โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทำไมทรัมป์ต้องการน้ำมันเวเนซุเอลาและจะเกิดอะไรขึ้นกับน้ำมันโลกเมื่อสหรัฐฯ เข้าไปควบคุมประเทศนั้น?

The Better

อัพเดต 04 ม.ค. เวลา 05.17 น. • เผยแพร่ 04 ม.ค. เวลา 05.14 น. • THE BETTER

เบื้องหลังความพัวพันของสหรัฐฯ กับน้ำมันเวเนฯ
ประวัติศาสตร์การมีส่วนร่วมของสหรัฐฯ ในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมของเวเนซุเอลาย้อนกลับไปในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 หลังจากการค้นพบน้ำมันครั้งสำคัญในช่วงทศวรรษที่ 1920 การค้นพบเหล่านี้ผลักดันให้เวเนซุเอลากลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจแข็งแกร่งที่สุดในละตินอเมริกา แม้ว่าเวเนซุเอลาจะประสบกับช่วงเวลาแห่งความไม่มั่นคงเนื่องจากราคาน้ำมันที่ผันผวนและความท้าทายด้านการปกครอง ปัญหาต่างๆ เช่น การทุจริตและการบริหารจัดการที่ผิดพลาด ประกอบกับการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในที่สุด ส่งผลให้การผลิตน้ำมันลดลงจากประมาณ 3.5 ล้านบาร์เรลต่อวันเหลือ 400,000 บาร์เรลในปี 2020

ในปี 2019 สหรัฐฯ ได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรต่อบริษัทน้ำมันของรัฐบาลเวเนซุเอลา Petróleos de Venezuela, S.A. (PDVSA) โดยมีเป้าหมายเพื่อกดดันให้ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ลาออกเนื่องจากวิกฤตทางการเมืองในประเทศ ในเดือนตุลาคม 2023 รัฐบาลไบเดนได้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนต่ออุตสาหกรรมน้ำมัน ก๊าซ และทองคำของเวเนซุเอลาเป็นการชั่วคราว เพื่อแลกกับคำมั่นสัญญาในการปฏิรูปทางการเมือง รวมถึงการปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองและการเลือกตั้งที่เสรีในปี 2024 อย่างไรก็ตาม ภายในเดือนเมษายน 2024 มาตรการคว่ำบาตรส่วนใหญ่ถูกนำกลับมาใช้ใหม่เนื่องจากไม่เป็นไปตามคำมั่นสัญญา แม้ว่าบางบริษัทจะได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินการในภาคส่วนน้ำมันต่อไปได้ก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2025 รัฐบาลทรัมป์ได้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของ Chevron ในเวเนซุเอลา และคาดว่าจะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างมาก ซึ่งจะส่งผลให้การผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลาลดลงและสร้างความกดดันต่อเศรษฐกิจของประเทศมากขึ้น

จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2026 สหรัฐอเมริกาได้เปิดฉากโจมตีทางทหารต่อเป้าหมายในและรอบๆ กรุงการากัสและภูมิภาคอื่นๆ ของเวเนซุเอลา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ซิเลีย ฟลอเรส ถูกกองกำลังสหรัฐฯ จับกุมและนำตัวออกนอกประเทศ และกล่าวว่าสหรัฐฯ จะดูแลเวเนซุเอลาในช่วงเปลี่ยนผ่าน ทรัมป์กล่าวถึงทรัพยากรน้ำมันของเวเนซุเอลาซ้ำแล้วซ้ำเล่า และระบุว่าบริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ จะมีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมของประเทศ

ทำไมทรัมป์ต้องการน้ำมันเวเนซุเอลา?
เมื่อเดือนธันวาคม 2025 เอ็ด คอนเวย์ (Ed Conway) บรรณาธิการด้านเศรษฐศาสตร์และข้อมูลของ Sky News ได้อธิบายไว้ว่า สหรัฐอเมริกาเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ผลิตน้ำมันดิบชนิดเบา ( light crude) ซึ่งต่างจากน้ำมันดิบชนิดหนัก (heavy crude) ที่จำเป็นสำหรับโรงกลั่น

น้ำมันดิบชนิดหนักเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมอเมริกัน เพราะโรงกลั่นส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ ถูกออกแบบมาเพื่อแปรรูปน้ำมันดิบชนิดนี้ เมื่อน้ำมันดิบชนิดหนักไม่พอป้อนโรงกลั่น การที่โรงกลั่นจะปรับปรุงการผลิตก็ทำไม่ได้ง่ายๆ เพราะต้องใช้เงินหลายพันล้านดอลลาร์ จึงไม่มีใครอยากทำเช่นนั้นในเร็วๆ นี้

