BGRIM กำไร Q3 เด้ง 219% จ่อ COD558 เมกดันโตต่อ
#BGRIM #ทันหุ้น – BGRIM โชว์งบไตรมาส 3/2568 กำไรสุทธิกลับเพิ่มขึ้นเป็น 521 ล้านบาท โต 219% รับ FX หนุน ตั้งเป้าเพิ่มลูกค้าอุตสาหกรรมใหม่ 30-40 เมกะวัตต์ พร้อมคาดการณ์ราคาก๊าซปี 2569 อยู่ในกรอบ 280-310 บาทต่อล้าน BTU ใกล้เคียงปีก่อน เตรียม COD โครงการใหม่รวม 558 เมกะวัตต์ ทั้งโซลาร์-ลม ทั้งในและต่างประเทศ หนุนกำลังผลิตเติบโตต่อเนื่อง
นางสาวศิริวงศ์ บวรบุญฤทัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร งานการเงินและบัญชี บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2568 มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 414 ล้านบาท ลดลง 48.8% จากปีก่อนหน้า (YoY) และสำหรับงวด 9 เดือนปี 2568 กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (NNP) – ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ อยู่ที่ 1,638 ล้านบาท ลดลง 13.7% จากปี
ขณะที่ EBITDA ในไตรมาส 3/2568 อยู่ที่ 3,533 ล้านบาท ลดลง 15.5% จากปีก่อน และใน 9 เดือนปี 2568 อยู่ที่ 10,990 ล้านบาท ลดลง 6.3% จากปีก่อน ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2568 ได้รับผลกระทบจากส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมและการร่วมค้า รวมถึงรายได้จากการให้บริการที่ลดลงที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการ
อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานหลักของบริษัทยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงสนับสนุนจาก 1.ปริมาณการขายไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรม (IUs) ในประเทศไทยเพิ่มขึ้น 1.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน 2.ต้นทุนก๊าซธรรมชาติลดลง 11.1% จากปีก่อน 3.ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) และค่าใช้จ่ายภาษีที่ลดลง 4.กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX) ที่เกิดขึ้นจริง
โดยบริษัทมีกำไรสุทธิ ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ที่ 521 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 163 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 219.63% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนผลจากปัจจัยสนับสนุนที่กล่าวมาข้างต้น รวมถึงรายการที่ไม่ใช่เงินจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเกิดจากและหนี้สินคงค้างสกุลดอลลาร์สหรัฐและธุรกรรมสกุลเงินต่างประเทศ
*มองเศรษฐกิจปี 69
ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจไทยคาดว่าจะขยายตัว 1.6% ในปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนบางส่วนจากการเร่งการผลิตและส่งออกไปยังสหรัฐ อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ต่อเนื่องถึงปี 2569 มีแนวโน้มชะลอตัวลงจากผลกระทบของมาตรการภาษีของสหรัฐ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวคาดว่าจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป อีกทั้งการบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มเติบโตในระดับปานกลางโดยได้รับแรงสนับสนุนเพิ่มเติมจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ รวมถึงการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์มีแนวโน้มขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง (อ้างอิง : ธนาคารแห่งประเทศไทย, 8 ต.ค. 2568)
ทั้งนี้ คาดการณ์ราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับ SPP อยู่ที่ 280-310 บาทต่อล้าน BTU ซึ่งอยู่ในช่วงใกล้เคียงกันกับปี 2568 ที่ราคาก๊าชธรรมชาติอยู่ที่ 300-320 บาทต่อล้าน BTU วางแผนนำเข้า LNG ไม่เกิน 9 ลำ เพื่อนำเข้าสู่ระบบ Pool Gas ตั้งเป้าเพิ่มลูกค้า IUs รายใหม่ เชื่อมเข้าระบบรวม 30-40 เมกะวัตต์
*จ่อ COD 558 เมกะวัตต์
สำหรับโครงการที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) มีดังนี้ 1.อินทรี บี.กริม : โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 80 เมกะวัตต์ 2. Zhongce Rubber : โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา, นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง 35 เมกะวัตต์ 3. Nakwo! 1 : โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง 365 เมกะวัตต์ 4. Huong Hoa 1 : โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมบนฝั่ง 48 เมกะวัตต์ 5. โครงการอื่น ๆ รวมกำลังการผลิตสูงสุด 30 เมกะวัตต์
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า คาดกำไรปกติ BGRIM ลดลง แต่ต้นทุนก๊าซธรรมชาติก็ปรับตัวลงและมีโน้มปรับตัวลงต่อ แนวโน้มกำไรไตรมาส 4/2568 ทรงตัว ในขณะที่ ณ ปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาราว 42% ในช่วง 6 เดือน ซึ่้งเป็นการสะท้อนปัจจัยบวกจากการที่ผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดและเข้าสู่รอบของการฟื้นตัว รวมถึงการเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลงไปมากแล้ว
โดยคาดการฟื้นตัวในช่วงสั้นจะถูกจำกัดจากกำไรที่ไม่โดนเด่น แนะนำเก็งกำไร โดยราคาหุ้นจะกลับมาน่าสนใจอีกครั้งที่ระดับราคาต่ำกว่า 15.00 บาท แต่ในแง่ราคาพื้นฐานเหมาะสม ณ สิ้นปี 2569 อยู่ที่ 16.50 บาท