‘ประชาคมแพทย์’ สะท้อนภาพอนาคตของระบบสาธารณสุขไทย
The Bangkok Insight
อัพเดต 12 มี.ค. เวลา 02.22 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. เวลา 02.19 น. • The Bangkok Insight"ประชาคมแพทย์" ชี้ชะตาสาธารณสุขไทย นโยบายจำกัดเวรพยาบาล 12 ชม. สัญญาณเตือน "คิวเต็ม-จำกัดคนไข้"
วันนี้ (12 มี.ค.) แอดมินเพจเฟซบุ๊ก "ประชาคมแพทย์" ได้โพสต์ข้อความ สะท้อนภาพอนาคตของระบบสาธารณสุขไทย โดยระบุว่านโยบายการจำกัดเวรพยาบาลไม่เกิน 12 ชั่วโมง อาจเป็นจุดเริ่มต้นของ "การจำกัดคนไข้" ที่สังคมไทยจะได้เห็นในวันหนึ่ง ซึ่งอาจทำให้ประชาชนที่ไปรอคิวโรงพยาบาลตั้งแต่เช้ามืดต้องได้รับคำตอบว่า "วันนี้คิวเต็มแล้ว" ไม่ใช่เพราะโรงพยาบาลไม่อยากรักษา แต่เพราะระบบรับไม่ไหวแล้วและเป็นสัญญาณแรกของความจริงที่ว่าระบบสาธารณสุขไทยกำลังพังอยู่ก่อนแล้ว
ปัญหาสำคัญไม่ใช่การคัดค้านการลดชั่วโมงทำงาน เพราะทุกคนทราบดีว่าพยาบาลที่ทำงานต่อเนื่อง 16–20 ชั่วโมงเพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดพลาด แต่ปัญหาคือปัจจุบันไทยกำลังขาดแคลนพยาบาลอย่างหนัก หลายแห่งต้องใช้เวรต่อเนื่องหรือ OT เพื่อให้ระบบเดินต่อได้ เมื่อมีการจำกัด OT แต่ไม่มีการเพิ่มจำนวนบุคลากรหรือค่าตอบแทน ผลลัพธ์จึงไม่ใช่การแก้ปัญหาความเหนื่อยล้า (Burnout) แต่จะกลายเป็นรายได้ลดลงจนเกิดการลาออก พยาบาลจะย้ายไปอยู่ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือออกจากวิชาชีพ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับแพทย์ในระบบรัฐมาแล้ว
เพจประชาคมแพทย์ยังระบุด้วยว่า ปัญหาที่ใหญ่กว่าคือ "จำนวนคนไข้ไม่เคยถูกจำกัด" ในขณะที่ขีดความสามารถสูงสุดของระบบ (Capacity) มีจำกัดทั้งด้านบุคลากร เตียง และห้องผ่าตัด เมื่อบุคลากรถูกจำกัดแต่ผู้ป่วยเข้ามาไม่จำกัด จึงเหลือเพียงสองทางเลือกคือ คุณภาพการรักษาลดลง หรือต้องจำกัดจำนวนผู้ป่วย ซึ่งภาพอนาคตที่สังคมไทยอาจต้องเผชิญคือการจำกัดจำนวนผู้ป่วยต่อวัน การจำกัดคิว Walk-in การเลื่อนคิวผ่าตัดให้นานขึ้นจนผู้ป่วยรอไม่ไหวต้องหันไปพึ่งพาโรงพยาบาลเอกชน รวมถึงปัญหาการใช้เส้นสายฝากคิวในบางแห่งที่ขาดธรรมาภิบาล ซึ่งจะทำให้ประชาชนคนยากจนลำบากมากขึ้น ตลอดจนการต้องส่งผู้ป่วยไปคลินิกชุมชนอบอุ่นแทนเพื่อลดความแออัด
ทั้งนี้ ความจริงที่ระบบสุขภาพทั่วโลกต้องยอมรับคือทรัพยากรมีจำกัดเสมอ ทั้งแพทย์ พยาบาล และงบประมาณ แต่ที่ผ่านมาประชาชนกลับได้รับข้อมูลว่าทุกอย่างฟรีและเข้าถึงได้ไม่จำกัด ซึ่งเป็นผลจากนโยบายประชานิยม ทั้งที่ในความเป็นจริงระบบสุขภาพไม่สามารถทำให้ "ฟรีทุกอย่าง เข้าถึงได้ทันที และมีคุณภาพสูง" เกิดขึ้นพร้อมกันได้ สังคมจึงควรเริ่มตั้งคำถามถึงงบประมาณสาธารณสุขและงบประมาณในระบบ สปสช. ที่เพิ่มขึ้นว่าถูกกระจายไปที่ไหน และถึงมือบุคลากรหน้างานในสัดส่วนเท่าใด เพราะหากโครงสร้างยังเหมือนเดิม นโยบายใหม่ๆ ก็เป็นเพียงการแก้ที่ปลายเหตุ
สุดท้าย ประชาคมแพทย์ย้ำว่าสัญญาณเหล่านี้กำลังเกิดขึ้นจริง ทั้งการลาออก คิวผ่าตัดที่ยาวขึ้น และภาระงานที่เพิ่มขึ้น แม้ระบบอาจยังไม่ล้มแต่กำลังถูกดันไปถึงขีดจำกัด ซึ่งวันหนึ่งสิทธิการรักษาฟรีอาจยังอยู่ แต่ความสามารถในการเข้าถึงบริการจะหายไป ระบบสาธารณสุขไทยกำลังขาดความกล้าที่จะพูดความจริง หากยังยึดติดกับประชานิยมจนไม่มองความจริงในเชิงบริหารจัดการ สิ่งที่ล่มสลายอาจไม่ใช่แค่ระบบเวรพยาบาล แต่คือระบบสาธารณสุขทั้งระบบ โดยเฉพาะผู้บริหารจากฝ่ายการเมือง สปสช. และกระทรวงสาธารณสุขที่ต้องเร่งทบทวนเรื่องนี้
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- พะงันระอุ! นอมินี-ทุนต่างชาติ รุกคืบ เสี่ยงสงคราม
- คมนาคม สั่งทำแผนพัฒนาที่ดิน รฟท. ย่านบางซื่อสร้างศูนย์การแพทย์สาธารณสุข
- จับตาใกล้ชิด สาธารณสุข ยืนยันเฝ้าระวัง-คัดกรอง ไวรัสนิปาห์ วอนอย่าตื่นตระหนก
ติดตามเราได้ที่