แม้ว่าในทางทฤษฎีแล้วอเมริกาจะสูบน้ำมันดิบออกมาจากดินแดนของตนเองมากกว่าที่ต้องการใช้ แต่ก็ยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าเพื่อตอบสนองความต้องการน้ำมันดิบอยู่ดี และแม้ว่าน้ำมันดิบส่วนใหญ่ของอเมริกาถูกส่งออกไปต่างประเทศ แต่อเมริกาก็ยังต้องนำเข้าน้ำมันมากกว่า 6,000 บาร์เรลต่อวัน เพื่อป้อนโรงกลั่นในเท็กซัสและหลุยเซียน่าด้วยน้ำมันดิบชนิดหนักที่สามารถกลั่นได้

น้ำมันดิบชนิดหนักที่สามารถกลั่นได้นั้นมีมากในเวเนซุเอลา เพราะเวเนซุเอลาเป็นหนึ่งในประเทศที่มีแหล่งสำรองน้ำมันดิบชนิดหนักที่ใหญ่ที่สุดในโลก ร่วมกับแคนาดาและรัสเซีย โดยข้อมูลจากสถาบันพลังงาน (Energy Institute) ระบุว่า เวเนซุเอลาครอบครองปริมาณสำรองน้ำมันประมาณ 17% ของปริมาณสำรองน้ำมันทั่วโลก หรือเทียบเท่ากับ 303 พันล้านบาร์เรล

จะเกิดอะไรขึ้นกับราคาน้ำมันโลกหลังจากนี้?
ทรัมป์ กล่าวหลังจากปฏิบัติการในเวเนซุเอลาว่า “เราจะให้บริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลก เข้าไปลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันที่เสียหายอย่างหนัก และเริ่มสร้างรายได้ให้กับประเทศ” เขากล่าวในการแถลงข่าว “เรากำลังจะขุดเอาความมั่งคั่งมหาศาลออกมาจากใต้ดิน”

และบอกว่า “เราจะขายน้ำมันปริมาณมากให้กับประเทศอื่นๆ”

เรื่องนี้จะมีความหมายอย่างไรต่อน้ำมันโลก?

ฟิล ฟลินน์ (Phil Flynn) นักวิเคราะห์ตลาดพลังงานจาก Price Futures Group ในชิคาโก กล่าวว่า โอกาสที่เวเนซุเอลาจะกลับเข้าสู่ตลาดโลกอีกครั้งหลังจากถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรมาหลายปี อาจยิ่งทำให้ราคาน้ำมันอ่อนตัวลง จากที่ตอนนี้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำ และมีการคาดการณ์ว่าจะอยู่ในระดับต่ำต่อไปอีก จากการรายงานของ The Globe and Mail สื่อของแคนานา ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีน้ำมันดิบสำรองมากอันดับต้นๆ ของโลกและเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ไปยังสหรัฐฯ

ราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำมากโดยเฉพาะในปี 2025 ราคาน้ำมันดิบประสบกับการขาดทุนรายปีที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 โดยลดลงถึง 20 % ท่ามกลางภาวะอุปทานล้นตลาดและสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน

สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ แรงกดดันที่จะเกิดกับประเทศที่ส่งออกน้ำมันดิบอย่างแคนาดาและรัสเซีย โดยเฉพาะแคนาดาที่ส่งน้ำมันไปให้โรงกลั่นของสหรัฐฯ ซึ่งลดลงเหลือต่ำกว่า 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากที่เคยสูงสุดเกือบ 4.4 ล้านบาร์เรลในช่วงกลางปี 2024 และหากสหรัฐฯ เข้าควบคุมแหล่งผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลาได้ แรงกดดันจากมาตกอยู่กับแคนาดา

แต่โรงกลั่นสหรัฐฯ จะได้น้ำมันที่ไม่ขาดสายและถูกลง และราคาพลังงานที่ถูกลงหมายถึงการแก้ปัญหาเงินเฟ้อและเศรษฐกิจที่อ่อนแอในสหรัฐฯ ได้ง่ายขึ้นด้วย

โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better

Photo - ภาพนี้แสดงทัศนียภาพของโรงกลั่นน้ำมันวาเลโร ฮูสตัน ในเมืองฮูสตัน เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 โรงกลั่นน้ำมันวาเลโร ฮูสตัน ตั้งอยู่บนเส้นทางเดินเรือของฮูสตัน ทำหน้าที่แปรรูปน้ำมันดิบคุณภาพดีและน้ำมันขั้นกลางเป็นน้ำมันเบนซิน น้ำมันเครื่องบิน และน้ำมันดีเซล ตามข้อมูลของบริษัท โรงกลั่นแห่งนี้มีกำลังการผลิต 255,000 บาร์เรลต่อวัน (ภาพโดย RONALDO SCHEMIDT / AFP)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...