โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

บุกจับอดีตแม่ค้าออนไลน์ ซื้อชื่อละ 1 บาท จากขนส่งเอกชน ส่งพัสดุไปหลอกเก็บเงินปลายทาง รายได้วันละเกือบแสนบาท ตรวจพบของกลางกว่า 2 หมื่นชิ้น

สยามนิวส์

อัพเดต 16 พ.ย. 2568 เวลา 23.42 น. • เผยแพร่ 16 พ.ย. 2568 เวลา 23.41 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
วันที่ 16 พ.ย.68 พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชาตรี ชูแก้ว ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต, ชุดสืบสวน สภ.เมืองภูเก็ต เข้าตรวจสอบโกดังต้องสงสัย

วันที่ 16 พ.ย.68 พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชาตรี ชูแก้ว ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต, ชุดสืบสวน สภ.เมืองภูเก็ต เข้าตรวจสอบโกดังต้องสงสัย ตั้งอยู่ในโบ๊ทพลาซ่า ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต หลังสืบทราบว่าเป็นที่ซุกซ่อนสิ่งของที่ใช้หลอกผู้เสียหาย และยังพบว่าผู้ต้องสงสัยมีเงินหมุนเวียนในแต่ละวันเกือบแสนบาท

ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ 1 คูหา ด้านหน้าเป็นกระจกใส เมื่อมองไปด้านในจะเห็นกล่องกระดาษสีน้ำตาลขนาดต่างๆ วางกองอยู่เป็นจำนวนมาก ด้านนอกห้องยังมีถุงกระสอบขนาดใหญ่ ภายในมีกล่องกระดาษบรรจุอยู่วางเรียงรายเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้ต้องสัยที่เป็นหญิงสาวและคนงานจำนวนหนึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาแพ็คสิ่งของใส่กล่องกระดาษอยู่

เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้น ทราบชื่อหญิงต้องสงสัยคือ น.ส.ขนภา หรือมุข อายุ 31 ปี ชาว จ.ตรัง จึงควบคุมตัวไว้พร้อมของกลาง จากการตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ในลังและกล่องกระดาษขนาดต่างๆ พบเป็นสินค้าหลากหลายชนิด เช่น สบู่ ครีมทาตัว ยาสระผม ครีมบำรุงผิว นับหมื่นๆ ชิ้น โดยจะถูกส่งออกไปทั่วประเทศ ทั้งหมดจะเป็นการเรียกเก็บเงินปลายทาง

จากการสอบสวนทราบว่า น.ส.ขนภา อดีตเป็นแม่ค้าออนไลน์ ขายสินค้าทั่วไปผ่านโซเชียลมีเดีย จากนั้นได้ผันตัวมาซื้อสินค้าจาก กทม. มาบรรจุลงกล่องที่ จ.ภูเก็ต ส่งไปตามบ้านเหยื่อทั่วประเทศ โดยเก็บเงินปลายทางทั้งสิ้น ทั้งๆ ที่คนที่มีชื่ออยู่บนกล่องไม่ได้สั่งสินค้าอะไร โดยได้ซื้อรายชื่อลูกค้ามาจากบริษัทขนส่งเอกชน รายชื่อละ 1 บาท ก่อนจะนำรายชื่อเหล่านั้นติดบนกล่องพัสดุแล้วส่งไปเรียกเก็บเงินปลายทาง

เมื่อถึงหน้าบ้านลูกค้า บางรายรับสินค้าและจ่ายเงิน บางรายไม่รับสินค้า เนื่องจากไม่ได้สั่ง สินค้าก็จะตีกลับมายังบริษัทขนส่งเอกชนรายดังกล่าว จากนั้นขนส่งจะนำกลับมาส่งที่โกดังที่ผู้ต้องหาเช่าไว้ และก็จะนำสินค้าในกล่องกลับมาแพ็คใหม่ จ่าหน้าซองใหม่ รายชื่อใหม่ เพื่อจัดส่งไปอีก ทำเช่นนี้จนมีรายได้ต่อวันเกือบแสนบาท ทำมาตั้งแต่เดือน ส.ค.67 จนถึงปัจจุบัน โดยก่อนที่ตำรวจจะเข้าจับกุมได้จัดส่งสินค้าออกไปแล้วกว่า 2,000 ชิ้น หลังจากจึงนำตัวพร้อมของกลางกว่า 2 หมื่นชิ้น ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ของกลางตรวจยึดรวม 20,829 ชิ้น แบ่งเป็น

1. สินค้าผิดกฎหมาย 7,492 ชิ้น

2. อุปกรณ์พัสดุ 5,223 ชิ้น

3. พัสดุที่แพ็กแล้ว 3,890 ชิ้น

4. พัสดุพร้อมส่ง 1,099 ชิ้น

5. พัสดุตีกลับ 3,125 ชิ้น

ด้านคดีการจำหน่ายสินค้า พบผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีใน 2 ข้อหา ได้แก่

1. ขายเครื่องสำอางที่มิได้จดแจ้ง มีความผิดตามมาตรา 32(1) โทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท

2. ขายเครื่องสำอางที่ฉลากไม่ใช้ข้อความภาษาไทย มีความผิดตามมาตรา 22 วรรค 2(2) และมาตรา 32(4) โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ผู้สื่อข่าวจังหวัดภูเก็ต รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...