โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตร.ไซเบอร์ช่วยตา 72 ได้คืน 2 ล้าน หลังหลงกลโอนเงินเก็บทั้งชีวิต 3 ล้าน

Amarin TV

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
รอยยิ้มหลังฝันร้าย คุณตาวัย 72 ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินเก็บทั้งชีวิต 3 ล้าน ตำรวจตามเงินคืนได้ 2 ล้าน

รอยยิ้มหลังฝันร้าย คุณตาวัย 72 ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินเก็บทั้งชีวิต 3 ล้าน ตำรวจตามเงินคืนได้ 2 ล้าน

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 10 มีนาคม 2569 ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 (บก.สอท.4) จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ร่วมกันแถลงข่าวและมอบเงินคืนจำนวน 2,000,000 บาท ให้กับผู้เสียหาย ภายใต้โครงการ “MoneyCashBackปิดบัญชีตามล่าม้าคว้าเงินคืน”

คดีดังกล่าวเกิดขึ้นกับชายวัย 72 ปี ชาวอำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์หลอกลวง อ้างตัวเป็นพนักงานธนาคาร ก่อนจะมีบุคคลอีกคนแอบอ้างเป็นตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น ข่มขู่ว่าบัญชีธนาคารของผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด และส่งหมายศาลปลอมผ่านแอปพลิเคชันไลน์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

ด้วยความหวาดกลัวผู้เสียหายจึงโอนเงินไปยังบัญชีปลายทางชื่อ “นายคำพันธ์” เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 จำนวน 2,000,000 บาท ต่อมาวันที่ 18 สิงหาคม 2568 ยังถูกหลอกให้ถอนเงินสดไปฝากเข้าบัญชีอื่นอีก 1,000,000 บาท รวมความเสียหายทั้งหมด 3,000,000 บาท

ภายหลังเมื่อทราบว่าถูกหลอก ผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากนั้นเจ้าหน้าที่ บก.สอท.4 ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินและประสานธนาคารเพื่ออายัดบัญชีที่เกี่ยวข้อง

จากการสืบสวนพบว่าเจ้าของบัญชีปลายทาง “นายคำพันธ์” เองก็เป็นผู้เสียหายเช่นกัน โดยเคยถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกในลักษณะเดียวกัน อ้างตัวเป็นพนักงานธนาคารและตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่นข่มขู่ว่าบัญชีเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและสั่งให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์จนสูญเงินไปกว่า 2,273,000 บาท

ต่อมามิจฉาชีพยังสั่งให้นายคำพันธ์ โอนเงินที่มีคนโอนเข้าบัญชีต่อไปยังบัญชีอื่น แต่ธนาคารตรวจพบความผิดปกติและได้ประสานเจ้าหน้าที่ทันทำให้สามารถอายัดเงินจำนวน 2,000,000 บาท ที่ผู้เสียหายรายแรกโอนไปได้ทันเวลา

พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ กล่าวว่าคดีนี้ถือเป็นลักษณะ “หลอกซ้อนหลอก” โดยผู้เสียหายเป็นเกษตรกรสูงอายุ ไม่ใช้โซเชียลมีเดียและไม่มีแอปพลิเคชันไลน์มาก่อน แต่ถูกมิจฉาชีพใช้เครื่องมือซิมบล็อกโทรศัพท์เข้ามาข่มขู่ จนเกิดความหวาดกลัวทำให้ยอมทำตามคำสั่ง

เจ้าหน้าที่จึงอยากฝากเตือนประชาชนโดยเฉพาะผู้สูงอายุว่า หากมีการอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแล้วสั่งให้โอนเงินห้ามหลงเชื่อเด็ดขาด และไม่ควรเก็บเรื่องไว้คนเดียว ควรรีบปรึกษาครอบครัวหรือแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

ด้านผู้เสียหาย เปิดเผยว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินที่ตนทำงานเก็บมาตั้งแต่อายุ 20 กว่าปี กระทั่งเกษียณมาเป็นเกษตรกร เมื่อถูกหลอกจึงรู้สึกเสียใจอย่างมาก แต่รู้สึกขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ที่ช่วยติดตามเงินคืนมาได้และอยากฝากเตือนผู้สูงอายุให้ถือกรณีของตนเป็นอุทาหรณ์ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพอีก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...