กำลังซื้อ Gen Y-Z พุ่ง 27% เซ็นทรัลโหม BLACK MIDNIGHT SALE โกยยอดโค้งสุดท้ายเพิ่ม 15%
กำลังซื้อนักช้อป Gen Y - Z เติบโต 27% Gen Z เปย์หนักกว่า Gen อื่นเกือบเท่าตัวเน้นหาของขวัญในห้างฯ จากแบรนด์ที่มีชื่อเสียง น่าเชื่อถือ ส่วนใหญ่มีงบใช้จ่ายในช่วงราคา 3,000 – 4,000 บาท ห้างเซ็นทรัล ส่ง “CENTRAL BLACK MIDNIGHT SALE” หนุนแรงจับจ่ายโค้งสุดท้ายปลายปี 2568 มั่นใจโกยยอดเพิ่ม 15%
24 พฤศจิกายน 2568-ห้างเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทลเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการจับจ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลปลายปี 2568 โดยพบการเติบโตของกำลังซื้อในกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลชี้ว่า กำลังซื้อของนักช้อปกลุ่ม Gen Y และ Gen Z เติบโตขึ้นถึง 27% โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z มียอดจับจ่ายสูงกว่ากลุ่มอื่นเกือบเท่าตัว
ปัจจัยที่ผลักดันการเติบโตของ Gen Z คือการให้ความสำคัญกับเทศกาล การตัดสินใจซื้อที่รวดเร็ว และความต้องการที่จะติดตามกระแสสังคม (Trend-driven) สำหรับกลุ่มนี้ สินค้าในหมวดแฟชั่น เครื่องสำอาง และเครื่องประดับ เช่น ลิปสติก น้ำหอม สกินแคร์ กระเป๋า และรองเท้า เป็นที่นิยมสูง รวมถึงสินค้ากลุ่ม DIY และของตกแต่งบ้านเพื่อใช้สร้างคอนเทนต์ในช่วงเทศกาล
ในส่วนของ Gen Y นั้น เน้นการซื้อของขวัญให้ตนเองและคู่ค้าทางธุรกิจเพื่อสานต่อความสัมพันธ์ รวมถึงการซื้อของขวัญสำหรับงานสังสรรค์ในกลุ่มเพื่อนและครอบครัว โดยสินค้าที่ได้รับความสนใจสูงคือแบรนด์พรีเมียมและสินค้าที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคล (Personalized) เช่น เสื้อโค้ท แจ๊คเก็ต กระเป๋าเดินทาง และสกินแคร์
ขณะที่กลุ่ม ครอบครัวและ Gen X แสดงการเติบโตของยอดจับจ่ายรวมสูงขึ้นกว่า 1,000% โดยเน้นสินค้าตกแต่งบ้านเพื่อสร้างบรรยากาศในครอบครัว รวมถึงสินค้าของเล่น หนังสือ ชุดเครื่องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องฟอกอากาศ
โดยภาพรวมของนักช้อปยุคใหม่ พบว่ามีการมุ่งเน้นหาสินค้าและของขวัญจาก แบรนด์ที่มีชื่อเสียงและมีความน่าเชื่อถือ เป็นอันดับแรก และงบประมาณในการจับจ่ายส่วนใหญ่ต่อครั้งอยู่ในช่วง 3,000 – 4,000 บาท ซึ่งเป็นข้อมูลที่ภาคธุรกิจค้าปลีกใช้ในการวางแผนการตลาดและการจัดหาสินค้า
เพื่อตอบสนองต่อแนวโน้มกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นในช่วงโค้งสุดท้ายของปี ห้างเซ็นทรัลจึงได้เปิดตัวแคมเปญ “Central Black Midnight Sale - The Season of Giving” โดยมุ่งเสนอ "Best Year-End Deals" ลดราคาสูงสุด 70% เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน ถึง 7 ธันวาคม 2568 ทั้งในห้างสรรพสินค้า ช่องทางออนไลน์ และโซเชียลมีเดีย
นางสาวรวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาดกลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดเผยว่า แคมเปญนี้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างยอดขายในระดับพันล้านบาทให้แก่บริษัทอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าการจัดแคมเปญ 12 วันนี้ จะสามารถ เพิ่มยอดขายรวมได้ 15% ซึ่งจะสนับสนุนการปิดไตรมาส 4/2568 อย่างสมบูรณ์แบบ
การจัดแคมเปญดังกล่าวมีการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค โดยมีการใช้ข้อมูลจากฐานลูกค้า The 1 เพื่อทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าในเชิงลึก และสร้างความรู้สึกร่วมทางด้านอารมณ์ (Emotional Marketing) เพื่อให้แคมเปญนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การลดราคา แต่เป็นการสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่น่าจดจำในช่วงเทศกาล
ขณะที่การสื่อสารของแคมเปญนี้อยู่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Season of Giving … to Yourself, too เทศกาลแห่งการให้…ตัวเองบ้างก็ได้” ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่เน้นการสร้างความรู้สึกร่วมทางด้านอารมณ์ (Emotional Connection) เพื่อมัดใจลูกค้าทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับการให้รางวัลตนเอง
กลยุทธ์การสื่อสารนี้ไม่เพียงแต่เน้นการขายสินค้า แต่ยังมุ่งสร้างการรับรู้และความรู้สึกร่วมในเชิงวัฒนธรรมการให้ในช่วงเทศกาล โดยใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงและการเล่าเรื่องที่เข้าถึงง่ายเพื่อขับเคลื่อนการตัดสินใจซื้อในโค้งสุดท้ายของปี ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมของกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ที่รับข้อมูลและอิทธิพลผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์เป็นหลัก
“การจัดแคมเปญ Central Black Midnight Sale ในช่วงปลายปี 2568 เป็นความพยายามของห้างเซ็นทรัลในการช่วงชิงกำลังซื้อที่แข็งแกร่งของกลุ่มผู้บริโภค Gen Y และ Gen Z ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตสูงสุดในตลาดค้าปลีกขณะนี้
ด้วยการผสานระหว่างการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค การจัดดีลส่วนลดสูงสุดถึง 70% และการใช้กลยุทธ์การสื่อสารที่เน้นอารมณ์ความรู้สึก ทำให้ห้างเซ็นทรัลมั่นใจว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายยอดขายที่ตั้งไว้เพิ่มขึ้น 15% และสามารถปิดไตรมาส 4/2568 ด้วยผลประกอบการที่เป็นบวก ซึ่งจะส่งผลต่อภาพรวมของกลุ่มเซ็นทรัล รีเทล ในปีนี้