เอกชน หนุนครม.สั่ง Work from Home ยุคนี้ทำงานจากที่ไหนก็ได้
คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติออกมาตรการเร่งด่วนรับมือความเสี่ยงด้านพลังงานจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยให้หน่วยงานดำเนินการมาตรการประหยัดพลังงานอย่างเข้มข้น พร้อมเปิดทางให้ข้าราชการที่สามารถปฏิบัติงานนอกสถานที่ได้ทำงานแบบ Work from Home เพื่อลดการเดินทางและการใช้พลังงานในสำนักงาน
นอกจากนี้ยังมีมาตรการอื่นประกอบด้วย อาทิ รณรงค์ถอดสูทเพื่อลดการใช้แอร์ ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในอาคารราชการเป็น 26 องศาเซลเซียส และระงับหรือชะลอการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศที่ไม่จำเป็น มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดการใช้พลังงานของภาครัฐ และบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานโลกที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชนในระยะต่อไป
นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยข้อมูลกับ'ฐานเศรษฐกิจ' ว่า เห็นด้วยกับมาตรการของรัฐบาลโดยเฉพาะการให้ข้าราชการทำงานจากที่บ้าน ซึ่งสามารถช่วยลดการใช้พลังงานได้จริง
“ปัจจุบันหลายงานสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ การลดการเดินทางไปสำนักงานช่วยประหยัดพลังงานได้มาก เพราะบางคนต้องออกจากบ้านตั้งแต่เช้าเพื่อเดินทางไปทำงาน”
มองว่าการลดการเดินทางและการใช้รถยนต์ส่วนตัวจะช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังช่วยลดความแออัดบนท้องถนนในเขตเมือง
แนะประชาชนอย่าตื่นตระหนกกักตุนสินค้า
นางฐนิวรรณ ยังเรียกร้องให้ประชาชนไม่ตื่นตระหนกกับสถานการณ์พลังงาน โดยเฉพาะการกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภคหรือการกักตุนน้ำมัน “ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนกจนไปกักตุนสินค้า เพราะประเทศไทยยังมีความมั่นคงทางอาหาร มีสินค้าเกษตรเพียงพอสำหรับการบริโภคในประเทศ”
ทั้งนี้หากทุกคนช่วยกันประหยัดพลังงาน น้ำมันสำรองของประเทศซึ่งคาดว่าจะใช้ได้ประมาณ 2–3 เดือน อาจยืดระยะเวลาใช้งานออกไปได้อีก และสถานการณ์โลกก็อาจคลี่คลายก่อนที่จะเกิดผลกระทบรุนแรง
วิกฤตพลังงานครั้งนี้อาจเป็นโอกาสให้ประเทศปรับตัว โดยเฉพาะการลดการขนส่งสินค้าเกินความจำเป็น และหันมาใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นมากขึ้น หากผู้ประกอบการใช้วัตถุดิบในพื้นที่มากขึ้น จะช่วยลดการใช้พลังงานด้านโลจิสติกส์ และยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นได้อีกทางหนึ่ง
อย่างไรก็ตามภาคธุรกิจยังคงติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานโลกอย่างใกล้ชิดเนื่องจากหากราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนของผู้ประกอบการและกำลังซื้อของผู้บริโภคในระยะต่อไป