โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทูตอิหร่านประจำไทย ระบุ "อิหร่าน" เข้าสู่สภาวะสงครามเต็มรูปแบบ

คมชัดลึกออนไลน์

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

4 มี.ค. 2569 H.E. Dr.Nassereddin Heidari (นัสเซเรดดิน ไฮดารี) เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอํานาจเต็มแห่งสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านประจำประเทศไทย แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ เพื่อชี้แจงรายละเอียดและจุดยืนต่อเหตุการณ์สู้รบที่เกิดขึ้น
นัสเซเรดดิน ไฮดารี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา ในระหว่างเหตุการณ์การรุกรานระลอกใหม่ ที่ไม่มีการยั่วยุและไม่มีความชอบธรรม ซึ่งกระทําต่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ถือเป็นการละเมิดมาตรา 2(4) ของกฎบัตรสหประชาชาติอย่างรุนแรงและชัดเจน
โดยสหรัฐอเมริกาและระบอบอิสราเอล จงใจมุ่งโจมตีไปที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงสุด ของรัฐสมาชิกสหประชาชาติที่มีอธิปไตย ซึ่งก็คือผู้นําสูงสุดของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน "อายะตุลลอฮ์ เซเยด อาลี คาเมเนอี" อิหร่านจึงถือว่าการกระทําดังกล่าวเป็นการก่อการร้ายที่ขี้ขลาด เพราะเป็นการจู่โจมโดยตรงต่อหลักการพื้นฐานที่สุดของกฎหมายระหว่างประเทซ ซึ่งรวมถึงข้อห้ามในการใช้กําลัง , การเคารพในความเท่าเทียมทางอธิปไตย , สิทธิที่จะไม่ถูกละมิดและความคุ้มกันของประมุขแห่งรัฐ

นี่คือการยกระดับสงครามที่อันตรายและไม่เคยปรากฏมาก่อน ซึ่งส่งผลกระทบต่อบรรทัดฐานพื้นฐานที่สุดของความเป็นรัฐและการดำเนินงานอย่างอารยะในหมู่มวลมนุษยชาติตามกฎหมายระหว่างประเทศ ประมุขแห่งรัฐถือเป็นตัวแทนอธิปไตยของชาติและต้องได้รับสิทธิในการไม่ถูกละเมิด การให้เกียรติและความคุ้มกัน ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการ ปฏิบัติหน้าที่อย่างอิสระ

ดังนั้นการจงใจมุ่งเป้าไปที่ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน จึงถือเป็นการละเมิดบรรทัดฐานพื้นฐานที่ ใช้ปกครองความสัมพันธ์ระหว่างรัฐอย่างร้ายแรง และไม่เคยมีมาก่อน การกระทำที่ถือเป็นการก่อการร้ายอย่าง ชัดเจนนี้ ไม่เพียงแต่ละเมิดหลักการกฎหมายระหว่างประเทศที่จัดตั้งขึ้นมา แต่ยังเป็นการเปิด กล่องแพนโดร่า ที่เป็นอันตราย ซึ่งจะกัดกร่อนรากฐานความเท่าเทียมทางอธิปไตย และเสถียรภาพของระบบระหว่างประเทศ
นอกจากที่ "อายะตุลลอฮ์ เซเยด อาลี คาเมเนอี" จะเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงแล้วยังเป็นผู้นําทางศาสนา ซึ่งเป็นที่เคารพอย่างสูงของชาวมุสลิมหลายสิบล้านคนในภูมิภาคและทั่วโลก การกระทําที่ถือเป็นการก่อการร้ายครั้งนี้ ส่งผลกระทบรุนแรงและผู้กระทําผิดต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว เหตุการณ์นี้ไม่ได้ลบล้างสิทธิอันชอบธรรมที่มีมาแต่กําเนิดในการปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และประชาชนตามกฎบัตรสหประชาชาติมาตรา 51 ว่าด้วยสิทธิในการป้องกันตัวเอง
อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่เริ่มรุกรานเมื่อ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา การโจมตีทางการทหารได้มุ่งเป้าไปที่พลเรือนรวมถึงโรงเรียน โรงพยาบาล อุปกรณ์และบุคลากรบรรเทาทุกข์ซึ่งนําไปสู่การเสียชีวิตของพลเรือนผู้บริสุทธิ์จํานวนมาก รวมถึงผู้หญิงและเด็กตลอดจนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจํานวนมาก ซึ่งนี่คือหลักฐานที่ชัดเจนของ อาชญากรรมสงคราม และ อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ซึ่งสหประชาชาติต้องเร่งดำเนินการเพื่อยุติเหตุการณ์และนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ สําหรับความสูญเสียหรือโศกนาฏกรรมในวันแรกของการรุกราน มีการทำลายโรงเรียบประถมศึกษาในเมืองเล็กๆ ที่ชื่อว่ามีนับ ส่งผลให้นักเรียนหญิงผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตถึง 165 คน โดยมีการกู้ร่างขึ้นมาจากซากปรักหักพัง หลังใช้ความพยายายามบรรเทาทุกข์หลายชั่วโมง

และในวันเดียวกันมีการโจมตีที่ส่งผลให้เหล่านักเรียนเสียชีวิตในเมืองอื่นๆ ทางตะวันออกของเตหะราน และเมืองเอบแย็ก โดยเมื่อวันที่ 1 มี.ค. มีการโจมตีมุ่งเป้าไปที่อาคารของสภาเสี้ยววงเดือนแดงและ โรงพยาบาลในเตะหราน, อาห์วาซ และเมืองอื่นๆ รวมถึงอาการที่พักอาศัย ต่อมาในวันที่ 2 และ 3 มีนาคม มีการชิงขีปนาวุธใส่ย่านที่พักอาศัยที่มีประชากรหนาแน่นทางตะวันตกของอิหร่าน ซึ่งการกระทำเหล่านี้ถือเป็นการละเมิดหลักการกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (IHL) ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางและเป็นการเพิกเฉยต่อการพิจารณาด้านมนุษยธรรมขั้นพื้นฐานที่สุด โดยเฉพาะการ เคารพต่อสิทธิในชีวิตของพลเรียน

เบื้องหลังการเจรจาทางการทูตและกลลวงซึ่งการเจรจาที่ไม่ได้เกิดจากความจริงใจ โดยการรุกรานทั้งหมดนี้ถูกจัดฉากขึ้นในขณะที่อิหร่านและสหรัฐฯ กำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาทางการทูตเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าการเจรจาเหล่านี้เช่นเดียวกับการเจรจารอบก่อนหน้าเป็นเพียง ปฏิบัติการหลอกลวง ที่มีการตัดสินใจจะโจมตีอิหร่านไว้ล่วงหน้าแล้ว ตั้งแต่ช่วงที่นายเนทันยาฮู เดินทางไปเยือนสหรัฐฯ แม้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะกล่าวอ้างนโยบาย อเมริกาต้องมาก่อน แต่การรุกรานนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าเขามุ่งเน้นให้ความสำคัญกับอิสราเอลเป็นอันดับแรก และพร้อมจะสละเลือดเนื้อของทหารอเมริกันเพื่อเป้าหมายที่เลวร้ายของระบอบอิสราเอล ทั้งที่อิหร่านไม่ได้เป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อสหรัฐฯ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...