สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569
สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -13 มี.ค. 69 7:26: น.
*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 95.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 8.48 ดอลลาร์ หรือ 9.7%
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ปิดที่ 100.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 8.48 ดอลลาร์ หรือ 9.2%
ราคาน้ำมันโลกพุ่งกว่า 9% ในวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.) สูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2022 หลังอิหร่านเพิ่มการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและระบบขนส่งทั่วตะวันออกกลาง ขณะที่โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านประกาศจะยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลกต่อไป
*** ตลาดหุ้นเอเชีย-แปซิฟิกเปิดแดนลบเช้านี้ หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจากความกังวลว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้ออาจกระทบต่ออุปทานพลังงานมากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงที่ภาวะเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัว
- ดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลียร่วงลง 0.3%
- ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่น ลดลง 2% ขณะที่ดัชนี Topix ลดลง 1.4%
- ดัชนี Kospiของเกาหลีใต้ ร่วงเกือบ 3% ส่วนดัชนี Kosdaq ลดลงเกือบ 2%
- ดัชนี Hang Seng ของฮ่องกงมีแนวโน้มเปิดตลาดในแดนลบ โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าล่าสุดอยู่ที่ 25,467 จุด เทียบกับระดับปิดก่อนหน้าที่ 25,716.76 จุด
*** โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซจะดำเนินต่อไปในฐานะ เครื่องมือกดดันศัตรู ซึ่งเป็นการแถลงต่อสาธารณะครั้งแรกหลังได้รับการแต่งตั้ง และกล่าวด้วยว่า ฐานทัพทหารของสหรัฐฯ ทั้งหมดในตะวันออกกลางควรปิดโดยทันที โดยเตือนว่า ฐานทัพเหล่านั้นจะถูกโจมตี
*** รัฐบาลสหรัฐฯ มีแผนยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายการเดินเรือ Jones Act ที่มีอายุกว่าหนึ่งศตวรรษ ซึ่งตามกฎหมายเดิมกำหนดให้ต้องใช้เรือของสหรัฐฯ ในการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือภายในประเทศ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันและน้ำมันเบนซินที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามการเปิดเผยของแหล่งข่าววงใน
มาตรการยกเว้นดังกล่าวซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียด จะมีระยะเวลา 30 วัน และคาดว่าจะครอบคลุมเรือที่ขนส่งน้ำมันดิบ น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล ก๊าซธรรมชาติเหลว และปุ๋ย ระหว่างท่าเรือในสหรัฐ เพื่อเปิดทางให้เรือบรรทุกต่างชาติซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าเรือในประเทศ สามารถขนส่งสินค้าเหล่านี้ได้ รวมถึงการขนน้ำมันจากชายฝั่งอ่าวเม็กซิโกไปยังโรงกลั่นบนชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ตลอดจนการขนส่งเชื้อเพลิงจากภูมิภาคดังกล่าวไปยังพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นกว่า
*** สหรัฐฯ อนุญาตให้สามารถซื้อน้ำมันรัสเซียที่อยู่ระหว่างการขนส่งทางทะเล เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดพลังงาน โดยสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ โพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า มาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการเฉพาะเจาะจงในระยะสั้น ซึ่งครอบคลุมเฉพาะน้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่งเท่านั้น โดยมาตรการนี้จะไม่เอื้อประโยชน์ทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญต่อรัฐบาลรัสเซีย
ประกาศของกระทรวงการคลังระบุว่า ข้อยกเว้นดังกล่าวครอบคลุมน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันจากรัสเซียที่ถูกบรรทุกลงเรือภายในหรือก่อนเวลา 00.01 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ และอนุญาตให้ทำการซื้อขายได้จนถึงวันที่ 11 เมษายน เวลา 00.01 น. ตามเขตเวลาดังกล่าว
*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ และผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ต่างแสดงท่าทีแข็งกร้าวในวันที่ 13 ของสงคราม ส่งผลให้ตลาดพลังงานแทบไม่มีสัญญาณผ่อนคลาย แม้สหรัฐฯ จะพยายามออกมาตรการใหม่เพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันก็ตาม
ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันพฤหัสบดีว่า การป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์และคุกคามตะวันออกกลางนั้น มีความสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อผมมากกว่าราคาน้ำมัน
