AWC ผนึก แมริออท เปิด “เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน พัทยา” - “Marriott เกาะสมุย”
บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งใหม่กับ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เดินหน้าพัฒนาโรงแรมระดับลักชัวรีในสองเมืองตากอากาศสำคัญ ได้แก่ “เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน พัทยา” ในเมกะโปรเจกต์ Aquatique และการรีแบรนด์ “เชอราตัน สมุย” สู่ “แมริออท เกาะสมุย” ยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวไทย
วันที่ 29 ม.ค. 2569 นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จํากัด (มหาชน) หรือ AWC ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทยที่มุ่งเน้นตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร เปิดเผยว่าบริษัทได้มีความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของสองจุดหมายปลายทางริมทะเลที่สำคัญของประเทศ ได้แก่ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี และเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
โดยได้มีการลงนามข้อตกลงในการพัฒนาและบริหารโรงแรมในแบรนด์ เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน ที่พัทยา ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาวระหว่าง AWC และแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล และสะท้อนความมุ่งมั่นร่วมกันของทั้งสององค์กรในการขยายพอร์ตโฟลิโอโรงแรมระดับลักชัวรีของประเทศไทย
อย่างไรก็ดีการลงนามพัฒนาโครงการในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยสานต่อจาก การลงนาม โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน แบงค็อก เดอะ ริเวอร์ไซด์ โครงการแลนด์มาร์กระดับโลกที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและฟื้นฟูย่านประวัติศาสตร์ ล้ง 1919 และทรงวาด ในปี 2565
เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กรุงเทพมหานครในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวลักชัวรีระดับโลก และการลงนาม โรงแรมเดอะ ริตซ์-คาร์ลตัน ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา ในปี 2566 ซึ่งได้ร่วมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการบริการระดับลักชัวรีของจังหวัดภูเก็ต
โดยโครงการภายใต้การผนึกกำลังครั้งนี้นั้น สะท้อนความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่มั่นคงระหว่าง AWC และแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ครอบคลุมการพัฒนาโครงการ Aquatique เมกะโปรเจ็กต์แบบมิกซ์ยูสระดับแฟลกชิปของ AWC ที่เมืองพัทยา ซึ่งมีโรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน พัทยา เป็นไฮไลต์สำคัญของโครงการ
ควบคู่กับการรีโพสิชันนิ่งโรงแรมเชอราตัน สมุย รีสอร์ท สู่โรงแรมแมริออท เกาะสมุย
ความร่วมมือดังกล่าว สะท้อนความมุ่งมั่นของ AWC ในการพัฒนาจุดหมายปลายทางที่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย
โดยต่อยอดจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของแต่ละพื้นที่ ทั้งศักยภาพในระดับนานาชาติ ความพร้อมของระบบนิเวศด้านการท่องเที่ยว และความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง เพื่อร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศในระยะยาว พร้อมสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก
"ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เน้นย้ำความมุ่งมั่นของ AWC ในการพัฒนาโครงการระดับแฟลกชิปบนทำเลยุทธศาสตร์ ผ่านแนวทางการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความยั่งยืน และอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ ซึ่งโครงการโรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน ในโครงการ Aquatique พัทยา จะเป็นโครงการลักชัวรีระดับแฟลกชิปที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมศักยภาพของเมืองพัทยาในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวหลักของประเทศไทย"
นางวัลภา กล่าวและว่าขณะเดียวกัน การพัฒนาโรงแรมภายใต้แบรนด์แมริออท ที่เกาะสมุย เป็นการพัฒนาสอดคล้องเสริมศักยภาพของเกาะสมุยในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวคุณภาพขระดับนานาชาติ
นายแบรด เอ็ดแมน รองประธานกรรมการประจำประเทศไทย กัมพูชา และเมียนมา แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวเพิ่มเติมว่าความร่วมมือระหว่างแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล และ AWC ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นหนึ่งในความร่วมมือที่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมโรงแรมและการบริการในประเทศไทย โดยครอบคลุมโรงแรมหลายแห่งและแบรนด์ชั้นนำของเราแมริออท
โดยแบรนด์ เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน มุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์การเข้าพักในจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดของประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง และการเปิดตัวโรงแรมแห่งใหม่นี้ ในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการ Aquatique เมืองพัทยา จะช่วยสนับสนุนชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกของประเทศไทย สู่มาตรฐานสูงสุดด้านความหรูหราและความเป็นเลิศในระดับสากล
ขณะเดียวกัน การนำเสนอแบรนด์แฟลกชิปอย่าง Marriott Hotels สู่เกาะสมุย ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของเอเชีย จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางคุณภาพจากทั่วโลก รวมถึงสมาชิก Marriott Bonvoy ได้อย่างครบถ้วน เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมงานกับพันธมิตรที่เราชื่นชมอย่าง AWC เพื่อร่วมกันผลักดันโครงการที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับโรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน พัทยา ประกอบด้วยห้องพักกว่า 224 ห้อง มีพื้นที่รวมประมาณ 34,505 ตร.ม. ตั้งอยู่บนทำเลริมชายหาดภายในพื้นที่โครงการ Aquatique ซึ่งมีขนาดประมาณ 27-2-75 ไร่ โดยการพัฒนาโครงการจะดำเนินการตามแผนการส่งมอบแบบเป็นระยะของโครงการ Aquatique
โดย Aquatique ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด AWC’s Lifestyle Destination ซึ่งผสานองค์ประกอบด้านการบริการ โรงแรม การค้าปลีกริมชายหาด และแหล่งท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ไว้ภายในโครงการเดียวกันอย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนการสร้างคุณค่าของจุดหมายปลายทางในระยะยาว พร้อมเสริมความน่าสนใจของเมืองพัทยาในฐานะจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
นอกเหนือจากโรงแรมแล้วนั้น โครงการ Aquatique ยังประกอบด้วย โครงการรีเทลริมชายหาดระดับเวิลด์คลาส ด้วยพื้นที่ให้เช่ามากกว่า 110,000 ตร.ม.พัฒนาในรูปแบบจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ที่ผสานการท่องเที่ยว การพักผ่อน และการใช้ชีวิตเชิงประสบการณ์ตลอดแนวชายหาดของเมืองพัทยาเข้าไว้ด้วยกัน
ตลอดจนแหล่งความบันเทิงขนาดใหญ่ระดับสากล ประกอบด้วยสวนน้ำขนาดใหญ่ที่บริหารจัดการโดยพันธมิตรชั้นนำระดับโลก ออกแบบมาเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ และสนับสนุนความต้องการเดินทางตลอดทั้งปีของนักท่องเที่ยวให้กับโครงการ
ทั้งนี้ Aquatique ตั้งอยู่ในย่านพัทยากลาง ภายในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศที่สำคัญ อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา และโครงข่ายระบบรางในอนาคต
ส่งผลให้ Aquatique มีศักยภาพในการเติบโตสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ในระดับโลก นอกจากนี้ โครงการยังได้รับการวางบทบาทเพื่อส่งเสริมการเติบโตของพัทยาในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ พร้อมมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในระยะยาว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : AWC ผนึก แมริออท เปิด “เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน พัทยา” - “Marriott เกาะสมุย”
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th