นายกฯไฟเขียวกองทัพเสริมรั้วชายแดน-อาวุธ ชี้ยกเลิก MOU ปี 44 ใช้อำนาจครม.ได้
เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดขณะลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยบริเวณระหว่างฐานปฏิบัติการชนแดนเก่า-ฐานปฏิบัติการชนแดนใหม่ ชายแดนไทย-กัมพูชา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอยู่ในพื้นที่ที่ฝ่ายไทยควบคุม ไม่ได้เกิดจากการปะทะ ซึ่งในพื้นที่ที่เราควบคุม ก็ได้มีการเก็บกู้ทุ่นระเบิดอยู่จึงอาจมีเหตุที่ไม่ควรเกิดขึ้นได้ ดังนั้นต้องเพิ่มความระมัดระวัง เพราะพื้นที่ที่เรากลับไปควบคุมยังมีความเสี่ยงอยู่ การเก็บกู้ทุ่นระเบิดอาจยังทำได้ไม่หมด โดยเส้นทางที่ทหารของเราเดินออกไปก็ต้องมีการกำหนดเส้นทางที่ชัดเจน ว่าอย่าออกนอกแนว อย่างตอนที่ตนไปลงพื้นที่ปราสาทตาควาย จุดช่องจอม เขาก็ไม่ให้เดินออกนอกแนว ขีดเส้นไว้เลยเพราะยังมีความเสี่ยง ยังมีทุ่นระเบิดเก่าวางอยู่ ดังนั้นนี่ไม่ใช่เรื่องของการปะทะกัน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีกลุ่มวัยรุ่นชาวกัมพูชายั่วยุตามบริเวณชายแดน ทำให้ประชาชนกังวลว่าอาจเกิดการปะทะรอบ 3 นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้เราลงนามกันในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล ดังนั้นเรื่องการยั่วยุโดยประชาชน มันก็เกิดขึ้นได้ เราก็ต้องอยู่ในเขตของเรา เพราะการยั่วยุก็เกิดขึ้นในสื่อโซเชียลด้วย
เมื่อถามว่ายังให้ความมั่นใจกับประชาชนได้ด้วยการสร้างรั้วแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ใช่ ดำเนินการแน่นอน รวมถึงการเสริมศักยภาพด้านอาวุธและความแข็งแกร่งของกองทัพ ซึ่งตนได้เห็นชอบในหลักการไปแล้ว ให้ไปดำเนินการได้เลย
เมื่อถามว่าการศึกษาเรื่องการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน พ.ศ.2544 ได้กำหนดกรอบเวลาไว้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหม สภาความมั่นคงแห่งชาติ และกระทรวงการต่างประเทศไปดำเนินการแล้ว ซึ่งไม่ต้องมีกรอบเวลาอะไร ถ้ารัฐบาลก็ดูตามกฎหมาย ถ้ารัฐบาลใหม่เข้ามาแล้วยกเลิกได้เลย ก็สามารถทำได้เลย เมื่อถามย้ำว่าสามารถใช้อำนาจคณะรัฐมนตรียกเลิกได้เลยใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ใช่ น่าจะไม่ต้องไปถึงสภาเพราะเป็นแค่เอ็มโอยู
ต่อข้อถามถึงกรณีของเอ็มโอยูไทยระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชาว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก พ.ศ.2543 นายกฯ กล่าวว่า ยังดำเนินการอยู่ ถือว่าเป็นประโยชน์กับประเทศไทย เราก็ปักปันดินแดนของเราไป เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ในการปรับเนื้อหาในเอ็มโอยู ปี 2543 เพื่อให้ไทยและกัมพูชาคุยกันใหม่ในจุดที่มีความเห็นไม่ตรงกัน นายกฯ กล่าวว่า รอให้มีการพูดคุยเรื่องนี้กันได้ก่อน ตอนนี้ใครอยู่ที่ไหนก็อยู่ตรงนั้น ตามข้อตกลงหยุดยิงล่าสุด