คปภ.เร่งอัปเกรดโครงสร้างข้อมูลดึงแพลตฟอร์ม NetApp หนุนกำกับดูแลด้วย AI
คปภ. ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล นำแพลตฟอร์มข้อมูลอัจฉริยะของ NetApp มาใช้งาน หวังเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เสริมความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และวางรากฐานสู่การกำกับดูแลที่ขับเคลื่อนด้วย AI ครอบคลุมตั้งแต่เฝ้าระวังตลาด ประเมินความเสี่ยง ไปจนถึงตรวจจับการทุจริต
12 ก.พ. 2569 - เน็ตแอพ® (NASDAQ: NTAP) ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลอัจฉริยะ ประกาศว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) หน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยของประเทศไทย ได้ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลให้ทันสมัยด้วยโซลูชันของเน็ตแอพ โดยนำแพลตฟอร์มข้อมูลของเน็ตแอพมาใช้งาน รวมถึงระบบจัดเก็บข้อมูลระดับองค์กร ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร
โดยการปรับปรุงในครั้งนี้จะสนับสนุนเป้าหมายของ คปภ. ในการพัฒนาองค์กรสู่หน่วยงานที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลและใช้ข้อมูลเป็นศูนย์กลาง ช่วยให้สามารถจัดการและประมวลผลข้อมูลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานและธรรมาภิบาล พร้อมยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์โดยรวม และต่อยอดวิสัยทัศน์สู่การกำกับดูแลที่ขับเคลื่อนด้วย AI ครอบคลุมตั้งแต่การเฝ้าระวังตลาด การประเมินความเสี่ยง ไปจนถึงการตรวจจับการทุจริต
โดย คปภ. มีบทบาทสำคัญต่อระบบประกันภัยของประเทศไทย ทำหน้าที่กำกับดูแลให้ธุรกิจประกันภัยดำเนินงานอย่างมั่นคง โปร่งใส และคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก พร้อมคุ้มครองผู้เอาประกันภัย ส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม และสนับสนุนนวัตกรรม เพื่อยกระดับศักยภาพของภาคประกันภัยให้มีส่วนช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ
นอกจากนี้ คปภ. ยังดูแลการดำเนินงานของบริษัทประกันภัย นายหน้าประกันภัย และตัวแทนประกันภัย ให้เป็นไปตามมาตรฐานของอุตสาหกรรม ตลอดจนผลักดันการนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อยกระดับคุณภาพบริการให้ตอบโจทย์ประชาชนมากยิ่งขึ้น
ปลดล็อกข้อจำกัดไอที
ยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน
เน็ตแอพ® เปิดเผยว่า ก่อนที่ คปภ.จะตัดสินใจเลือกใช้โซลูชันของเน็ตแอพนั้น คปภ. ต้องเผชิญความท้าทายด้านไอทีหลายประการ ทั้งประสิทธิภาพของระบบจัดเก็บข้อมูลเดิมที่ยังไม่ตอบโจทย์ กระบวนการสำรองข้อมูลที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน รวมถึงข้อจำกัดด้านการขยายระบบที่ยังไม่ยืดหยุ่นพอรองรับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การประมวลผลข้อมูลเพื่อการกำกับดูแลเกิดความล่าช้า และเพิ่มความเสี่ยงทางธุรกิจจากการกู้คืนระบบหลักที่ใช้เวลานาน โดยโซลูชันของเน็ตแอพช่วยให้ คปภ. ยกระดับการดำเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้
1. เร่งประสิทธิภาพการปกป้องและกู้คืนข้อมูล
