โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ดีเซลโลกพุ่ง 150 ดอลลาร์ กองทุนน้ำมันแบกวันละ 450 ล้าน พยุงได้อีก 15 วัน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลตลาดโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นรุนแรง ล่าสุด ทะยานขึ้นอีกกว่า 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาอยู่ในกรอบ 140-150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ต้องแบกรับภาระอุดหนุนราคาน้ำมันภายในประเทศสูงถึงวันละประมาณ 400-450 ล้านบาท ขณะที่สถานะเงินสดของกองทุนฯ เหลืออยู่ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท และหนี้จากการกู้ยืมราว 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากยังคงอุดหนุนในระดับดังกล่าว จะสามารถพยุงราคาได้เพียงราว 15 วันเท่านั้น

“เดิมทีฝ่ายบริหารกองทุนฯ เสนอแนวทางอุดหนุนเพียง 7 วัน เพื่อเปิดช่องให้ประชาชนและภาคธุรกิจทยอยปรับตัวตามกลไกตลาด แต่เมื่อรัฐบาลต้องการดูแลต่อเนื่องยาวขึ้น จึงเคาะกรอบ 15 วัน กระทรวงพลังงานก็จะต้องเตรียมพร้อมรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด”

อย่างไรก็ตาม หลังครบกำหนด 15 วัน หากราคาน้ำมันตลาดโลกยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีความเป็นไปได้สูงที่รัฐอาจต้องปล่อยให้ราคาน้ำมันสะท้อนกลไกตลาดมากขึ้น หรือจำเป็นต้องปรับราคาขึ้น เนื่องจากหลายประเทศได้ปรับตัวไปแล้ว ประกอบกับกองทุนฯ ยังมีภาระหนี้เงินกู้อีกเกือบ 30,000 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับระดับเงินสดที่มีอยู่ในปัจจุบัน

แหล่งข่าว กล่าวต่อว่า จากกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงพลังงาน เร่งหาแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบใหม่ภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง ซึ่งมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ยังมีความไม่แน่นอน

ดีเซลโลกพุ่ง 150 ดอลลาร์ กองทุนน้ำมันแบกวันละ 450 ล้าน พยุงได้อีก 15 วัน

แนวทางเบื้องต้นคือเพิ่มสัดส่วนจากประเทศคู่ค้าที่ไทยนำเข้าอยู่แล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา (USA) และกลุ่มแอฟริกาตะวันตก (West Africa) รวมถึงเร่งเจรจาทำสัญญาเพิ่มเติมกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศในภูมิภาคที่มีศักยภาพ เช่น มาเลเซีย และบรูไน เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำมันจะไหลเข้าสู่ประเทศได้อย่างต่อเนื่อง

แหล่งข่าว กล่าวยอมรับว่า หากเป็นการเปลี่ยนแหล่งนำเข้าไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากน้ำมันดิบแต่ละแหล่งมีคุณภาพและองค์ประกอบแตกต่างกัน โรงกลั่นอาจต้องปรับกระบวนการผลิตส่งผลต่อต้นทุน

นอกจากนี้ การขนส่งจากแหล่งที่ไกลขึ้นยังทำให้มีต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ข้อจำกัดด้านคลังสำรองก็เป็นอุปสรรค หากจะเพิ่มปริมาณสำรองจากระดับ 60 วันตามนโยบายรัฐ เพราะต้องใช้เงินลงทุนสูง และผู้ค้าน้ำมันไม่ต้องการแบกรับความเสี่ยงสต็อกน้ำมันราคาแพง

ปัจจุบันประเทศไทยนำเข้าน้ำมันดิบเฉลี่ยเกือบ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยพลังงานมากกว่า 90% ของการใช้ทั้งหมดมาจากการนำเข้า สัดส่วนการนำเข้าที่ต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซอยู่ที่ประมาณ 40% ของปริมาณใช้ทั้งหมด ถือว่าน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง แต่ยังมีนัยสำคัญเชิงยุทธศาสตร์

ไทยนำเข้าน้ำมันจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เป็นอันดับหนึ่ง ขณะที่สหรัฐอเมริกาเป็นอันดับสอง มีสัดส่วนมากกว่า 10% ส่วนแหล่งที่ไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และแอฟริกาตะวันตก เช่น ไนจีเรีย

ปริมาณสำรองน้ำมันรวมของประเทศอยู่ที่ประมาณ 60 วัน แบ่งเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน, working stock 13 วัน และน้ำมันที่เป็นกรรมสิทธิ์ของไทยซึ่งกำลังขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีก 22 วัน ที่ทยอยเดินทางเข้าสู่ประเทศ

“ปัจจุบันไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอราว 60 วัน และยังมีการนำเข้าเติมอย่างต่อเนื่อง จึงขอความร่วมมือประชาชนอย่าตื่นตระหนกหรือกักตุนน้ำมันเกินความจำเป็น”

อย่างไรก็ดี รัฐบาลควรผลักดันมาตรการประหยัดพลังงานอย่างจริงจัง เช่น การส่งเสริมใช้ระบบขนส่งสาธารณะ หรือการนำมาตรการ Work From Home กลับมาใช้เช่นเดียวกับช่วงโควิด-19 เพื่อลดการใช้น้ำมันในภาพรวม เนื่องจากวิกฤติครั้งนี้เป็นผลกระทบในระดับโลก ซึ่งการรณรงค์ให้ร่วมกันประหยัดเป็นสิ่งที่ควรทำมากที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...