โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กำไรบจ.ญี่ปุ่นฟื้นแรง จ่อทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องครั้งแรก หลังวิกฤตปี 2008

efinanceThai

เผยแพร่ 20 ก.พ. เวลา 09.13 น.

กำไรบจ.ญี่ปุ่นฟื้นแรง จ่อทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องครั้งแรก หลังวิกฤตปี 2008

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 ก.พ. 69 16:13 น.

บริษัทจดทะเบียนญี่ปุ่นมีแนวโน้มทำสถิติกำไรสุทธิรายปีสูงสุดต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหนุนจากการขายสินทรัพย์และมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุน หลังจากเผชิญความไม่แน่นอนในช่วงที่ผ่านมา

กำไรสุทธิของบริษัทประมาณ 1,000 แห่งในตลาด Prime Market (ประกอบด้วยบริษัทชั้นนำที่มีสภาพคล่องสูงและเน้นธรรมาภิบาล) ของตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (TSE) คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1% ในปีงบประมาณปัจจุบัน (สิ้นสุดเดือนมี.ค.) พลิกจากประมาณการก่อนหน้าที่คาดว่าจะลดลง 2%

หากเป็นไปตามคาด ปีงบประมาณนี้จะนับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลกปี 2008 ที่บริษัทญี่ปุ่นทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกัน 5 ปี โดยมีราว 250 บริษัทที่ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการ ขณะที่อัตรากำไรสุทธิคาดว่าจะอยู่ที่ 6.3% สูงกว่าประมาณการเดิม 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ และเทียบเท่าสถิติสูงสุดของปีก่อนหน้า

การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) คาดว่าจะหนุนกำไรกลุ่มผู้ผลิตอุปกรณ์ผลิตชิปอย่าง Disco และผู้ผลิตใยแก้วนำแสง Fujikura สูงสุดเป็นประวัติการณ์

ขณะเดียวกัน การใช้จ่ายที่แข็งแกร่งของผู้บริโภคทั้งชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ยังเป็นปัจจัยบวกต่อ Central Japan Railway ผู้ให้บริการรถไฟชินคันเซ็น สายโทไกโดระหว่างโตเกียวโอซาก้า และ Isetan Mitsukoshi Holdings ซึ่งทั้งสองแห่งคาดว่าจะทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์

แรงผลักดันจากนักลงทุนและตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ที่ต้องการให้บริษัทให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในการใช้เงินทุนเริ่มเห็นผลชัดเจน จากบริษัทประมาณ 600 แห่งที่มีข้อมูลคาดการณ์ค่าอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) ตามการประเมินแบบ QUICK Consensus ซึ่งเป็นตัวชี้วัดว่าบริษัทนำเงินของผู้ถือหุ้นไปใช้สร้างผลตอบแทนได้มีประสิทธิภาพเพียงใด พบว่ากว่า 60% มีค่า ROE สูงกว่าเป้าหมาย 8% ที่ตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (TSE) กำหนดไว้

ด้าน Fujitsu เพิ่มความสามารถทำกำไรจากการขายธุรกิจที่ไม่ใช่แกนหลัก ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 6 จุด ขึ้นไปแตะ 12% ขณะที่บริษัทกำลังลดขนาดธุรกิจฮาร์ดแวร์ รวมถึงเมนเฟรม และหันไปเน้นบริการไอที โดยเฉพาะคลาวด์คอมพิวติ้ง ทั้งยังได้อานิสงส์จากกำไรขายหุ้นในบริษัทลูกอย่าง Shinko Electric Industries

ด้าน IHI กลุ่มบิรษัทด้านงานวิศวกรรม ซึ่งปรับโครงสร้างโดยลดบทบาทธุรกิจเครื่องจักรหนักทั่วไป เช่น หม้อไอน้ำและเครน และหันไปเน้นอากาศยาน อวกาศ และกลาโหม คาดว่าอัตรากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้น 0.7 จุดเป็น 7.6% แม้รายได้คาดโตเพียง 1% แต่กำไรสุทธิคาดเพิ่มขึ้น 11%

ราคาหุ้นหลายบริษัทปรับขึ้นใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากความคาดหวังผลประกอบการปีถัดไป โดยดัชนี Nikkei Stock Average สูงกว่าระดับปลายปี 2025 ราว 10%

สัดส่วนหุ้นที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (P/B ต่ำกว่า 1 เท่า) ลดลงเหลือ 37% ณ เดือนม.ค. 2026 จาก 59% ในเดือนม.ค. 2023 สะท้อนมูลค่าหุ้นที่ปรับตัวดีขึ้น

นักวิเคราะห์คาดว่าในปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมี.ค. 2027 กำไรบริษัทจะเติบโตในวงกว้าง โดยได้แรงหนุนจากการลงทุนในเซมิคอนดักเตอร์ที่แข็งแกร่ง ผลกระทบจากนโยบายภาษีสหรัฐฯ ต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ที่ผ่อนคลายลง และดอกเบี้ยขาขึ้นที่เป็นบวกต่อภาคธนาคาร นักวิเคราะห์บางส่วนยังคาดว่า กำไรต่อหุ้น (EPS) อาจเติบโตในระดับสองหลัก

ที่มา Nikkei Asia

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...