โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศบก. อัปเดตวิกฤตตะวันออกกลาง 2 เรือไทยใน UAE ปลอดภัย เดินหน้าช่วย 3 ลูกเรือมยุรีนารี ท่ามกลางข้อจำกัดสู้รบ

THE STANDARD

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ศบก. อัปเดตวิกฤตตะวันออกกลาง 2 เรือไทยใน UAE ปลอดภัย เดินหน้าช่วย 3 ลูกเรือมยุรีนารี ท่ามกลางข้อจำกัดสู้รบ

วันนี้ (13 มีนาคม) ที่ ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) กริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย พลเรือตรี จุมพล นาคบัว รองเจ้ากรมยุทธการทหารเรือ ร่วมแถลงข่าวรายงานสถานการณ์ประจำวัน ถึงความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือเรือและลูกเรือไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในบริเวณอ่าวอาหรับ

อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยถึงกรณีเรือบรรทุกสินค้ามยุรีนารี ซึ่งถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ตัวเรือด้านท้ายได้รับความเสียหาย โดยขณะนี้ยังมีลูกเรืออีก 3 คนที่อยู่ระหว่างการค้นหาและรอรับความช่วยเหลือ ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับทางการประเทศโอมานเพื่อเข้าช่วยเหลือและกู้เรืออย่างเร่งด่วน

สำหรับข้อกังวลเรื่องเรือไทยที่อาจตกค้างอยู่ในอ่าวอาหรับนั้น อธิบดีกรมเจ้าท่ายืนยันว่า ปัจจุบันไม่มีเรือที่ชักธงไทยหรือถือสัญชาติไทยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังคงมีเรือของบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการไทยแต่จดทะเบียนสัญชาติสิงคโปร์ จำนวน 2 ลำ จอดเทียบท่าอย่างปลอดภัยอยู่ในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) โดยเรือลำแรกมีลูกเรือชาวไทย 14 คน และชาวอินเดีย 8 คน ส่วนลำที่สองมีลูกเรือชาวไทยทั้งลำจำนวน 22 คน ซึ่งทุกคนยังอยู่ในสถานะที่ปลอดภัย

ทางด้าน รองเจ้ากรมยุทธการทหารเรือ กล่าวถึงการรับมือด้านความมั่นคงว่า กองทัพเรือได้มอบหมายให้เสนาธิการทหารเรือ บูรณาการกลไกความมั่นคงเพื่อเฝ้าระวังและประสานการปฏิบัติตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยได้ออกประกาศแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงไปแล้วถึง 4 ฉบับ (วันที่ 24 ก.พ., 2 มี.ค., 6 มี.ค. และ 10 มี.ค.)

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ได้มีการเชิญผู้ประกอบการทุกภาคส่วนที่ใช้เส้นทางดังกล่าวมาหารือ หลังพบสถิติการขนส่งทางเรือลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 183 ลำ เหลือเพียง 3 ลำในช่วงเวลาเร่งด่วน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านการขนส่งพลังงานทางทะเล กองทัพเรือจึงได้ทำงานร่วมกับ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศร.ชล.) และศูนย์ปฏิบัติการกรมเจ้าท่า เพื่อประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เรือพาณิชย์ต่างๆ มีความพร้อมในการรับมือมากขึ้น

รองเจ้ากรมยุทธการทหารเรือ ระบุเพิ่มเติมว่า กองทัพเรือได้ติดตามสถานการณ์เป็นรายชั่วโมง สำหรับกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศกล่าวถึงการวางทุ่นระเบิดนั้น ปัจจุบันยังไม่พบทุ่นระเบิดลอยน้ำแต่อย่างใด แต่การตรวจสอบพื้นที่ทำได้ยากลำบาก เนื่องจากขณะนี้มีเรือสัญจรผ่านเพียง 1 ลำ ส่วนที่เหลือจอดเทียบท่าทั้งหมด ประกอบกับในพื้นที่มีสภาวะการรบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Warfare) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบกำหนดตำแหน่ง (GPS) อุปกรณ์สื่อสาร และระบบดาวเทียม ทำให้การเดินทางเข้าไปในพื้นที่มีความเสี่ยงสูงมาก ล่าสุด องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ได้ยกระดับมาตรการให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตงดเว้นการเข้าพื้นที่เสี่ยง 100% แล้ว

ในตอนท้าย พลเรือตรี จุมพล ยืนยันว่า ปัจจุบันไม่มีเรือไทยเดินทางเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงเพิ่มเติมแล้ว คงเหลือเพียงเรือบางส่วนที่พำนักอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยเท่านั้น ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า และ ศร.ชล. จะร่วมกันเฝ้าระวังและใช้สรรพกำลังอย่างเต็มขีดความสามารถ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ ตลอดจนดูแลสวัสดิภาพและความปลอดภัยของคนไทยทุกคนอย่างดีที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...