น่าห่วง ! อาการลูกช้างป่า “น้องข้าวต้ม” ตับเป็นผังผืด-หัวใจโต ต้องดูแลใกล้ชิด
“น้องข้าวต้ม” อาการน่าเป็นห่วง สัตวแพทย์ เผย มีภาวะตับเป็นผังผืด หัวใจโต แต่ยังสู้ไม่ถอย เจ้าหน้าที่เฝ้าดูแลการรักษาต่อเนื่องทุกนาที
เมื่อวานนี้ (16 พ.ย. 68) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รายงานการรักษาลูกช้างป่าเพศเมีย “น้องข้าวต้ม” พลัดหลงบริเวณอุทยานแห่งชาติลำคลองงู อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ล่าสุด น้องข้าวต้มยังอยู่ในความดูแลของศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่า บึงฉวาก จ.สุพรรณบุรี ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลังพบอาการป่วยหนักต่อเนื่อง
สัตวแพทย์หญิงณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก และนายสัตวแพทย์อนุรักษ์ สกุลพงษ์ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี รายงานความคืบหน้าการรักษาข้าวต้มตั้งแต่วันที่ 15-16 พฤศจิกายน 2568 ว่า แม้น้องข้าวต้มจะยังคงดื่มนมและน้ำข้าวต้มได้ แต่ปริมาณที่กินได้ยังคงน้อยกว่าที่สัตวแพทย์คำนวณไว้มาก นอกจากนี้ ยังพบอาการท้องเสียอย่างต่อเนื่อง มีเยื่อเมือกลำไส้ลอกหลุดในบางช่วงเวลา
ในวันที่ 16 พฤศจิกายน เวลา 13.00 น. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.สุภาเพ็ญ ศรีพิบูลย์ จากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เดินทางมาตรวจอาการข้าวต้มเพิ่มเติม ด้วยการอัลตราซาวด์ละเอียด ซึ่งพบภาวะที่น่าเป็นห่วง 2 ประการ คือ
1. ตับมีภาวะพังผืด (Hepatic Fibrosis) เป็นความผิดปกติของเนื้อเยื่อตับที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
2. หัวใจโตกว่าปกติ ซึ่งอาจส่งผลต่อการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิต
แม้สถานการณ์จะยังคงน่าเป็นห่วง แต่ทีมสัตวแพทย์ สัตวบาล และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ไม่ย่อท้อในการรักษาข้าวต้ม โดยดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ดังนี้ โดยให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำตลอดทั้งวัน เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและพยุงระดับน้ำตาลในเลือด ให้ยาปฏิชีวนะ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ให้ยาลดการเกิดแผลในทางเดินอาหาร เพื่อปกป้องระบบย่อยอาหาร ให้ยากระตุ้นภูมิคุ้มกัน เสริมความแข็งแรงร่างกาย ให้ยาลดปวดเกร็งท้อง เมื่อพบอาการปวด รักษาแผลและแผลกดทับ ด้วยการทำความสะอาด พ่นยา เจาะดูดของเหลว และใช้เลเซอร์บำบัด
ทีมสัตวแพทย์ ระบุว่า ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารที่พบปัญหาอย่างต่อเนื่อง และปริมาณการกินนมที่ยังน้อยกว่าปกติ ซึ่งจำเป็นต้องประเมินอาการวันต่อวันอย่างใกล้ชิด
ส่งกำลังใจให้น้องข้าวต้ม ขอให้หนูแข็งแรง ปลอดภัยต่อไปนะลูก และส่งกำลังใจให้ทีมสุตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่อดทน เสียสละ ในการปฏิบัติหน้าที่ให้ลูกช้างน้อยตัวนี้กลับมาแข็งแรงค่ะ