Maxim เผย EV ปี 68 พุ่ง 90% รับดีมานด์เดินทาง-เดลิเวอรีสีเขียวหัวเมืองหลักขยายตัว
Maxim ชี้แนวโน้มปี 2025 ความต้องการบริการเดินทาง-เดลิเวอรีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเติบโตต่อเนื่อง นครราชสีมา-อุดรธานี ครองแชมป์ยอดใช้รถไฟฟ้าสูงสุด สถิติชี้ผู้หญิงเป็นกลุ่มผู้ใช้งานหลักร้อยละ 64 ขณะที่ Neta V และ MG4 เป็นโมเดลที่ได้รับความนิยมสูงสุดในภาคธุรกิจ คาดต้นทุนพลังงานต่ำและการปรับโครงสร้างราคาตามกลไกตลาด เป็นปัจจัยกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมเดลิเวอรีปีหน้า
5 มกราคม 2569 - Maxim ประเทศไทย เปิดเผย รายงานวิเคราะห์แนวโน้มอุตสาหกรรมการเดินทางและบริการจัดส่งเดลิเวอรีประจำปี 2025 โดยระบุถึง การเปลี่ยนแปลงนัยสำคัญในด้านพฤติกรรมผู้บริโภคและการบริหารจัดการต้นทุนของผู้ให้บริการ ข้อมูลระบุว่าปริมาณการใช้บริการผ่านยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วประเทศมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 90 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนถึงการยอมรับเทคโนโลยีพลังงานสะอาดที่ก้าวเข้าสู่กระแสหลักในตลาดประเทศไทยอย่างเต็มตัว
จากการสำรวจในพื้นที่ยุทธศาสตร์การให้บริการ ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ ขอนแก่น นครราชสีมา กรุงเทพมหานคร และอุดรธานี พบว่าการเติบโตดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ ทั้งการขยายจุดติดตั้งสถานีชาร์จประจุไฟฟ้า (Charging Station) และการปรับเปลี่ยนโมเดลการคำนวณเส้นทางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดให้กับยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งช่วยลดภาระต้นทุนด้านพลังงานและมลภาวะในเขตเมืองได้อย่างมีนัยสำคัญ
รายงานฉบับดังกล่าวระบุว่า จังหวัดนครราชสีมาและอุดรธานี เป็นพื้นที่ที่มีสถิติการใช้บริการรถยนต์ไฟฟ้าสูงที่สุด ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทของเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจภูมิภาค (Regional Hub) ที่มีความพร้อมด้านกายภาพและพฤติกรรมผู้บริโภคที่ตอบรับกับยานยนต์สมัยใหม่ ในส่วนของโครงสร้างประชากรศาสตร์ผู้ใช้บริการ พบว่าร้อยละ 64 เป็นกลุ่มสุภาพสตรี และร้อยละ 36 เป็นกลุ่มสุภาพบุรุษ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักคือความพึงพอใจในด้านระดับเสียงที่ต่ำและความสะดวกสบายของการโดยสาร
ในมิติของห่วงโซ่อุปทานและการบริหารจัดการฝูงบิน (Fleet Management) รุ่นรถยนต์ไฟฟ้าที่ครองส่วนแบ่งสูงสุดในระบบการให้บริการ ได้แก่ :
- Neta V สัดส่วนร้อยละ 24.5
- MG4 EV สัดส่วนร้อยละ 23.4
- BYD Dolphin สัดส่วนร้อยละ 14.8
ความนิยมในรุ่นดังกล่าวสอดคล้องกับปัจจัยทางเศรษฐศาสตร์ด้านจุดคุ้มทุน (Break-even point) เนื่องจากมีต้นทุนการบำรุงรักษาและการใช้พลังงานต่อกิโลเมตรต่ำ เหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจในเขตเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น
นายพงศ์พัฒน์ อักษราวรกานต์ กรรมการผู้จัดการ Maxim ประเทศไทย ให้ความเห็นเชิงวิเคราะห์เกี่ยวกับปัจจัยที่จะส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมในอนาคต โดยมุ่งเน้นไปที่การรักษาสมดุลระหว่างต้นทุนและคุณภาพบริการ
"แนวโน้มการเติบโตของการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้า ควบคู่กับการปรับตัวของอัตราค่าบริการ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมการเดินทางและการจัดส่งในปี 2025 และในอนาคต" - นายพงศ์พัฒน์ อักษราวรกานต์ กรรมการผู้จัดการ Maxim ประเทศไทย
การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในภาคบริการเดลิเวอรีและรับส่งผู้โดยสาร ไม่เพียงแต่ช่วยลดความผันผวนจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่กระทบต่อต้นทุนคงที่ของผู้ประกอบการ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับภาพลักษณ์เมืองอัจฉริยะ (Smart City) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่าความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยขยายฐานรายได้ให้กับผู้ให้บริการในท้องถิ่น เนื่องจากผู้บริโภคมีแนวโน้มตัดสินใจเลือกใช้บริการที่สอดคล้องกับแนวคิดความยั่งยืน (Sustainability) มากขึ้น
การปรับตัวของ Maxim ในปี 2025 จึงมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบดิจิทัลเพื่อรองรับการขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้าในทุกมิติ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมโดยรวม