“ตลาดสมัยรัชกาลที่ 5” คนฝั่งพระนคร-ธนบุรี จับจ่ายกันที่ไหนบ้าง?
“ตลาด”ถือเป็นแหล่งรวมตัวของชุมชน หากพื้นที่นั้นเริ่มมีผู้คนมาตั้งถิ่นอาศัย ย่อมขาดตลาดไปไม่ได้ ปัจจุบันมีตลาดมากมายในเมืองไทย ทั้งยังมีหลายรูปแบบ แล้วในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 คนไปจับจ่ายซื้อของที่ไหนกันบ้าง
ตลาดสมัยรัชกาลที่ 5 มีที่ไหนบ้าง?
มีข้อมูลปรากฏว่า สมัยรัชกาลที่ 5 กรุงเทพฯ มีตลาดไม่ค่อยเยอะนัก เนื่องจากประชากรไม่ได้มีมากเท่าปัจจุบัน ว่ากันที่ฝั่งพระนคร มีตลาดให้ผู้คนได้ไปแลกเปลี่ยนซื้อของกัน ดังนี้
1. ตลาดท่าเตียน เปิดตั้งแต่เช้ามืดไปจนถึงสี่โมงเช้า (10 โมงเช้าปัจจุบัน – ผู้เขียน) ที่นี่มีทั้งตลาดบกและตลาดน้ำ ตลาดน้ำจะเป็นตลาดที่พ่อค้าแม่ขายจะบรรทุกของมาขายส่งให้คนที่ตลาดบกอีกทีหนึ่ง
ตลาดท่าเตียนนี้เป็นตลาดที่แสนอุดมสมบูรณ์ เพราะขายข้าว ปลา ปู หมู เห็ด เป็ด ไก่ ผัก ผลไม้นี่เก็บมาขายกันแบบสด ๆ ทุกสิ่งล้วนน่ากินทั้งสิ้น
นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีขนมขายทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด เม็ดขนุน วุ้นน้ำเชื่อม ข้าวเหนียวสังขยา-หน้าปลาแห้ง ขนมเปี๊ยะ ขนมปัง ฯลฯ เรียกว่าเป็นตลาดใหญ่ที่มีทุกอย่างให้แต่ละคนได้ซื้อ
2. ตลาดท้ายสนม อยู่ใกล้ ๆ กับตลาดท่าเตียน ที่ได้ชื่อนี้เพราะอยู่ท้ายสนมหรือท้ายพระบรมมหาราชวัง ต่อมาเรียกกันว่าตลาดท้ายวัง และเมื่อไม่ค่อยมีคนแวะเวียนไป จึงรวมไปอยู่กับตลาดท่าเตียน
3. ตลาดยอดหรือตลาดบางลำพู เปิดกันตั้งแต่ย่ำรุ่งจนถึงสี่โมงเช้า และบ่ายสองโมงไปจนถึงย่ำค่ำเลยทีเดียว ส่วนใหญ่แล้วก็จะขายข้าว ผัก ผลไม้ และขนม
4. ตลาดเสาชิงช้า เปิดตั้งแต่ย่ำรุ่งจนถึงห้าโมงเช้า และบ่ายสองจนถึงย่ำค่ำ
5. ตลาดในย่านสำเพ็ง ที่นี่มีตลาดหลายแห่ง ตั้งอยู่ไม่ไกลกันมาก เพราะถือเป็นย่านที่เจริญมาก มีเช่น ตลาดสะพานหัน ตลาดสำเพ็งหรือตลาดเก่า ตลาดเจ๊สัวเนียม ฯลฯ
6. ตลาดบางรัก เปิดตอนบ่ายสองจนถึงย่ำค่ำ มีของขายทุกอย่าง ตั้งแต่ของคาว ของสด และที่พิเศษคือมีของแห้ง ของเค็ม และของแช่น้ำแข็งจากต่างประเทศมาขาย เช่น เนื้อวัวเค็ม เนื้อแกะเค็ม นกสไนป์หรือนกปากซ่อมแช่น้ำแข็ง กระต่ายแช่น้ำแข็ง ฯลฯ
เหตุที่ตลาดบางรักมีของจากต่างประเทศมาขาย เพราะว่าเป็นย่านอาศัยของฝรั่ง ตลอดจนสถานทูตต่าง ๆ
ของพวกนี้ไม่ได้ขายให้แค่ต่างชาติ แต่เจ้านายไทยและเศรษฐีชาวจีนก็มาซื้อไปเป็นอาหารกันอยู่บ้าง เนื่องจากเป็นของราคาแพง
7. ตลาดวัวลำพอง ที่นี่ขายของตั้งแต่บ่ายสองจนถึงย่ำค่ำ ขายผัก ปลาน้ำจืด ปลาน้ำเค็ม ปลาเค็ม ฯลฯ
ไม่เพียงแค่ตลาดที่กล่าวมาเท่านั้น ที่ฝั่งพระนครยังมีตลาดอีกมากมายที่คนแวะเวียนเข้ามาซื้อของอีก อาทิ ตลาดบ้านหม้อ ตลาดท่าพระ ตลาดท่าช้างวังหน้า ตลาดประตูสำราญราษฎร์ ตลาดยศเส ตลาดนางเลิ้ง ตลาดสามเสน เป็นต้น
ส่วนฝั่งธนบุรีก็ไม่น้อยหน้า มีตลาดให้เลือกสรรสินค้ามากมาย เช่น ตลาดบ้านขมิ้น ตลาดวัดสุวรรณ์หรือตลาดวัดทองบางกอกน้อย ตลาดวังหลัง ตลาดบ้านปูน ตลาดน้อย ตลาดพลู
รวมถึงมีตลาดน้ำ ที่ส่วนใหญ่จะขายผักและผลไม้ เช่น ตลาดท้องน้ำ ขายกันตั้งแต่ตีสามจนถึงสองโมงเช้า (8 โมงเช้าปัจจุบัน – ผู้เขียน), ตลาดปากคลองบางกอกใหญ่ ที่พิเศษกว่าที่อื่น เพราะขายกัญชาและยาตั้งชนิดดีไว้ไปสูบหรือแกงอาหาร, ตลาดวัดราชโอรส และอีกมากมากมาย
อ่านเพิ่มเติม :
- “เจ๊สัวเนียม” เศรษฐีจีนเจ้าของตำนาน ยก “ตลาดเก่า” เยาวราช ให้ลูกสาว
- “ตลาดพลู” จากชุมชนบ้านสวนพลู ถิ่นชาวมลายู สู่ย่านคึกคักหลากเชื้อชาติ
- รู้จัก “โปเส็ง” ท่าเรือ 4 แผ่นดินอันโด่งดังแห่งย่าน “ตลาดน้อย”
- “นางเลิ้ง” ย่านของกิน-ตลาดยอดฮิต มีที่มาจากอะไร?
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
เทพชู ทับทอง. กรุงเทพฯ ในอดีต. กรุงเทพฯ: พี วาทิน พับลิเคชั่น, 2525.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 17 พฤศจิกายน 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ตลาดสมัยรัชกาลที่ 5” คนฝั่งพระนคร-ธนบุรี จับจ่ายกันที่ไหนบ้าง?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com