‘รทสช.’เปิดหน้าชนทุนผูกขาดทุกวงการ ยันจุดยืนพรรคสีขาว ค้านใช้เงินหมื่นล้านแก้ไขรธน.
ชีวิตเราไม่ใช่เกมของนักการเมือง! 'พีระพันธุ์' ปราศรัยเปิดหน้าชนทุนผูกขาดทุกวงการ ยันจุดยืนพรรคสีขาว รทสช. พร้อมลุยดงหนาม ปลุกคนไทยกำหนดชะตาชีวิตตัวเอง 'อรรถวิชช์' ย้ำไม่เห็นด้วยใช้เงินหมื่นล้านแก้ไขรธน.
4ก.พ.2569 - เมื่อช่วงค่ำวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จัดเวทีปราศรัยใหญ่ ภายใต้แคมเปญ “เลือกเบอร์ 6 เลือกกำหนดชีวิตเอง” นำโดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วยแกนนำและผู้บริหารพรรค อาทิ นายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค นายวิทยา แก้วภราดัย นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี และนายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค ตลอดจนสมาชิกพรรคและผู้สมัคร สส. ครบทั้ง 33 เขตกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
นายอรรถวิชช์ กล่าวแสดงจุดยืนต่อประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยยืนยันไม่เห็นด้วยกับแนวคิดการใช้งบประมาณจำนวนมากถึงหนึ่งหมื่นล้านบาทเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมตั้งคำถามถึงความจริงใจของผู้ที่ผลักดันแนวทางดังกล่าว โดยระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถทำได้ตามกระบวนการ แต่การฉีกทิ้งทั้งฉบับถือเป็นปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะในมิติความเชื่อมั่นของนักลงทุน หากกฎหมายสูงสุดของประเทศอยู่ในภาวะไม่แน่นอน ย่อมส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พร้อมยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแม้จะมีการร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเป็นการปรับปรุงแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ไม่เคยฉีกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ
นายอรรถวิชช์ ย้ำว่าหลักการดังกล่าวสะท้อนถึงความมั่นคงของกฎหมายและระบบการเมือง พร้อมย้ำว่า รัฐธรรมนูญในฐานะกฎหมายสูงสุดของประเทศ ต้องได้รับการแก้ไขผ่านวิวัฒนาการของตัวบทกฎหมายเอง โดยอาศัยนักการเมืองที่มีความเข้มแข็ง รอบคอบ และไม่ฉาบฉวย การปกป้องรัฐธรรมนูญเป็นหน้าที่ของทุกคน รวมถึงพรรคการเมือง การแก้ไขสามารถทำได้ แต่ต้องไม่ใช่การล้มล้างทั้งระบบ
ด้าน นายพีระพันธุ์ ขึ้นเวทีประกาศจุดยืนทางการเมืองภายใต้แนวคิด "ชีวิตเรา เราเลือกเอง" ย้ำชัดว่าการเลือกตั้งไม่ควรตกเป็นเหยื่อของวาทกรรมทางการเมืองแบบเดิมๆ ที่ใช้ความกลัวและยุทธศาสตร์ทางการเมืองมาชี้นำประชาชน
นายพีระพันธุ์ ระบุว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักการเมืองบางกลุ่มมักอ้างคำว่ายุทธศาสตร์การเลือกตั้ง เพื่อบีบบังคับให้ประชาชนต้องเลือกตามเกมการเมืองที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า แต่สุดท้ายผู้ที่ได้ประโยชน์กลับเป็นนักการเมืองที่ได้อำนาจ ได้ตำแหน่ง และได้งบประมาณ ขณะที่ชีวิตของประชาชนยังคงเหมือนเดิม ไม่เคยได้รับคำตอบอย่างแท้จริงว่าเลือกแล้วจะได้อะไรกลับคืนมา พร้อมกันนี้ ยังกล่าวถึงการเมืองแบบเลือกตามสี โดยชี้ว่าสุดท้ายสีที่ถูกชูขึ้นมาก็ถูกผสมจนกลายเป็นสีเดียวกัน และตั้งคำถามว่าสีที่อ้างความดีงามนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียง "สีย้อมผ้า" หรือไม่ ขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติยืนยันจุดยืนชัดว่าเป็น "สีขาว" ที่ไม่สามารถย้อมด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์ ยึดมั่นในหลักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยไม่จำเป็นต้องโหนกระแสหรือใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
"พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคแรกที่กล้าพูดถึงนโยบายปากท้องของประชาชนอย่างตรงไปตรงมา ทั้งการลดค่าไฟ ลดค่าครองชีพ และการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ก่อนที่นโยบายเหล่านี้จะถูกพรรคอื่นนำไปใช้ตาม แต่กลับหลีกเลี่ยงการพูดถึงประเด็นสำคัญอย่างการลดราคาน้ำมันและค่าแก๊ส ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในชีวิตประจำวันของประชาชน"
นายพีระพันธุ์ ได้ยกตัวอย่างช่วงการทำงานที่ผ่านมา ที่สามารถตรึงราคาก๊าซหุงต้มไว้ได้ แม้ต้นทุนจะสูง แต่ไม่เคยผลักภาระให้ประชาชน พร้อมตั้งคำถามถึงส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้นหลังจากพ้นตำแหน่งว่า ใครคือผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง และย้ำว่า "ยุทธศาสตร์ของประชาชน" คือการเลือกแล้วต้องเห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้จากภาษีที่จ่ายไป ไม่ใช่ยุทธศาสตร์ทางการเมืองของใครบางคน
นายพีระพันธุ์ ยังกล่าวถึงปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่า หลายพรรคเพิ่งหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาพูดในช่วงการเลือกตั้ง ทั้งที่ในอดีตไม่เคยให้ความสำคัญกับทหารหรือสถานการณ์ชายแดน ยืนยันว่ารวมไทยสร้างชาติไม่จำเป็นต้องโหนประเด็นนี้ เพราะได้ทำงานเคียงข้างทหารมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี และมีความผูกพันกับกองทัพมาโดยตลอด
นายพีระพันธุ์ ยังกล่าวถึงนโยบายพลังงานของพรรค โดยย้ำว่า นโยบายทั้งหมดเกิดจากประสบการณ์ทำงานทางการเมืองมากกว่า 30 ปี และการคลุกคลีกับปัญหาปากท้องของประชาชนอย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันว่าเข้าใจหัวอกของผู้ใช้แรงงาน คนหาเช้ากินค่ำ และประชาชนที่ต้องทำงานหนักเพื่อเลี้ยงครอบครัว โดยย้ำว่า หากได้รับโอกาสจากประชาชนให้เข้าไปบริหารประเทศ และมีอำนาจเต็มในการตัดสินใจ จะสามารถลดค่าไฟฟ้าลงได้อีก 50 สตางค์ ให้เหลือเพียง 3.30 บาทต่อหน่วยอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมตั้งเป้าว่าภายใน 4 ปี นโยบายพลังงานของพรรคจะช่วยให้ประชาชนประหยัดค่าใช้จ่ายรวมมากกว่า 1.7 ล้านล้านบาท
"พรรครวมไทยสร้างชาติจะไม่เล่นเกมการเมือง ไม่ขายอุดมการณ์ และจะยืนหยัดทำการเมืองเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ภายใต้แนวคิดชีวิตเรา เราเลือกเอง ประชาชนไม่ใช่หมากบนกระดานการเมือง" นายพีระพันธุ์ กล่าวทิ้งท้าย