โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เปิดประวัติ เอกนัฎ พร้อมพันธุ์ ผู้ชนแหลกทุนจีน

สยามนิวส์

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ทีมข่าวสยามนิวส์
จากเหตุโศกนาฏกรรมด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไล่เรียงตั้งแต่กรณีอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม

จากเหตุโศกนาฏกรรมด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไล่เรียงตั้งแต่กรณีอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม เหตุเครนก่อสร้างถล่มทับขบวนรถไฟในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา จนกระทั่งล่าสุดเกิดเหตุอุบัติเหตุซ้ำซากในโครงการก่อสร้างถนนพระราม 2 เหตุการณ์เหล่านี้ได้จุดกระแสการตั้งคำถามครั้งใหญ่ในสังคมขึ้นอีกครั้งถึงมาตรฐานความปลอดภัย วัสดุก่อสร้าง และประสิทธิภาพการกำกับดูแลภาคอุตสาหกรรมของภาครัฐ

ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าว ชื่อของ นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง ในฐานะนักการเมืองที่เคยเปิดเกมรุกตรวจสอบอุตสาหกรรมอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการชนตรงกับกลุ่มทุนจีนในประเทศไทย ที่ถูกตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการผลิตและจำหน่ายวัสดุอุตสาหกรรมไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับเหตุอาคารและโครงสร้างขนาดใหญ่พังถล่มในหลายพื้นที่ตลอดช่วงที่ผ่านมา

นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ เป็นนักการเมืองและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมไทย ผู้มีบทบาทโดดเด่นในการตรวจสอบอุตสาหกรรมและกำกับดูแลมาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรมไทยในช่วงดำรงตำแหน่ง ก่อนพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีตามวาระรัฐบาลปัจจุบันช่วงปลายปีที่ผ่านมา

ในช่วงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายเอกนัฎได้สั่งการให้ ทีมตรวจการสุดซอย กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เข้าตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งที่มีประเด็นเกี่ยวกับการผลิตสินค้าไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะโรงงานที่มี การลงทุนจากกลุ่มทุนจีนในประเทศไทย ซึ่งพบการลักลอบใช้เตาหลอมโลหะแบบ IF ที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายควบคุมการผลิต ทำให้ผลิตภัณฑ์เหล็กที่ออกสู่ตลาดมีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน มอก. และอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของโครงสร้างอาคารและเครื่องจักร

จุดเริ่มต้นของประเด็นร้อนแรงคือการตรวจสอบคุณภาพเหล็กที่เกี่ยวข้องกับกรณีอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มลงมา ซึ่งมีข้อสงสัยว่าการใช้เหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานอาจเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา ทำให้ทีมตรวจสอบพบเหล็กผิดมาตรฐานจำนวนมาก และนำไปสู่การดำเนินคดีกับบริษัทผลิตเหล็กทุนจีน

ขณะที่ดำรงตำแหน่ง มีรายงานว่า นายเอกนัฎเคยเปิดเผยว่า กลุ่มทุนจีน พยายามล็อบบี้และขับเคลื่อนให้มีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีอุตสาหกรรม โดยมีการตั้ง ค่าหัว ในระดับ 200-300 ล้านบาท เพื่อให้ตนพ้นตำแหน่ง หลังจากสั่งปิดโรงงานและตรวจสอบกิจการผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด แม้ประเด็นนี้จะไม่ปรากฏว่ามีการเปลี่ยนแปลงจริง แต่เป็นหนึ่งในแรงกดดันที่เขาต้องเผชิญระหว่างการทำงาน

ผลงานอีกด้านหนึ่งของนายเอกนัฎ คือคำสั่ง สั่งปิดและดำเนินคดีกับโรงงานของทุนจีนหลายแห่ง ที่ลักลอบประกอบกิจการผิดกฎหมาย เช่น การลักลอบหลอมเหล็กโดยใช้เตาหลอมแบบ IF ที่ควบคุมคุณภาพไม่ได้ และการลักลอบผลิตเหล็กที่ไม่มีใบอนุญาต จนต้องอายัดสินค้าและยึดของกลาง นำไปสู่การตรวจสอบต่อเนื่องและผลักดันคดีพิเศษกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง

ด้านองค์กรเอกชนและกลุ่มผู้ประกอบการไทยยังร่วมสนับสนุนการตรวจสอบคุณภาพสินค้าดังกล่าว โดยหลายสมาคมอุตสาหกรรมเหล็กไทยไม่ยอมรับผลตรวจที่บิดเบือน และยืนยันว่าสินค้าที่ผลิตโดยโรงงานทุนจีนไม่ผ่านมาตรฐานสากล

ข้อมูลล่าสุดยังระบุว่าในบัญชีทรัพย์สินที่แจ้งต่อ ป.ป.ช. ขณะพ้นจากตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายเอกนัฎมีทรัพย์สินรวมประมาณ 1.1 พันล้านบาท ซึ่งรวมถึงเงินให้กู้ยืมในเครือข่ายธุรกิจส่วนตัวหลายราย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...