“รถบรรทุกผัก-ผลไม้” ติดค้างชายแดนเวียดนาม หลังรัฐบาลเปลี่ยนกฎกะทันหัน
กฎความปลอดภัยอาหารฉบับใหม่ ทำให้การตรวจสินค้านำเข้าใช้เวลานานขึ้น รถบรรทุกผัก-ผลไม้ ติดค้างจำนวนมาก รัฐบาลต้องสั่งการด่วนก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลเต็ด
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.09 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รถบรรทุกขนส่งผักและอาหารจำนวนมากติดค้างยาวเหยียดตามด่านชายแดนเวียดนาม หลังรัฐบาลเร่งออกกฎความปลอดภัยอาหารฉบับใหม่ ส่งผลให้นายกรัฐมนตรีต้องสั่งการด่วนเพื่อแก้ปัญหาก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลตรุษจีน (เต็ด) ซึ่งเป็นช่วงที่ครัวเรือนมีความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคสูงเป็นพิเศษ
แถลงการณ์บนเว็บไซต์รัฐบาล เมื่อวันพุธระบุว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับคำสั่งให้เร่งแก้ไขอุปสรรคในการตรวจสอบอาหารและสินค้านำเข้า-ส่งออก พร้อมทั้งป้องกันไม่ให้เกิดความแออัดเพิ่มเติม
กฎใหม่ซึ่งประกาศใช้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ภายใต้กฤษฎีกา 46 กำหนดให้อาหารนำเข้าส่วนใหญ่ต้องผ่านการตรวจเอกสาร การตรวจสภาพสินค้า และการทดสอบคุณภาพและความปลอดภัย โดยการอนุมัตินำเข้าจะขึ้นอยู่กับผลการทดสอบ ซึ่งโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 5–7 วัน
ขณะที่ประเทศกำลังเตรียมเข้าสู่เทศกาลเต็ด ซึ่งเป็นวันหยุดยาวหนึ่งสัปดาห์ที่มีการเฉลิมฉลองและการบริโภคอาหารจำนวนมาก ภาคธุรกิจกำลังเผชิญต้นทุนเพิ่มจากค่าจัดเก็บและค่าห้องเย็น สมาคมโลจิสติกส์เวียดนาม เตือนว่า มีความเสี่ยงที่จะเกิดการอุดตันในวงกว้าง ซึ่งจะกระทบไม่เพียงผู้นำเข้าเท่านั้น แต่รวมถึงท่าเรือและระบบโลจิสติกส์ของประเทศโดยรวม
กระทรวงเกษตรระบุว่า ความล่าช้ายิ่งซ้ำเติมจากการที่ด่านชายแดนไม่มีห้องปฏิบัติการทดสอบ ทำให้กระบวนการตรวจสอบทำได้ยาก รายงานของสำนักข่าว VNA ระบุว่า เพียงสามวันหลังมีผลบังคับใช้กฤษฎีกาใหม่ มีผักและอาหารแปรรูปค้างตามจุดผ่านแดนทั่วประเทศราว 300,000 ตัน
เว็บไซต์ข่าว VnExpress รายงานว่า สินค้าอาหารทะเลแช่แข็งจากไอซ์แลนด์ล็อตหนึ่งติดค้างนานถึง 10 วัน และมีตู้คอนเทนเนอร์มากกว่า 1,200 ตู้ล่าช้าที่ท่าเรือก๊าตไล ใกล้ใจกลางนครโฮจิมินห์
ด้านสมาคมเบียร์ สุรา และเครื่องดื่มของเวียดนาม เรียกร้องให้รัฐบาลระงับการใช้กฎใหม่เป็นการชั่วคราว โดยระบุว่า การนำเข้าแทบเป็นอัมพาต เนื่องจากหน่วยงานตรวจสอบขาดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ทำให้หลายล็อตสินค้าไม่สามารถเก็บตัวอย่างหรือทดสอบได้ และต้องค้างอยู่ตามท่าเรือและด่านชายแดน
อ้างอิง : www.bloomberg.com