โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สอนลูก ‘เคลียร์ความคิด’ ในวันที่อารมณ์รุนแรง

Health Addict

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Health Addict
การช่วยลูกเคลียร์ความคิดจึงหมายถึงการช่วยให้เด็ก ค่อยๆ ทำให้อารมณ์สงบลง เข้าใจสิ่งที่กำลังคิด และมองสถานการณ์อย่างเป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น

เราเชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนต้องเคยผ่านโมเมนต์ที่ลูกมีอารมณ์รุนแรง โกรธ หงุดหงิด งอแง ซึ่งความคิดที่วิ่งอยู่ในหัวของพวกเขานั้นกำลังวุ่นวายและอยู่ในจุดที่เขาเองไม่สามารถควบคุมมันได้ สิ่งที่เด็กๆ กำลังเผชิญนี้เรียกว่าความท้าทาย ‘การกำกับอารมณ์’ หรือ Emotion Regulation ซึ่งทักษะนี้เป็นทักษะสำคัญต่อสุขภาพจิต ความสัมพันธ์ และความสามารถในการรับมือกับปัญหาในระยะยาว

ทำไมเด็กถึง ‘ควบคุมอารมณ์ยาก’ มีงานวิจัยด้านประสาทวิทยาพบว่า เด็กยังอยู่ในวันที่สมองส่วนที่ควบคุมการคิดอย่างมีเหตุผล คือ prefrontal cortex ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ในขณะที่สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์อย่าง Amygdala ทำงานได้ค่อนข้างไว เมื่อเด็กต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่กระตุ้นอารมณ์ สมองส่วนนี้จะตอบสนองก่อน ทำให้เด็กรู้สึกโกรธ ร้องไห้ออกมา James J. Gross นักจิตวิทยาจาก Stanford University ได้อธิบายว่า การเรียนรู้ emotional regulation คือกระบวนการที่ช่วยให้สามารถปรับความคิดและพฤติกรรมเพื่อจัดการอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม และเมื่อเด็กได้พัฒนาทักษะนี้ก็จะส่งผลดีต่อการมีสุขภาพจิตที่มั่นคง ความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น และความสามารถในการแก้ปัญหา
‘พ่อแม่’ ผู้ช่วยคนสำคัญ ในการช่วยเด็กจัดการกับอารมณ์ John Gottman นักจิตวิทยาที่ศึกษาเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัว ได้พูดถึงแนวคิดที่เรียกว่า Emotion Coaching Parenting ซึ่งเป็นวิธีตอบสนองต่ออารมณ์ของเด็กอย่างเข้าใจและช่วยให้เด็กเรียนรู้การจัดการอารณ์ของตัวเอง ซึ่งจะทำให้เขาสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น มีความสัมพันธ์กับเพื่อนดีขึ้น และมีลดปัญหาทางด้านพฤติกรรมลง ซึ่งพ่อแม่จะต้องช่วยให้เด็กรับรู้อารมณ์ มองอารมณ์เป็นโอกาสในการสอน รับฟังและสอนให้เขายอมรับความรู้สึกนั้น ช่วยตั้งชื่ออารมณ์ และหาวิธีแก้ปัญหา สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เด็กเข้าใจความคิดตัวเองและเรียนรู้การจัดการอารมณ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป
