โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

TPIPPเปิดแผนอัพมาร์จิ้น หวังอีบิทดาเพิ่มกว่า2พันล.

ทันหุ้น

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#TPIPP #ทันหุ้น – TPIPP ยัน ไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง เหตุสัญญาซื้อขายไฟฟ้าชัดเจน-แหล่งวัตถุดิบในประเทศรองรับ มีนาคมนี้เปลี่ยนจากขยะน้ำท่วมมาใช้ขยะชุมชนหนุนค่าการผลิตไฟฟ้าเพิ่ม พร้อมเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน หวังรักษามาร์จิ้น หลังโรงไฟฟ้า 2 แห่งหมด Adderหวังอนาคต EBITDA เพิ่มกว่า 2 พันล้านบาท

นายภัคพล เลี่ยวไพรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP ประกอบธุรกิจด้านการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ด้วยโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทิ้ง และโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิง RDF เปิดเผยว่า ทิศทางผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ยังแนวโน้มการเติบโตที่ดี โดยในช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์อยู่ในระดับที่ดี แต่เดือนมีนาคมอาจได้รับผลกระทบบ้างจากการที่บริษัทแม่ บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPL ที่ได้มีการปิดซ่อมบำรุงเครื่องจักร ทำให้ยอดขายไฟฟ้าให้โรงงานผลิตปูนซีเมนต์ลดลง แต่บริษัทยังคงขายไฟฟ้าให้ กฟผ. ได้เต็มตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA)

*อนาคตกลับมาแกร่ง

ทั้งนี้ในภาพรวมปี 2569 ถึงแม้ว่าบริษัทจะยังได้รับผลกระทบจากการสิ้นสุดระยะเวลาของส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าโดยเฉพาะ Adder ของโรงไฟฟ้า TG4 และ TG6 มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 90 เมกะวัตต์ แต่บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถชดเชยส่วนต่างความสามารถทำกำไรได้ ด้วยการประหยัดต้นทุนจากการเลิกใช้ถ่านหินซึ่งบริษัทได้มุ่งสู่การเป็นโรงไฟฟ้าปราศจากถ่านหิน โดยมีเป้าหมายชัดเจนที่จะเป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้ขยะเป็นเชื้อเพลิง 100% ภายในปี 2569 และได้เปลี่ยนหม้อต้มน้ำ (Boiler) B8 ทั้ง 3 ตัว จากที่เคยใช้ถ่านหินมาเป็นขยะทั้งหมดแล้ว โดยตัวสุดท้ายเสร็จสิ้นในเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามจากปลายปีก่อน บริษัทเคยรับขยะจากน้ำท่วมใหญ่ที่อำเภอหาดใหญ่ที่รัฐบาลจัดส่งมาให้โรงไฟฟ้าขยะที่จังหวัดสงขลาของ TPIPP ใช้เป็นเชื้อเพลิง ซึ่งขยะประเภทนี้มีปัญหาคือ มีความชื้นสูงมากและมีสิ่งเจือปนเยอะ ทำให้ค่าความร้อนต่ำและไม่สามารถเดินเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพตามปกติ

ดังนั้นบริษัทได้เจรจากับทางรัฐบาลเพื่อขอหยุดรับขยะน้ำท่วม และขอเปลี่ยนเป็นการรับ ขยะชุมชนปกติ แทน ซึ่งรัฐบาลได้อนุมัติตามที่บริษัทร้องขอตั้งแต่เดือนมีนาคมปีนี้ จึงมั่นใจว่าค่าความล้อมจะดีขึ้นส่งผลดีสืบเนื่องไปยังผลประกอบการต่อไป อีกทั้งผลประกอบการปีนี้จะมีรายได้เพิ่มจากโครงการใหม่ที่สงขลาและมุกดาหาร และคาดผลดีจะชัดเจนในปี 2570 ทำให้ปีดังกล่าวผลประกอบการจะกลับมาแข็งแกร่งในระดับปีก่อนหน้านี้ได้

*ลงทุนปีนี้ 2.4 พันล.

นายภัคพล กล่าวว่า จากแผนงบลงทุนรวมระยะยาวระหว่างปี 2565-2569 กำหนดไว้ที่ 15,476 ล้านบาท สำหรับเฉพาะปีนี้บริษัทวางแผนใช้เงินลงทุนประมาณ 2,400 ล้านบาทซึ่งถือเป็นงบลงทุนสำหรับโครงการใหญ่งวดสุดท้าย โดยจำแนกนำไปใช้ใน 3 ส่วนหลัก ได้แก่ โครงการทดแทนการใช้ถ่านหิน (Coal Replacement) : การปรับปรุง Boiler, โครงการโรงไฟฟ้าขยะใหม่ในต่างจังหวัดที่ สงขลา และมุกดาหาร และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ขยายโซลาร์ฟาร์ม โซน 4 และตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไปการใช้เงินลงทุนจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยจะเหลือเพียงงบสำหรับการ ซ่อมบำรุงตามปกติ (Maintenance CAPEX) เท่านั้น

ด้านประมาณการ EBITDA หลังจากปี 2568 อยู่ที่ 3,952.6 ล้านบาท คาดว่าเมื่อการลงทุนต่างๆ แล้วเสร็จทั้งการปรับปรุง Boiler, โครงการแสงอาทิตย์ และโรงไฟฟ้าขยะใหม่ น่าจะช่วยเพิ่ม EBITDA รวมได้ประมาณ 2,095 – 2,100 ล้านบาทต่อปีในอนาคต

*ผลกระทบสงคราม

ขณะที่สถานการณ์สงครามตะวันออกลางนั้นกระทบต่อบริษัทค่อนข้างจำกัด เนื่องจากบริษัทมีสัญญาขายไฟฟ้าที่แน่นอน และมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเชื้อเพลิงไปสู่พลังงานหมุนเวียน (ขยะ) ซึ่งช่วยลดการพึ่งพิงเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ เว้นแต่การขายไฟฟ้าให้ TPIPL ที่ขึ้นอยู่กับดีมานด์และการเติบโตของการใช้ปูนซีเมนต์ คอนกรีตผสมเสร็จ และเม็ดพลาสติก รวมถึงเคมีภัณฑ์ของบริษัทดังกล่าวด้วย

ส่วนราคาเชื้อเพลิงหลัก เช่น น้ำมันและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกที่ต่างปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลต่อค่าไฟฟ้าผันแปร (FT) ในรอบต่อ ๆ ไปในบางส่วนเท่านั้น เพราะมีการใช้พลังงานประเภทอื่นร่วมชดเชยด้วย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...