป็นเส้นเลือดหลักของกรุงเทพฯ รวมถึงยังมีถนนสายหลักที่เดินทางไปยังโซนต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ ได้สะดวก โดยมีสถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ เป็นหัวใจการคมนาคมในย่านรัชดาภิเษก เนื่องจากเป็น Super Interchange ศูนย์รวมการเชื่อมต่อของ MRT สายสีน้ำเงิน กับรถไฟฟ้าสายสีส้มในอนาคต

การเชื่อมต่อเชิงยุทธศาสตร์นี้ จะทำให้รัชดาภิเษกเป็นหนึ่งในไม่กี่ทำเลที่เชื่อมกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกันได้อย่างไร้รอยต่อ “East Meets West” ทำให้เกิดการเดินทางที่เข้าถึงมนุษย์งานในหลายๆ โซน ทั้งจากฝั่งรามคำแหง–มีนบุรี และฝั่งธนบุรี เข้าสู่ย่านนี้ได้อย่างมหาศาล

ทั้งหมดนี้ คือ ปัจจัยที่ส่งให้รัชดาฯ ไม่ใช่เพียงย่านธุรกิจ แต่เป็น Future Urban Narrative ของกรุงเทพฯ ที่มีฉากหลังการใช้ชีวิตงานที่ครบทุกด้าน … และเป็นเหตุผลสำคัญที่การมีสำนักงานในย่านที่มี Mixed-Use ที่มีความสมบูรณ์พร้อมนี้ จะช่วยลดเวลาเดินทาง เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิตของพนักงาน และสร้างสมดุลระหว่างการทำงานกับการพักผ่อน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษา Talent ในยุคปัจจุบัน
AIA Connect อาคารสำนักงานระดับพรีเมียม บนย่านรัชดาฯ ตอบโจทย์การทำงานยุคใหม่

หนึ่งในอาคารสำนักงานที่น่าจับตามองที่สุดในย่านรัชดาฯ ตอนนี้ ชื่อของ AIA Connect ต้องขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ เพราะลงทุนโดยบริษัทประกันระดับโลกที่มีความน่าเชื่อถืออย่าง เอไอเอ ประเทศไทย

ถามว่าทำไม AIA Connect จึงน่าสนใจ?

เรื่องหนึ่งที่เห็นได้ชัดๆ เลย นอกจากโลเคชันที่ตั้งในจุดยุทธศาสตร์การเดินทางระดับ Strategic Connectivity เพราะ AIA Connect เป็น Direct Link Access คือเป็นอาคารเดียวในย่านรัชดาภิเษกที่มีทางเดินเชื่อมตรงเข้าตัวอาคารจากรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีน้ำเงินได้โดยตรง ถือเป็นจุดเด่นที่ "หาไม่ได้จากที่อื่น" และเชื่อว่าเป็นข้อดีที่จะถูกใจเหล่าพนักงาน เพราะนี่คือการเดินทางเข้าสู่อาคารที่สะดวกสบาย

AIA Connect นับได้ว่าเป็นอาคารสำนักงานเกรด A+ บนถนนรัชดาภิเษก AIA Connect ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การทำงานยุคใหม่ ภายใต้แนวคิดหลัก A Home Inspired Workplace ที่ตั้งใจยกระดับนิยามของการทำงานในเมือง ให้ใกล้เคียงกับการใช้ชีวิตมากกว่าที่เคยเป็นมา เปลี่ยนนิยามออฟฟิศเป็นสถานที่ที่ “คนอยากมา” ไม่ใช่แค่ “ต้องมา” และต้องเอื้อต่อการทำงานร่วมกัน การแลกเปลี่ยนความคิด และการดูแลสุขภาวะทั้งร่างกายและจิตใจ

ทำไม AIA Connect จึงเหมาะกับชีวิต Hybrid Workplace

ด้วยแนวคิด A Home Inspired Workplace ที่ไม่ได้หมายถึงการทำให้ออฟฟิศเหมือนบ้านในเชิงรูปลักษณ์ แต่หมายถึงการสร้างสภาพแวดล้อม ลดความตึงเครียด เพิ่มความรู้สึกปลอดภัย และส่งเสริมสุขภาวะโดยรวมของคนทำงาน ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกที่ส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อสร้างประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างจากอาคารสำนักงานแบบดั้งเดิม ด้วยความโดดเด่นใน 3 แกนหลัก ตอบโจทย์องค์กร “ทุกขนาด” ได้แก่

  • The Connected Workplace:หัวใจของอาคาร ด้วยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ได้รับการรับรอง WiredScore ระดับ Platinum รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง, ระบบ Smart Building, ระบบบริหารจัดการอาคารครบวงจร, ระบบประหยัดพลังงาน, ระบบรักษาความปลอดภัยไร้สัมผัส สร้างความมั่นใจให้ทั้งผู้เช่าและนักลงทุนในระยะยาว
  • Work-Life Integration: รองรับรูปแบบการทำงานที่หลากหลาย ด้วยพื้นที่ภายในอาคารที่มีความยืดหยุ่นสูง เช่น Co-Creation Deck, ระเบียงเล่นระดับแบบขั้นบันได, ทางเดินออกกำลังกาย, สวนพักผ่อน และสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นฟิตเนส ร้านกาแฟ หรือร้านสะดวกซื้อ พร้อมระบบยกระดับคุณภาพอากาศบริสุทธิ์ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานอาคารเพื่อสุขภาวะ (Healthy Building)
  • Locally Focused, Globally Connected: การผสานมาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก Pre-Certified LEED Gold และ Pre-Certified WELL Gold สะท้อนความใส่ใจทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคารในทุกมิติ พร้อมระบบเสริมประสิทธิภาพอาคาร อาทิ ระบบบริหารจัดการอาคารอัตโนมัติ, รักษาความปลอดภัยด้านอัคคีภัยขั้นสูง, ระบบลิฟต์โดยสารความเร็วสูง, เทคโนโลยีสารสนเทศที่ทรงประสิทธิภาพ

ปัจจุบันโซนรัชดาถึงช่วงพระราม 9 มีออฟฟิศเกิดใหม่แซงหน้าทำเล CBD เดิม และยังเป็นอาคารออฟฟิศเกรด A-B มีพื้นที่สำนักงานรวมมากกว่า 830,000 ตารางเมตร ราคาเช่าเฉลี่ย 600-1,000 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน โดยมีผู้เช่าหลักเป็นบริษัทข้ามชาติ, บริษัทเทคโนโลยี (Huawei Technologies, Lenovo, Shopee), สื่อดิจิทัล (True, MCOT) และองค์กรด้านการเงิน-ประกัน (ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, เมืองไทยประกันภัย, ไทยประกันชีวิต, กรุงไทยแอกซ่า) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและศักยภาพระยะยาวของทำเลนี้

ออฟฟิศยุคใหม่ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นต้นทุนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นสินทรัพย์ที่ช่วยสร้างคุณค่า ทั้งต่อพนักงาน แบรนด์ และภาพลักษณ์องค์กรในระยะยาว สะท้อนวัฒนธรรมองค์กร ตัวตนของแบรนด์ และคุณภาพชีวิตของคนทำงาน สู่พื้นที่เชิงกลยุทธ์ที่มีผลต่อความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจโดยตรง และสอดรับกับการทำงานในยุค Hybrid Work, Flexible Working Hours และ Digital Workforce

ข้อมูลเกี่ยวกับอาคารเพิ่มเติม AIA Connect (https://property.cbre.co.th/property/aia-connect)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...