โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ข่าวสืบสวนสหรัฐฯ เผย สหรัฐฯ ต้องรับผิดชอบโจมตีพลาดโดนโรงเรียนประถมที่อิหร่าน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สื่อสหรัฐฯ ตรวจสอบพบหลักฐานชี้ สหรัฐฯ ต้องมีส่วนรับผิดชอบเหตุโจมตีโรงเรียนประถมศึกษา ที่ทำให้มีนักเรียนเสียชีวิตจำนวนมาก เผยโจมตีผิดพลาด เพราะโรงเรียนอยู่ใกล้กับฐานทัพ IRGC

จากการสืบสวนของ The New York Times และ Reuters พบหลักฐานหลายด้านชี้ว่า การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ที่มุ่งเป้าไปยังฐานทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ในเมืองมินาบ อาจพลาดไปโดนโรงเรียนประถมศึกษาที่อยู่ติดกันเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้มีเด็กนักเรียนและเจ้าหน้าที่เสียชีวิตอย่างน้อย 175 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนหญิง อายุ 7-12 ปี

การโจมตีด้วยอาวุธนำวิถีความแม่นยำสูงที่ทำลายโรงเรียนประถม ชาจาเราะห์ ตอยเยเบห์ ทางตอนใต้ของอิหร่าน ดูเหมือนจะเป็นปฏิบัติการของกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นเหตุที่มีพลเรือนเสียชีวิตมากที่สุด นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการทางทหารร่วมกันโจมตีอิหร่าน ตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

แม้จนถึงขณะนี้จะยังไม่มีฝ่ายใดออกมายอมรับความรับผิดชอบโดยตรง แต่หลักฐานจำนวนมาก ทั้งภาพถ่ายดาวเทียมและวิดีโอที่ได้รับการยืนยัน ชี้ไปในทิศทางว่าการโจมตีอาจเกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ

ในช่วงแรก ทำเนียบขาวระบุเพียงว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงบางรายยอมรับว่าหลักฐานจำนวนมากบ่งชี้ว่าอาวุธที่ใช้โจมตีน่าจะเป็นยุทโธปกรณ์ของสหรัฐฯ ที่มาจากแนวปฏิบัติการทางตอนใต้

หลักฐานที่รวบรวมโดย The New York Times รวมถึงภาพถ่ายดาวเทียมใหม่จากบริษัท Planet Labs แสดงให้เห็นว่า อาคารเรียนได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีแบบแม่นยำสูง ซึ่งเกิดขึ้นในเวลาเดียวกับการโจมตีฐานทัพเรือของ IRGC ที่อยู่ติดกัน

ภาพถ่ายดาวเทียมเผยว่า อาคารอย่างน้อย 6 หลัง ภายในฐานของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติถูกทำลายจากการโจมตีแบบแม่นยำ โดยอาคาร 4 หลังถูกถล่มราบ และอีก 2 หลังมีร่องรอยถูกโจมตีตรงกลางหลังคา ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของอาวุธนำวิถี

เวส เจ. ไบรอันต์ อดีตผู้เชี่ยวชาญด้านการกำหนดเป้าหมายของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ว่า จากการตรวจสอบภาพถ่าย เขาเชื่อว่าอาคารทั้งหมด รวมถึงโรงเรียน ถูกโจมตีด้วยการกำหนดเป้าหมายที่ “แม่นยำอย่างสมบูรณ์แบบ”

เขาประเมินว่า ความเป็นไปได้มากที่สุดคือ “การระบุเป้าหมายผิดพลาด” โดยกองกำลังที่โจมตีอาจไม่ทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีพลเรือนอยู่

ภาพถ่ายดาวเทียมย้อนหลังยังแสดงว่า อาคารดังกล่าวเคยเป็นส่วนหนึ่งของฐานทัพ IRGC ในปี 2013 ก่อนจะถูกแยกออกและปรับใช้เป็นโรงเรียนตั้งแต่เดือนกันยายน 2016

ด้านพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ยอมรับว่ากองทัพกำลังสอบสวนเหตุการณ์นี้ เขากล่าวในการแถลงข่าวว่า “ไม่เคยกำหนดเป้าหมายไปที่พลเรือน แต่เรากำลังตรวจสอบและสืบสวนเรื่องนี้อยู่”

ด้านมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุเช่นกันว่า สหรัฐฯ จะไม่จงใจโจมตีโรงเรียน และได้ส่งคำถามเพิ่มเติมให้กระทรวงกลาโหมเป็นผู้ชี้แจงต่อไป

สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างโปร่งใส โดยระบุว่าความรับผิดชอบในการตรวจสอบตกอยู่กับฝ่ายที่เป็นผู้โจมตี

ยานีนา ดิลล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสงครามจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด กล่าวว่า ผู้ที่ทำการโจมตีมีหน้าที่ต้อง ตรวจสอบสถานะของเป้าหมายให้แน่ชัดก่อนโจมตี

ภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ การโจมตีโรงเรียนหรือสิ่งปลูกสร้างพลเรือนโดยเจตนา ถือเป็น “อาชญากรรมสงคราม”

ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังไม่ตัดความเป็นไปได้ว่าอาจมีหลักฐานใหม่ปรากฏขึ้นและชี้ไปยังผู้กระทำรายอื่น แม้หลักฐานในปัจจุบันตั้งแต่เส้นทางการบินไปจนถึงรูปแบบการระเบิดของอาวุธนำวิถีจะชี้อย่างชัดเจนว่า โศกนาฏกรรมที่เมืองมินาบครั้งนี้อาจเกิดจากอาวุธของสหรัฐฯ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...