ด้วยความสามารถของ NetApp ONTAP® และเทคโนโลยี Snapshot ช่วยลดระยะเวลาในการสำรองฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อระบบหลักได้มากกว่า 90% จากเดิมที่ใช้เวลาหลายชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่นาที โดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพของงานหลัก อีกทั้งยังรองรับการกู้คืนระบบเมื่อเกิดภัยพิบัติแบบอัตโนมัติ เสริมความต่อเนื่องทางธุรกิจได้อย่างมั่นใจ
2. เข้าถึงข้อมูลรวดเร็ว เพิ่มความคล่องตัวเชิงนโยบาย
ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงและประมวลผลข้อมูลในแอปพลิเคชันหลักได้รวดเร็วขึ้นอย่างชัดเจน ส่งผลให้ คปภ. วิเคราะห์แนวโน้มความเสี่ยงของอุตสาหกรรมได้ทันท่วงที เช่น การประเมินความเสี่ยงจากการระบาดของโรคผ่านข้อมูลการเคลมประกันสุขภาพ และใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายได้แม่นยำยิ่งขึ้น
3. บริหารต้นทุนดีขึ้น รองรับการเติบโตข้อมูลในอนาคต
เทคโนโลยีการลดข้อมูลซ้ำและการบีบอัดข้อมูลช่วยลดการใช้พื้นที่จัดเก็บอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้บริหารต้นทุนได้มีประสิทธิภาพ พร้อมเพิ่มความยืดหยุ่นในการขยายระบบรองรับข้อมูลที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
4. เชื่อมต่อไฮบริดคลาวด์อย่างมีประสิทธิภาพ
โซลูชันของเน็ตแอพช่วยเชื่อมโยงระบบเดิมภายในองค์กรเข้ากับผู้ให้บริการคลาวด์หลายราย ลดปัญหาการทำงานร่วมกันระหว่างระบบ และอุปสรรคในการส่งต่อข้อมูล ซึ่งมีความสำคัญต่อการบริหารข้อมูลทางการเงินและข้อมูลกำกับดูแลที่มีความอ่อนไหว รวมถึงบริการประชาชน เช่น พอร์ทัลดิจิทัล แชทบอท และระบบรับเรื่องร้องเรียน ที่ต้องอาศัยความพร้อมใช้งานสูง
5. ยกระดับการป้องกันภัยไซเบอร์
โซลูชันสำรองข้อมูลแบบแก้ไขไม่ได้ ระบบป้องกันแรนซัมแวร์อัตโนมัติ และเทคโนโลยี SnapLock ช่วยป้องกันข้อมูลสำรองจากการถูกดัดแปลง ทำให้สามารถกู้คืนระบบได้รวดเร็ว และจำกัดวงความเสียหายเมื่อเกิดเหตุละเมิดความปลอดภัย
ด้านนายสมเกียรติ วัฒนประสบสุข ผู้ช่วยเลขาธิการสายเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย กล่าวว่า การประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการกำกับดูแลเป็นภารกิจสำคัญขององค์กร โดยโซลูชันของเน็ตแอพช่วยลดคอขวดด้านข้อมูล ประหยัดพื้นที่จัดเก็บ และเปิดโอกาสให้ทีมไอทีทุ่มเทเวลาไปกับการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น Open Insurance Ecosystem และแนวทางกำกับดูแลด้าน AI แทนการแก้ไขปัญหาระบบล่มหรือบำรุงรักษาระบบแบบเดิม
ขณะที่ นายอรรณพ วาดิถี ผู้จัดการเน็ตแอพ ประจำประเทศไทย ระบุว่า ในยุคที่สภาพแวดล้อมแบบไฮบริดเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ความสามารถในการเข้าถึงและบริหารจัดการข้อมูลในทุกสภาพแวดล้อมเป็นสิ่งจำเป็น ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเร่งนวัตกรรม และยกระดับการบริหารข้อมูลของ คปภ. ให้พร้อมรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ และรองรับการกำกับดูแลข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ ครอบคลุมทุกเวิร์กโหลดในสภาพแวดล้อมไฮบริดคลาวด์
“การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลครั้งนี้จึงไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของหน่วยงานกำกับดูแลเท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมประกันภัยไทยในการก้าวสู่ยุค Data-Driven Regulation และการกำกับดูแลที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างมั่นคงและยั่งยืน”