“ทิพยประกันภัย” พร้อมรับแปลงประกันโควิด “เอเชียประกันภัย” ยันไม่กระทบฐานะการเงิน
“ทิพยประกันภัย” จับมือภาครัฐเพิ่มทางเลือกผู้ถือกรมธรรม์โควิด-19 รับแปลงประกันภัยโควิดแบบเจอ จ่าย จบของเอเชียประกันภัย เป็นคุ้มครองอาการโคม่า วงเงิน 3 แสนบาท เพื่อเป็นทางเลือกและช่วยเหลือประชาชน ยืนยันไม่กระทบความแข็งแกร่งของบริษัทแน่นอน
ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ทิพยประกันภัย” การรับการย้ายโอนความคุ้มครองลูกค้าเอเชียประกันภัยที่ซื้อประกันโควิด ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงินของบริษัทแต่อย่างใด เนื่องจากการรับแปลงกรมธรรม์ของประกันภัยโควิดของลูกค้าเอเชียประกันภัยนั้น ต้องเป็นตามเงื่อนไขของบริษัท โดยจะได้รับความคุ้มครองใหม่ที่ให้ความคุ้มครองอาการโคม่า วงเงิน 300,000 บาท เบี้ยประกัน 300 บาทต่อปี เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับลูกค้าเอเชียประกันภัยที่ยังต้องการได้รับความคุ้มครองจากประกันภัยโควิด
ที่ผ่านมา “ทิพยประกันภัย” ไม่มีนโยบายในการให้ความคุ้มครองประกันภัยโควิดแบบเจอ จ่าย จบ มาตั้งแต่เริ่มขาย แต่จะเน้นให้ความคุ้มครองในเรื่องของค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยรายได้ และอาการโคม่า โดยปัจจุบัน “ทิพยประกันภัย” มีกรมธรรม์ประกันโควิดโคม่าขายอยู่เพียง 2 แผน ได้แก่แบบแผนเบี้ยประกัน 300 คุ้มครอง 300,000 บาท และแผนที่คุ้มครอง 500,000 บาท เบี้ยประกัน 480 บาท
ปัจจุบันทิพยประกันภัยรับประกันโควิดรวมแล้วเกือบ 5 ล้านกรมธรรม์ คิดเป็นเบี้ย 2,500 กว่าล้านบาท โดยมีผู้ใช้สิทธิเรียกร้องสินไหมรวมแล้ว 5หมื่นราย คิดเป็นค่าสินไหมประมาณ 2,000ล้านบาท แต่จากการที่บริษัทไม่มีการขายประกันภัยโควิดแบบเจอจ่ายจบ จึงทำให้สามารถยังให้ความคุ้มครองและรองรับลูกค้าได้อย่างไม่มีปัญหา สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยที่จะย้ายมาที่บริษัทนั้น เนื่องจากจำนวนกรมธรรม์มีเป็นจำนวนมากกว่า 770,000 กรมธรรม์ บริษัทจะออกเป็น Digital Policy ให้กับผู้ถือกรมธรรม์ทั้งหมด เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และลดต้นทุนในการบริหารจัดการกรมธรรม์โดยจะจัดส่งเอกสารการรับประกันกลับไปยังมือถือ หรือ Email Address เพื่อผู้เอาประกันจะได้นำไปใช้เป็นหลักฐานคุ้มครองเวลาซื้อประกันหรือเรียกร้องค่าสินไหมได้
ดังนั้น การแปลงกรมธรรม์ประกันภัยโควิดของลูกค้าเอเชียประกันภัย จึงไม่ได้เป็นการเพิ่มภาระให้กับบริษัทในการรับประกันแต่อย่างใด หากเพียงแต่เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าเอเชียประกันภัยที่ต้องการหาซื้อประกันโควิดคุ้มครองการเสียชีวิตจากอาการโคม่าไว้เท่านั้นเอง และไม่มีผลกระทบต่อความแข็งแกร่งทิพยประกันภัยแต่ประการใด
ดร.สมพร กล่าวว่า กรณีที่มีผู้ถือหุ้นจำนวนหนึ่งเกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับการแปลงกรมธรรม์ประกันเอเชียประกันภัยมาที่ทิพยประกันภัยนั้น จะมีปัญหาตามมาหรือไม่ ในเรื่องนี้ถือว่าทิพยประกันภัยโชคดีที่เป็นบริษัทประกันเพียงไม่กี่บริษัท ที่มีบริษัทรับประกันภัยต่อต่างประเทศ (รีอินชัวเรอร์ตปท.) ที่มารับประกันภัยต่อประกันโควิด ของทิพยประกันภัยไว้ถึงสัดส่วน 50% ของพอร์ต ซึ่งค่อนข้างจะมากทีเดียว ทั้งนี้ก็เพราะรีอินชัวเรอร์มองเห็นว่า บริษัทค่อนข้างระมัดระวัง และทิพยประกันภัย มีการคำนวณความเสี่ยงในการรับประกัน ดังนั้นรีอินชัวเรอร์ต่างประเทศจึงมีความมั่นใจพร้อมจะสนับสนุนทิพยประกันภัยอย่างเต็มที่
ดังนั้น จึงขอให้ผู้ถือหุ้นทิพยประกันภัยและลูกค้าของทิพยประกันภัยสบายใจได้ว่า บริษัทฯมีความมั่นคงแข็งแกร่ง โดยลูกค้าเอเชียประกันภัยหากย้ายมาประกันโควิดในรูปแบบประกันการเสียชีวิตจากอาการโคม่าทั้งหมด 770,000 คน บริษัทก็ยังสามารถจ่ายค่าสินไหมให้กับลูกค้าได้ทุกรายเนื่องจากความคุ้มครองจะดูแลเฉพาะการเสียชีวิตจากอาการโคม่า ซึ่งคำว่า ”โคม่า” ในนิยามคงไม่ใช่หมายถึง ติดเชื้อแล้วไปอยู่ไอซียูแล้วได้รับความคุ้มครอง ซึ่งส่วนใหญ่ ”โคม่า” ในที่นี้จะเป็น "ภาวะก่อนการเสียชีวิตตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์" เพราะฉะนั้นความเสี่ยงที่รองรับประชาชนจุดนี้จึงไม่กระทบต่อบริษัทฯ
อีกทั้ง เงินกองทุน (คาร์เรโช) ณ ปัจจุบันของทิพยประกันภัย อยู่ที่ 263% โดยบริษัทยังคงมีสถานะอย่างนี้ไปได้จนถึงสิ้นปี และถ้าสถานการณ์โควิดเกิดมีรอบ 4 ขึ้นมา ก็คิดว่ามันจะไม่กระทบ เพราะเชื่อว่าคงจะมีความรุนแรงไม่มาก เพราะรัฐบาลมีประสบการณ์รับมือการระบาดที่ผ่านมาแล้ว รวมทั้งประชาชนส่วนใหญ่ต่างได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรก และเข็มสองไปแล้วจำนวนมาก รวมถึงการเริ่มฉีดเข็มสาม ประกอบกับทิพยประกันภัยเองก็ไม่มีการขายประกันภัยแบบเจอจ่ายจบในพอร์ต หากมีแต่ขายคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลหรืออาการโคม่า หรือกรณีไม่เข้ารักษาพยาบาล เราก็มีการจ่ายค่าชดเชยให้ เพราะฉะนั้นถ้าอนาคตเกิดติดเชื้ออีกระลอกใหม่ ก็ยังอยู่ภาวะรองรับได้