เด็กต้องการ ‘การช่วยควบคุมอารมณ์ร่วม’ จากผู้ใหญ่ การที่ผู้ใหญ่ช่วยให้เด็กสงบอารมณ์ลงก่อน จนสามารถควบคุมตัวเองได้ เรียกว่า Co-regulation อย่าลืมว่าในช่วงที่เขากำลังมีอารมณ์รุนแรง สมองของเด็กยังไม่สามารถคิดได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล ดังนั้นการอธิบายเหตุผลทันทีอาจไม่ได้ผล เพราะสิ่งที่เด็กๆ ต้องการคือ ความเข้าใจ ความปลอดภัยทางอารมณ์ และการสนับสนุนจากพ่อแม่ ซึ่งเมื่อระบบประสาทของเด็กสงบลงแล้ว สมองส่วนเหตุผลจึงจะกลับมาทำงานและเด็กจะสามารถทบทวนความคิดของตัวเองได้ ในทางตรงกันข้าม ถ้าพ่อแม่พยายามเข้าไปสอนทันที ทั้งๆ ที่เด็กอาจจะยังไม่พร้อมที่จะรับฟัง สิ่งที่เกิดขึ้น กลายเป็นการต่อต้าน หรือดีไม่ดี เด็กอาจจะเถียงกลับ หรือกลายเป็นปิดตัวเองจากพ่อแม่ไปเลย เพราะเขารู้สึกว่ากำลังถูกตัดสิน เพราะอย่าลืมว่าในสถานการณ์นั้นเด็กต้องการการยอมรับความรู้สึก มากกว่าคำสอนนั่นเอง
นี่คือสิ่งที่พ่อแม่ควรทำ ในวันที่ลูกอารมณ์ล้น
#1: ช่วยให้เด็กหยุดก่อนตอบสนอง เวลาที่เด็กอารมณ์กำลังขึ้น สมองส่วนอารมณ์กำลังทำงานมากกว่าสมองส่วนเหตุผล เด็กจึงตอบสนองทันที ไม่ว่าจะเป็นการร้องไห้ ตะโกน หรือโวยวาย ซึ่งสิ่งสำคัญคือพ่อแม่ต้องจับมือกับลูก พากันหายใจเข้า-ออกลึกๆ นั่งนิ่งๆ ซักพัก เพื่อให้เขาพ้นจากสถานการณ์นั้นก่อนชั่วคราว สิ่งนี้จะช่วยให้ระบบประสาทของเด็กสงบลง และเปิดโอกาสให้เด็กคิดอย่างมีเหตุผลมากขึ้น
#2: ชวนให้เด็กๆ พูดความคิดในหัวออกมา เด็กหลายคนอาจยังไม่รู้ว่าจะอธิบายความคิดที่อยู่ในหัวตัวเองออกมายังไง เวลาที่อารมณ์รุนแรง ความคิดต่างๆ จึงมักถูกเก็บไว้ในใจและยิ่งกลับทำให้อารมณ์รุนแรงมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มจากการตั้งคำถามง่ายๆ เช่น ตอนนั้นลูกกำลังคิดอะไรอยู่ หรืออะไรทำให้ลูกรู้สึกแบบนี้ เป็นต้น เพราะการที่เราให้เด็กพูดออกมาจะช่วยให้ความคิดที่กระจัดกระจาย เริ่มมีโครงสร้างและเข้าใจง่ายขึ้น
#3: ช่วยเด็กแยก ‘ความรู้สึก’ ออกจาก ‘ความจริง’ เด็กมักจะตีความเหตุการณ์ผ่านอารมณ์ของตัวเอง เช่น การที่เพื่อนไม่เล่นด้วย แปลว่า ไม่มีใครชอบเขา หรือการที่ถูกครูตำหนิแปลว่าเป็นคนที่แย่มาก คำพูดของคุณพ่อคุณแม่ที่จะช่วยได้ในสถานการณ์นี้คือ พูดกับลูกอย่างเข้าใจว่า ลูกเสียใจที่เพื่อนไม่เล่นด้วย ไม่เป็นไร แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเขาไม่ชอบลูก
#4: ชวนลูกมองในมุมมองอื่นๆ เมื่อเด็กเริ่มสงบลง พ่อแม่อาจช่วยให้เด็กได้ฝึกคิดในมุมอื่น เช่น ลูกคิดว่าเพื่อนอาจมีเหตุผลอื่นอีกมั้ย หรือถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก ลูกคิดว่าลูกอยากลองทำอะไรดี การตั้งคำถามลักษณะนี้ จะช่วยให้เด็กฝึกการคิดอย่างยืดหยุ่น (Flexible Thinking)
#5: ให้พื้นที่ให้ลูกสงบและจัดการอารมณ์ของตัวเอง เด็กบางคนอาจต้องการเวลาเงียบๆ ในการจัดระเบียบความคิด เช่น วาดรูป เขียนความรู้สึก ฟังเพลง หรือเล่นของเล่นที่ผ่อนคลาย กิจกรรมในลักษณะนี้จะช่วยให้เด็ก ค่อยๆ จัดระเบียบความคิดและอารมณ์ของตัวเอง
เมื่อเด็กเรียนรู้ที่จะจัดการความคิดและอารมณ์ของตัวเองตั้งแต่เล็ก จะช่วยให้เขาสามารถรับมือกับความเครียด ความผิดหวัง หรือปัญหาในชีวิตได้ดีขึ้น เพราะเด็กจะสามารถคิดอย่างมีเหตุผล ควบคุมพฤติกรรมตัวเอง และตัดสินใจเรื่องต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม ซึ่งส่งผลต่อความสัมพันธ์กับผู้อื่น การเรียนรู้ และสุขภาพจิตที่มั่นคงในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...