'สมชัย' ชำแหละอนุฯ กกต.ชุด 36 ผิดปกติ ก่อนปล่อยผีคดีฮั้ว สว.
เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตั้งคำถามเรื่อง “ความผิดปกติของการตั้งอนุวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36” โดยระบุว่า ข่าวมติคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ให้ยกฟ้องปล่อยผีคดีฮั้ว สว. ยกชุด ทำให้กลับมาคิดว่า การตั้งอนุฯ ชุดนี้ มีอะไรผิดปกติหรือไม่
นายสมชัย ระบุว่า สมัยมี กกต. 5 คน เรามีอนุวินิจฉัยฯ 25 ชุดๆ ละ 5 คน โดย กกต. แต่ละคนเสนอคนของตัวเองเข้าเป็นตัวแทน สมัยมี กกต. 7 คน เรามีอนุวินิจฉัยฯ 35 ชุดๆ ละ 7 คน โดย กกต. แต่ละคนเสนอคนของตัวเองเข้าไปเป็นตัวแทน
เมื่อมีคดีเลือกตั้ง คณะอนุวินิจฉัยฯ จะทำหน้าที่เหมือนองค์กรกลั่นกรองเรื่อง ก่อนส่งความเห็นผ่านรองเลขาฯ และเลขาฯ สู่ที่ประชุมใหญ่ กกต. โดยเรื่องที่ส่งเข้าอนุฯ จะเป็นการเรียงตามลำดับของอนุฯ แบบสุ่ม ไม่สามารถล็อกว่า เรื่องนี้ต้องเข้าชุดนั้นชุดนี้ได้
"การให้คดีเข้าสู่อนุวินิจฉัยฯ แบบสุ่ม จึงเป็นกลไกป้องกันการวิ่งเต้น หรือส่งคนเข้าไปจัดการคดีตามที่ กกต. บางคนต้องการ" นายสมชัย ระบุ
อดีต กกต.รายนี้มองว่า พอมีคดีฮั้ว สว. การตั้งอนุวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 เพื่อมาจัดการเรื่องเป็นการเฉพาะเจาะจง จึงเป็นเรื่องที่ดูผิดปกติ และปัจจุบันเป็นเรื่องที่มีการร้องมาตรา 157 ต่อ กกต. ชุดเก่ายกชุด ถึงศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบแล้ว โดยศาลให้ กกต. ตอบคำถามต่าง ๆ แต่ กกต. ก็ขอเลื่อนมาเรื่อยจนศาลไม่ให้เลื่อน และนัดฟังคำสั่งในขั้นตรวจฟ้องวันที่ 22 เม.ย. 2569 กกต.ชุดใหญ่ มีเวลา 90 วัน หลังจากอนุวินิจฉัยฯ มีมติ ดังนั้นจึงมี 2 ทางเลือก
1.รอหลัง 22 เม.ย. 2569 แล้วค่อยเอาเข้าที่ประชุม
2.รีบประชุม รีบตัดจบ รีบประกาศความบริสุทธิ์ ให้แก่คนที่เกี่ยวข้องคดีฮั้ว สว.
ทางเลือกแรก น่าจะดูรอบคอบมากกว่า เพราะหากศาลว่าผิด ก็เป็นเรื่อง กกต. ชุดเก่า ที่เขาแต่งตั้ง อนุฯ ชุดที่ 36 โดยไม่เหมาะสม
ทางเลือกสอง ดูว่าทำงานรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ แต่อาจจบด้วยชุดใหม่ มีส่วนร่วมในการกระทำผิด
โต ๆ แล้ว คิดเองได้ครับ