โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ใช้ GBC ‘ทวิภาคี’ หยุดยิงไทย-กัมพูชา

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 ธ.ค. 2568 เวลา 02.39 น. • เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2568 เวลา 03.43 น.
Sihasak Phuangketkeow (Photo by REUTERS/Hasnoor HussainX

คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : ถวัลย์ศักดิ์ สมรรคะบุตร

หลังจากปะทะกันมาได้ 16 วัน ไทย กับ กัมพูชา ก็เริ่มมีสัญญาณของความพยายามที่จะหยุดยิงอีกครั้ง โดยสัญญาณที่ว่า เกิดขึ้นในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษ (Special ASEAN Ministers Meeting : Special AMM) ในวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา ณ กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย มี ดาโตะ เชอรี อูตามา ฮาจี โมอามัด บิน ฮา จี ฮาซัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน เป็นประธาน

โดยมีข้อน่าสังเกตว่า การประชุม AMM นัดพิเศษครั้งนี้เกิดขึ้นในห้วงเวลาเดียวกันกับที่จีนได้ส่ง นายเติ้ง ซีจวิน เอกอัครราชทูตและผู้แทนพิเศษด้านกิจการเอเชีย กระทรวงการต่างประเทศจีน ออก “เดินสาย” หารือในระดับปลัดกระทรวงทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชา เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทยและกัมพูชาโดยเฉพาะ อันเป็นการแสดงบทบาทของจีน อาจจะเรียกได้ว่า อยู่ในฐานะ “ผู้ไกล่เกลี่ย” ที่ต้องการให้ทั้ง 2 ฝ่ายหยุดยิงอีกครั้งหนึ่ง

ในระหว่างการประชุม AMM ท่ามกลางการแสดงออกด้วยท่าทีต้องการให้มีการหยุดยิงจากฝ่ายกัมพูชา คณะผู้แทนฝ่ายไทย ได้ชี้แจงความเป็นมาและสาเหตุของการปะทะกันบริเวณแนวชายแดนครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเน้นย้ำถึงการเหยียบกับระเบิดของทหารไทยในอาณาเขตประเทศไทยที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 8 (21 ธันวาคม 2568) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลักลอบติดตั้งทุ่นระเบิดใหม่ ที่เกิดขึ้นภายหลังการลงนาม Joint Declaration หรือปฏิญญาสันติภาพไทย-กัมพูชา

ซึ่งมีสาระสำคัญอยู่ที่ผลการหารือระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย กับ นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ได้ถูกฝ่ายกัมพูชาละเมิด จนนำมาซึ่งคำประกาศของฝ่ายไทยที่จะระงับการปฏิบัติตาม Joint Declaration และยังสงวนสิทธิที่จะดำเนินการตอบโต้ตามความจำเป็นเพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนไทย

จนเหตุการณ์บานปลายเป็นการปะทะกันอย่างรุนแรงตลอดแนวพรมแดนไทย-กัมพูชาที่ยาวกว่า 790 กิโลเมตร ตั้งแต่อีสานใต้จนถึงชายแดนด้านตะวันออก ส่งผลให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย จนนำมาสู่การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษในครั้งนี้ ซึ่งบรรดารัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนมีความเห็นสอดคล้องกันว่า ทั้งไทยและกัมพูชาจะต้องกลับสู่กระบวนการเจรจาเพื่อยุติการสู้รบผ่านทางกลไก “ทวิภาคี” ที่มีอยู่แล้ว และกลไกนี้ได้รับการรับรองภายใต้ Joint Declaration ที่ลงนามกันไว้ด้วย เท่ากับอาเซียนต้องการที่จะยุติปัญหาการสู้รบระหว่างไทยและกัมพูชาด้วยการพูดคุยเจรจาหาทางออกกันเอง หรืออีกนัยหนึ่งเป็นการป้องกันการแทรกแซงจากชาติมหาอำนาจที่พยายามจะเข้ามาเกี่ยวข้องจากความขัดแย้งในระดับภูมิภาคที่อาจจะบานปลายเป็นความขัดแย้งในระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่าที “กดดัน” ของสหรัฐที่ “ขู่” จะหยิบยกมาตรการภาษีมาเป็นเครื่องต่อรองให้เกิดการหยุดยิง

นำมาสู่ “ข้อเสนอ” ของฝ่ายกัมพูชาที่พร้อมจะให้มีการประชุม คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee หรือ GBC) ขึ้นมาอีกครั้ง ในวันที่ 24 ธันวาคมนี้ โดยตั้งความหวังไว้ว่า การประชุม GBC จะนำไปสู่การกลับมาหยุดยิงและยุติการเป็นศัตรูต่อกัน ขณะที่คณะผู้แแทนไทยยังคงเห็นว่า การประกาศที่จะหยุดยิงเฉย ๆ โดยที่ไม่มีกระบวนการเจรจาหารือในการดำเนินการ ขั้นตอน และการตรวจสอบการหยุดยิงในทางปฏิบัตินั้น ก็จะซ้ำรอยเดิมเหมือนกับเหตุการณ์ที่กัมพูชาเป็นฝ่ายละเมิด Joint Declaration ซ้ำแล้วซ้ำอีก

ดังนั้น เพื่อให้การหยุดยิงครั้งนี้มีความยั่งยืนภายใต้การหารือทวิภาคีของทั้ง 2 ประเทศ ฝ่ายไทยจึงยังคงดำรงเงื่อนไขสำคัญ 3 ข้อเดิม จะต้องได้รับการปฏิบัติทันที ได้แก่ 1) กัมพูชาจะต้องเป็นฝ่ายประกาศหยุดยิงก่อน 2) การหยุดยิงของฝ่ายกัมพูชาจะต้องเกิดขึ้นจริงและต่อเนื่อง และ 3) ฝ่ายกัมพูชาจะต้องร่วมมือเก็บกู้ทุ่นระเบิดกับฝ่ายไทยอย่างจริงจัง อันเป็นการทดสอบเจตนารมณ์บน “ความไว้เนื้อเชื่อใจ” ที่กัมพูชาจะต้องแสดงออกมาให้เห็นในการประชุม GBC ครั้งนี้ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขข้อพิพาทเขตแดนระหว่างประเทศโดยสันติ และละเว้นการคุกคามโดยการใช้กำลังอย่างที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ใช้ GBC ‘ทวิภาคี’ หยุดยิงไทย-กัมพูชา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...