*** แหล่งข่าวจากหน่วยงานข่าวกรองของสหรัฐฯ และชาติตะวันตกระบุว่า ขณะนี้รัสเซียกำลังจัดหาข้อมูลข่าวกรองหลายรูปแบบให้อิหร่าน รวมถึงภาพถ่ายดาวเทียมและยุทธวิธีการกำหนดเป้าหมายด้วยโดรน เพื่อช่วยให้อิหร่านสามารถโจมตีกลับกองกำลังสหรัฐในภูมิภาคได้ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าข่าวกรองที่รัสเซียส่งให้อิหร่านนั้นมีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์เพียงใด รวมทั้งรัสเซียให้ข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ปฏิบัติการได้จริงบ่อยเพียงใด
การที่รัสเซียให้การสนับสนุนด้านข่าวกรองแก่อิหร่าน เพื่อตอบโต้การโจมตีอย่างรุนแรงต่อสหรัฐฯ อิสราเอล และพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงความกังวลว่าจีนอาจกำลังให้ความช่วยเหลืออิหร่านด้วยนั้น สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างประเทศที่เป็นปฏิปักษ์กับสหรัฐ ขณะที่สงครามกับอิหร่านยังคงขยายวงกว้าง
*** มิเชล โบว์แมน รองประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ฝ่ายกำกับดูแล เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ร่างกฎเกณฑ์ที่แก้ไขใหม่เกี่ยวกับเงินกองทุนของธนาคารขนาดใหญ่จะทำให้ข้อกำหนดด้านเงินกองทุนปรับลดลงเล็กน้อย นับเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของธนาคารวอลล์สตรีท ซึ่งเดิมเผชิญแนวโน้มต้องเพิ่มเงินกองทุนในระดับเลขสองหลักตามแผนที่เสนอไว้ในปี 2566
การปรับเปลี่ยนที่คาดการณ์กันอย่างกว้างขวางนี้เป็นส่วนหนึ่งของการยกเครื่องกฎเกณฑ์เงินกองทุนครั้งใหญ่ ซึ่งสะท้อนความพยายามต่อเนื่องหลายปีของธนาคารวอลล์สตรีทในการผ่อนคลายข้อกำหนดที่ถูกนำมาใช้หลังวิกฤตการเงินโลกปี 2007-2009โดยธนาคารเหล่านี้มองว่ากฎระเบียบดังกล่าวกำลังขัดขวางการเติบโตทางเศรษฐกิจ
*** รอสส์ นอร์แมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Metals Daily ผู้ให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับโลหะมีค่า ระบุว่า มีหลายปัจจัยที่อธิบายได้ว่าทำไมราคาทองคำจึงไม่ปรับขึ้นในช่วงสงครามอิหร่าน หนึ่งในนั้นคือการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้น
หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ราคาทองคำปรับขึ้นจาก 5,296 ดอลลาร์เป็น 5,423 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ แต่แรงเทขายทำให้ราคาทองคำร่วงลงมากกว่า 6% เหลือ 5,085 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ในวันที่ 3 มี.ค. และในสัปดาห์นี้ แม้ความขัดแย้งจะทวีความรุนแรงขึ้น แต่ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ 5,0505,200 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยล่าสุดราคาทองคำสปอตอยู่ที่ประมาณ 5,175 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์
*** อเล็กซ์ คาร์ป ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Palantir ยืนยันว่า โมเดล AI Claude ของ Anthropic ยังคงใช้งานอยู่ในเครื่องมือของบริษัท แม้จะถูกเพนตากอนขึ้นบัญชีดำ โดยจัดให้ Anthropic เป็นความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังคงใช้ Claude ในปฏิบัติการทางทหารที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน
*** สงครามที่ขยายวงกว้างในตะวันออกกลางทำให้มีการยกเลิกเที่ยวบินมากกว่า 46,000 เที่ยวในภูมิภาค ส่งผลให้ค่าโดยสารพุ่งสูง และทำให้นักเดินทางต้องเผชิญราคาตั๋วเครื่องบินในระดับสูงเป็นประวัติการณ์
ตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัดไปกลับ เส้นทางสิงคโปร์ลอนดอนมีราคาสูงขึ้นเกือบสามเท่า ขณะที่ตั๋วชั้นธุรกิจไปกลับ เส้นทางซิดนีย์ลอนดอนของสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค แอร์เวย์ส มีราคาสูงสุดถึงประมาณ 28,000 ดอลลาร์
ความขัดแย้งครั้งนี้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการเดินทางรุนแรงกว่าวิกฤตหลายครั้งในช่วงที่ผ่าน ขณะที่บรรยากาศในอุตสาหกรรมการบินและในหมู่นักเดินทางเป็นไปอย่างซบเซามาก
*** คริส ไรท์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ เผยว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ อาจเริ่มภารกิจคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วงปลายเดือนนี้ ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่า มองเห็นประโยชน์บางประการจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันโลก โดยระบุว่าสหรัฐฯ สามารถทำรายได้จำนวนมากเมื่อราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น
ทั้งนี้ สหรัฐมีแผนระบายน้ำมันจำนวน 172 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองน้ำมันฉุกเฉินของประเทศ เพื่อบรรเทาการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบ และช้กลไกแลกเปลี่ยนเพื่อรับน้ำมันคืนเข้าคลังมากกว่า 200 ล้านบาร์เรลในภายหลัง
*** Stellantis NVกำลังสำรวจความเป็นไปได้ในการทำข้อตกลงกับผู้ผลิตรถยนต์จากจีนเพื่อเข้ามาลงทุนในกิจการในยุโรปที่กำลังเผชิญความยากลำบาก โดยการหารือครอบคลุมถึงความเป็นไปได้ในการเข้าถือหุ้นใน Maserati หรือแบรนด์อื่นของบริษัท
การเจรจายังรวมถึงการเปิดทางให้ผู้ผลิตรถยนต์จีนเข้าถึงกำลังการผลิตในยุโรป ขณะที่บริษัทจากจีนต้องการขยายธุรกิจในภูมิภาคนี้ โดยผลประโยชน์ที่อาจได้รับรวมถึงการเข้าถึงเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและซอฟต์แวร์ขั้นสูง
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