โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คริปโตฯ เข้าตลาดหมี? บิตคอยน์ร่วงต่อเนื่อง แค่เดือนเดียวหลุดแสน กำไรหายไป 30% จากต้นปี

Thairath Money

อัพเดต 17 พ.ย. 2568 เวลา 07.09 น. • เผยแพร่ 17 พ.ย. 2568 เวลา 07.05 น.
ภาพไฮไลต์

เพียงแค่ 1 เดือนหลังจากที่บิตคอยน์ (Bitcoin) ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดใหม่ที่ 126,198 ดอลลาร์สหรัฐ (เมื่อ 6 ตุลาคม 2025) ราคาก็ได้ลบกำไรที่ทำไว้มากกว่า 30% ที่สะสมมาตั้งแต่ต้นปีลงจนหมด เพราะกระแสความคึกคักต่อท่าทีสนับสนุนคริปโตฯ ของรัฐบาลทรัมป์เริ่มจางหายไป

บิตคอยน์ที่เป็นคริปโตเคอร์เรนซีตัวหลักร่วงลงมาหลุดแสนดอลลาร์สหรัฐ จนราคาแตะที่ 93,714 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ดันราคาลงต่ำกว่าระดับปิดเมื่อสิ้นปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่ทรัมป์เพิ่งประกาศชัยชนะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี พร้อมรุกหน้าหนุนคริปโตฯ เต็มกำลัง

แต่ที่มูลค่าบิตคอยน์ร่วงในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่บิตคอยน์ไปแตะจุดสูงสุดได้เพียง 4 วัน และโดนัลด์ ทรัมป์ออกมาพูดเกี่ยวกับมาตรการภาษีนำเข้าแบบไม่คาดคิดจนทำให้ตลาดทั่วโลกปั่นป่วน

ในวันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2025 มูลค่าของบิตคอยน์ตาม CoinMarketCap อยู่ที่ 95,370 ดอลลาร์สหรัฐ

Matthew Hougan ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Bitwise Asset Management ในนครซานฟรานซิสโกกล่าวว่า “ตอนนี้ตลาดโดยรวมอยู่ในโหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง”

โดยตลอดเดือนที่ผ่านมา กลุ่มผู้ซื้อรายใหญ่ ตั้งแต่นักลงทุน ETF ไปจนถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ ต่างถอยห่างจากตลาดแบบเงียบ ๆ ทำให้บิตคอยน์ขาดแรงหนุนด้านกระแสเงินไหลเข้าที่เคยผลักดันให้ราคาทำสถิติสูงก่อนหน้านี้ บวกกับปัจจัยหุ้นเทคที่มีความร้อนแรงก่อนหน้านี้เริ่มลดลงแล้ว

ตลอดทั้งปีนี้ นักลงทุนสถาบันถือเป็นเสาหลักของความน่าเชื่อถือและราคาของบิตคอยน์ ETF ต่าง ๆ ตามข้อมูลของ Bloomberg ระบุว่ารวมกันมีเม็ดเงินไหลเข้ามากกว่า 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้สินทรัพย์รวมพุ่งขึ้นแตะราว 169,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

กระแสเงินที่ไหลเข้าอย่างสม่ำเสมอนี้ช่วยสร้างภาพว่าบิตคอยน์คือเครื่องมือกระจายความเสี่ยง ที่สามารถป้องกันเงินเฟ้อ การอ่อนค่าของเงิน และความปั่นป่วนทางการเมืองได้ แต่เรื่องเล่านี้ที่เดิมทีก็เปราะบางอยู่แล้ว กำลังสั่นคลอนอีกครั้ง ทิ้งให้ตลาดเผชิญแรงกดดันแบบใหม่ที่เงียบกว่าแต่ทำลายเสถียรภาพได้ไม่แพ้กัน

“การเทขายรอบนี้เป็นผลจากหลายปัจจัย ทั้งการขายทำกำไรของผู้ถือระยะยาว เงินสถาบันไหลออก ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน และสถานะ Long แบบใช้เลเวอเรจโดนล้าง” Jake Kennis นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Nansen กล่าว

หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดของการหยุดซื้อ คือบริษัท Strategy ของ Michael Saylor บริษัทซอฟต์แวร์ที่ถือบิตคอยน์สูงอันดับต้นของโลก แต่ตอนนี้ราคาหุ้นของบริษัทกลับร่วงลงมาใกล้เคียงกับมูลค่าบิตคอยน์ที่ถืออยู่ สะท้อนว่านักลงทุนอาจไม่เต็มใจจ่ายค่าพรีเมียมอีกต่อไป

สัดส่วนบิตคอยน์คิดเป็นราว 60% ของคริปโตฯ ทั้งหมดที่มีมูลค่ารวมราว 3.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในปีที่ผ่านมาเหวี่ยงนักลงทุนขึ้นลงมาแล้วหลายครั้ง เคยลงไปต่ำสุดถึง 74,400 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อเมษายนปีนี้ตอนที่ทรัมป์ออกมาประกาศเรื่องภาษี ก่อนจะเด้งขึ้นมา และร่วงหนักอีกครั้งเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมตอนที่เซอร์ไพรส์เรื่องภาษีอีกครั้ง ส่งผลให้เกิดการล้างพอร์ตครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์

Bloomberg รายงานว่า ตลาดคริปโตฯ ยังไม่ฟื้นตัวจากเหตุการณ์นั้น ความเสียหายทางจิตวิทยาที่นักเทรดโดนรอบนั้น “ยังคงทำให้ผู้เล่นรายใหญ่ลังเล และต้องใช้เวลาและการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อให้พวกเขากลับมามั่นใจ” Chris Weston หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Pepperstone Group กล่าว

การปรับตัวลงครั้งนี้ยิ่งหนักสำหรับเหรียญขนาดเล็กที่สภาพคล่องต่ำ ซึ่งมักถูกเทรดเดอร์เลือกเพราะความผันผวนสูงและมักให้ผลตอบแทนดีกว่าในช่วงตลาดกระทิง แต่ดัชนี MarketVector ที่ติดตามคริปโต 50 อันดับล่างของกลุ่ม 100 เหรียญใหญ่ กลับร่วงลงแล้วราว 60% ตั้งแต่ต้นปี

ที่มา: Bloomberg, CoinMarketCap

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คริปโตฯ เข้าตลาดหมี? บิตคอยน์ร่วงต่อเนื่อง แค่เดือนเดียวหลุดแสน กำไรหายไป 30% จากต้นปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...