โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ บทเรียนสู่แก้รัฐธรรมนูญ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

การเมืองไทยภายใต้ความคืบหน้าเข้าสู่โหมด การจัดสรร “โควต้ารัฐมนตรี”

แน่นอน! เป็นโควต้าตาม “มุ้งบ้านใหญ่” ในแต่ละพรรค

ว่าไปแล้ว ผลการเลือกตั้งใหญ่ครั้งนี้แม้จะมีเรื่องเกรียวกราวเกี่ยวกับการซื้อเสียงครั้งมโหฬารที่สุดจนเกิดความสงสัยไปทั่วถึงเป้าหมายในการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่มาพร้อมกับข่าวคราวพฤติกรรมอันชวนสงสัยถึงความไม่ชอบมาพากลในการจัดการเลือกตั้ง

แต่นั่นในที่สุดแล้วเป็นเรื่องที่ทำได้แค่สงสัยกันไป แก้ไขคือจัดการอะไรไม่ได้มากกว่านั้น ด้วยถูกทำให้เป็นภาวะต้องยอมจำนน ด้วยคนส่วนใหญ่มีความคิดไปในทางประเทศจำเป็นต้องเร่งมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม เพื่อรับมือวิกฤตโลกที่เกิดขึ้นรุนแรง

มีความเห็นกันว่าหากจัดเลือกตั้งใหม่แล้วผลไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากที่เป็นอยู่ จัดไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร เสียงบประมาณที่ควรจะเอาไปทำอย่างอื่นให้เป็นประโยชน์มากกว่า

ถึงแม้จะเป็นการจัดการเลือกตั้งที่น่าเกลียด น่ากลัว แค่ไหน ก็จำต้องปล่อยให้ถูลู่ถูกังกันไปเช่นนี้

ในแวดวงของผู้ติดตามพัฒนาการการเมืองไทย ปรากฏการณ์ที่ทำให้ตื่นตาตื่นใจเป็น “ผลการเลือกตั้งที่เป็นชัยชนะแบบขาดลอยของเครือข่ายระบบบ้านใหญ่อุปถัมภ์” อันสะท้อนผ่านจำนวน ส.ส.ที่ได้รับเลือกของ “พรรคภูมิใจไทย” กับ “พรรคกล้าธรรม” ที่ได้รวมกันแล้วเกินครึ่งสภามากกว่า

เป็นที่รู้กันดีว่าการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มมีการก่อตั้ง “พรรคไทยรักไทย” ที่มี ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้นำ ปัจจัยที่ประชาชนส่วนใหญ่ใช้เลือก ส.ส.เปลี่ยนไป โดยเน้นเลือกที่นโยบายพรรคที่นำเสนอในการแก้ปัญหาให้ประเทศ และมาเป็นเน้นที่ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และเมื่อพรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้น คนส่วนใช้ภาพของอุดมการณ์พรรคเป็นปัจจัยในการเลือก ชัดเจนยิ่งขึ้นมาในยุคที่เป็น “พรรคก้าวไกล”

แต่มาถึงเลือกตั้งครั้งนี้เป็นปรากฏการณ์ที่น่าตื่นตะลึงอย่างยิ่ง เมื่อคนส่วนใหญ่ย้อนกลับไปเลือก “ระบบเครือข่ายบ้านใหญ่อุปถัมภ์” กันท่วมท้น

การเมืองที่สู่ทิศทางของ “เสรีนิยมประชาธิปไตย” ที่เป็นพัฒนาการความรู้ทางการเมืองของประชาชนที่เชื่อว่าเกิดจากความเข้าใจโครงสร้างอำนาจ ที่ “ฝ่ายนิติบัญญัติ” หมายถึงบทบาทของ ส.ส.มีหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ และคานอำนาจของฝ่ายบริหาร ซึ่งเลยถึงการทำหน้าที่ของกลไกราชการให้สามารถดูแลทุกข์สุขของประชาชนได้ ซึ่งเป็นพัฒนาการไปในทิศทางที่ถูกต้อง

แต่ผลการเลือกตั้งใหญ่ครั้งนี้เป็นภาพสะท้อนชัด ว่า “ประชาชนส่วนใหญ่” ยังมีความเข้าใจว่าการแก้ปัญหาต่างๆ เป็นหน้าที่โดยตรงของ ส.ส.ที่จะต้องเรียกร้องให้ลงมือเองได้

หากต้องการเข้าใจความเปลี่ยนแปลงในทางถอยหลังกลับของความเข้าใจโครงสร้างอำนาจการเมืองไทย ให้หา “คลิป” หรือบทสัมภาษณ์ของ ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ อดีต ส.ส.ระยองปี 2562 ที่พ่ายแพ้การเลือกตั้งครั้งนี้ ต่อกลไก “บ้านใหญ่อุปถัมภ์” ที่ซับซ้อนและเป็นจริงในวิถีชีวิตประชาชน จนยากที่จะกลับไปเอาชนะได้

ภารกิจหนึ่งของนักการเมือง และประชาชนคือ นับจากนี้จะต้องร่วมกัน“เขียนรัฐธรรมนูญ” ขึ้นใหม่

โจทย์ใหญ่อาจจะมีอยู่ที่ต้องลดทอนอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของ “องค์กรอิสระ” แล้ว

ที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การทำให้ “อำนาจอธิปไตยทั้ง 3” คือ “บริหาร นิติบัญญัติ” ตรวจสอบและคานกันได้ตามหน้าที่ที่ควรจะเป็น โดยวางกลไกให้ประชาชนเรียนรู้และเข้าใจ ถึงหน้าที่ที่ถูกต้องของแต่ละอำนาจให้ได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ บทเรียนสู่แก้รัฐธรรมนูญ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...