[Vision Exclusive] WHA รับเต็มสูบ ต่างชาติย้ายฐาน
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 21 ม.ค. เวลา 16.53 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. เวลา 09.50 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น-WHAมั่นผลงานปี2569 เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่องจากปี2568 ชี้กลุ่มธุรกิจหนุนเต็มสูบ รับอานิสงส์ทุนขนาดใหญ่จากต่างประเทศมุ่งสู่ประเทศไทยตั้งฐานการผลิตอุตสาหกรรมเป้าหมายที่อยู่ในเทรนด์ตลาดโลก ทั้งดาต้า เซ็นเตอร์ AIอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์อีวี และ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
นางสาวจรีพร จารุกรสกุล. ประธานคณะกรรมการบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)หรือWHA เปิดเผยกับ”ทีมข่าวหุ้นวิชั่น”ถึงผลดำเนินงานปี2569 มั่นใจว่ามีแนวโน้มเติบโตที่แข็งแกร่งต่อเนื่องจากปี2568 จากทุกกลุ่มธุรกิจ โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐที่มีมาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการลงทุนภายในประเทศและต่างประเทศ
ทั้งนี้ในส่วนของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ของไทยยังมีแนวโน้มและโอกาสเติบโตได้สูงและต่อเนื่องในระยะยาว หลังจากที่ผ่านมาแม้จะได้รับแรงกดดันจากนโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐซึ่งก็มีความชัดเจนมากขึ้น และอุตสาหกรรมที่ FDI ยังมีแนวโน้มเติบโตโดดเด่น ได้แก่ กลุ่มที่เติบโตรับเทรนด์อนาคต เช่น ดาตาเซ็นเตอร์( Data center) ,AI, คลาวด์ (Cloud) ,เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) ขณะที่อุตสาหกรรมเป้าหมายเดิม เช่น อิเล็กทรอนิกส์, ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า(EV) มีแนวโน้มขยายตัวได้เพื่อรองรับตลาดโลก เป็นต้น
*พร้อมรับอานิสงส์
ในฐานะที่WHA กรุ๊ปเป็นผู้พัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม โดยมีกลุ่มธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจโลจิสติกส์,ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม,ธุรกิจสาธารณูปโภค (น้ำ),ธุรกิจไฟฟ้า,ธุรกิจดิจิทัลและธุรกิจโมบิลิตี้ ซึ่งล้วนแต่มีความพร้อมที่จะรองรับการขยายงานการลงทุนของกลุ่มลูกค้า อาทิธุรกิจโลจิสติกส์ บริษัทมีการลงนามสัญญาเช่าโครงการ Built-to-Suit และโรงงาน/คลังสินค้าสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น และยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการเข้าเซ็นสัญญากับลูกค้ารายใหญ่อีกหลายราย
รวมถึงโครงการWHA Mega Logistics Center เทพารักษ์ ที่ได้รับการตอบรบที่ดีจากกลุ่มลูกค้า และโลจิสติกส์ในประเทศเวียดนาม ก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้า เช่นเดียวกัน และปี2569 ก็เชื่อว่าจะมีกลุ่มลูกค้าใหม่เพิ่มมากขึ้น
ทางด้านธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ในภาพรวมยังคงได้รับปัจจัยบวกจากกระแสการย้ายฐานการลงทุนและการผลิต (Relocation) มายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศไทยก็ยังเป็นประเทศที่ต่างชาติให้ความสนใจเข้ามาลงทุน จากความพร้อมของระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ พลังงาน และเทคโนโลยีสารสนเทศ ไว้รองรับ
*เทรนด์โลกหนุน
สอดคล้องกับยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งสริมการลงทุนหรือ BOI เติบโตอย่างต่อเนื่อง ที่ได้ออกไปโรดโชว์ต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยอุตสาหกรรมที่เป็นเป้าหมายหลัก เช่น ดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า สอดรับกระแสเศรษฐกิจดิจิทัลและความต้องการอุปกรณ์เทคโนโลยีขั้นสูงที่เพิ่มขึ้น
ถือเป็นโอกาสที่ WHA กรุ๊ป สามารถที่จะต่อยอดธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้าชั้นนำจากภาคอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มคอนซูมเมอร์ , กลุ่ม Data Center ที่มีความต้องการใช้ที่ดินจำนวนมากเพื่อสร้างโรงงานและฐานการผลิต เพื่อร่วมผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางภูมิภาคในด้านต่างๆ เช่น ดาต้า เซ็นเตอร์ และAI ในอนาคต
นอกจากนี้ WHAได้เปิดตัวนิคมแห่งใหม่ คือ WHA Eastern Seaboard Industrial Estate 5 (WHA ESIE 5) บนพื้นที่กว่า 4,000 ไร่ในอำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ภายใต้แนวคิด Smart Eco Industrial Estate เน้นเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายใน EEC เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และดาต้าเซ็นเตอร์ พร้อมระบบสาธารณูปโภค และเริ่มมีลูกค้าทยอยเข้ามา พร้อมกับการเจรจาลูกค้ารายใหม่ อย่างต่อเนื่อง
“เมื่อแนวโน้มการเติบโตจากกลุ่มData Center เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดีมานด์ความต้องการใช้ไฟฟ้า และสาธารณูปโภคด้านน้ำ เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะพลังงานสะอาด ซึ่งกำลังศึกษาที่จะสร้างโรงไฟฟ้าไว้รงรับลูกค้าภายในนิคม และมองหาโอกาสนำเทคโนโลยี SMR เข้ามารองรับในนาคต ซึ่งส่งผลดีต่อกลุ่มธุรกิจของWHA ”
*เพิ่มมูลค่าธุรกิจแกร่ง
จากการที่เราประเมินถึงอนาคตและปัจจัยต่างๆเข้ามาสนับสนุนให้กลุ่มธุรกิจ ประกอบกับWHA กรุ๊ปเอง ก็ได้มีการเตรียมพร้อมโดยปรับกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับเมกะเทรนด์โลก ยกระดับไปสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี (Technology-driven Organization) จากการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรในด้านนวัตกรรมดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง และการทำโครงการ Digital Transformation ในทุกมิติ พร้อมหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าสนับสนุนแต่ละกลุ่มธุรกิจให้เติบมั่นคงและยั่งยืน
สำหรับงบลงทุนในปี2569 คาดว่าจะน้อยกว่าปี2568 ที่ใช้งบลงทุนกว่า10,000 ล้านบาท โดยงบลงทุนส่วนใหญ่จะใช้ซื้อที่ดินและก่อสร้างอาคารไว้รองรับกลุ่มลูกค้า แต่หากมีพื้นที่ทำลใหม่ที่น่าสนใจในนาคตก็สามารถที่จะใช้งบลงทุนมากกว่า10,000 ล้านบาท ตามโอกาสที่เหมาะสม