โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

รมว.สาธารณสุข "นายพัฒนา" หวั่นพายุ "คัลแมกี" กระทบการบริการ รพ.สต. 22 แห่ง บางแห่งท่วมแล้ว 2 เมตร กำชับภาคกลางเฝ้าระวังรับมวลน้ำ พร้อมดูแลผู้ป่วยทั่วถึง

สวพ.FM91

อัพเดต 09 พ.ย. 2568 เวลา 19.43 น. • เผยแพร่ 09 พ.ย. 2568 เวลา 19.43 น.

"พัฒนา" หวั่นพายุ "คัลแมกี" กระทบการบริการ รพ.สต. 22 แห่ง บางแห่งท่วมแล้ว 2 เมตร กำชับภาคกลางเฝ้าระวังรับมวลน้ำ พร้อมดูแลผู้ป่วยทั่วถึง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เผยยังมีสถานการณ์น้ำท่วมจากพายุ "คัลแมกี" 8 จังหวัด รพ.สต.ได้รับผลกระทบเพิ่มอีก 22 แห่งใน "สุโขทัย-อยุธยา" บางแห่งท่วมสูงกว่า 2 เมตร สั่งเร่งฟื้นฟู เปิดบริการในจุดปลอดภัย พร้อมกำชับพื้นที่ภาคกลาง-ลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่รับมวลน้ำ ให้เตรียมพร้อมล่วงหน้า ดูแลประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม จัดบริการสุขภาพเคลื่อนที่ ดูแลกลุ่มเปราะบาง ควบคุมโรค สุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม

(9 พฤศจิกายน 2568) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยจากผลกระทบของพายุ "คัลแมกี" ว่า ขณะนี้ยังมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 8 จังหวัด ได้แก่ ตาก สุโขทัย นครสวรรค์ ชัยนาท อุทัยธานี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และสิงห์บุรี รวม 47 อำเภอ 314 ตำบล 1,897 หมู่บ้าน มีผู้เสียชีวิตคงที่ 6 ราย ทั้งหมดจากการจมน้ำในพื้นที่พระนครศรีอยุธยา 5 ราย และชัยนาท 1 ราย ด้านสถานบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้น 22 แห่ง เป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทั้งหมด โดยอยู่ใน จ.สุโขทัย 4 แห่ง และพระนครศรีอยุธยา 18 แห่ง ส่วนใหญ่น้ำท่วมบริเวณชั้นล่าง ระดับน้ำมีตั้งแต่ 5 เซนติเมตรจนถึงกว่า 2 เมตร โดยรพ.สต.วัดตะภู น้ำท่วมสูงกว่า 2.45 เมตร ภาพรวมมีสถานบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบสะสม 27 แห่ง ทั้งหมดยังเปิดให้บริการได้ รวมถึง รพ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ก็สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติเช่นกัน สำหรับการให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขดำเนินการเพิ่มขึ้น 9,868 ครั้ง สะสม 210,210 ครั้ง โดยเฉพาะบริการเยี่ยมบ้านและสุขภาพจิต มีการดูแลกลุ่มเปราะบางในพื้นที่รวม 1,962 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงในชัยนาท สุโขทัย และอยุธยา รวมถึงให้การสนับสนุนยาและเวชภัณฑ์รวม 182,525 หน่วย เพิ่มขึ้น 20,837 หน่วย

"ภาพรวมสถานการณ์เริ่มคลี่คลายหลายจังหวัดในภาคเหนือตอนบน แต่มวลน้ำเริ่มลงมาบริเวณภาคกลาง จึงยังต้องเฝ้าระวังน้ำล้นและน้ำท่วมในลุ่มเจ้าพระยา รวมถึง 8 จังหวัดที่ยังมีน้ำท่วมจำนวนมาก คือ ตาก สุโขทัย นครสวรรค์ ชัยนาท อุทัยธานี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และสิงห์บุรี" นายพัฒนากล่าว

นายพัฒนากล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ได้กำชับให้พื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะภาคกลางที่ต้องรับมวลน้ำ ดำเนินการด้านการแพทย์และสาธารณสุข 5 เรื่องหลัก คือ

1.ดูแลประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม โดยจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ในอำเภอที่น้ำยังขัง โดยเฉพาะสุโขทัย พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี และอ่างทอง เยี่ยมบ้านกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้ป่วยติดเตียง หญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ รวมถึงจัดบริการสุขภาพเคลื่อนที่ (Mobile Health Point) ในศูนย์พักพิง
2. ควบคุมโรคและสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม โดยหลังน้ำเริ่มลดให้กำจัดลูกน้ำยุงลาย ฉีดพ่นกำจัดยุงลายตัวแก่ , ดูแลน้ำดื่มน้ำใช้ น้ำสะอาด ให้ครอบคลุม และประสานการกำจัดซากสัตว์ ขยะลอยน้ำ เพื่อป้องกันโรคฉี่หนูและโรคผิวหนัง
3.ฟื้นฟูสถานบริการสุขภาพ โดยเฉพาะรพ.สต. 22 แห่งที่ได้รับผลกระทบใหม่ ให้เปิดบริการในจุดปลอดภัย ตรวจคลังยาและเวชภัณฑ์สำรองให้เพียงพอ 7 วัน โดยเฉพาะยาฆ่าเชื้อ ยากันยุง ยาน้ำกัดเท้า และเตรียมรถพยาบาล เรือท้องแบน เจ้าหน้าที่ EMS ในสุโขทัย พระนครศรีอยุธยา และสิงห์บุรี เพื่อรองรับเหตุฉุกเฉิน
4.ดูแลสุขภาพจิตและสื่อสารความเสี่ยง โดยส่งทีม MCATT เยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต และสื่อสารเตือนภัยสุขภาพ เน้น “การล้างมือ รับประทานอาหารปรุงสุกสะอาด”
และ 5.เตรียมพร้อมล่วงหน้า โดยให้ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) ทุกจังหวัดที่เตรียมรับน้ำเพิ่มเติมอยู่ในระดับตื่นตัว (Alert) และเปิดศูนย์หากสถานการณ์รุนแรงเพิ่มขึ้น และเตรียมพร้อมทีมปฏิบัติการฉุกเฉินระดับเขตสุขภาพ 2–4 สนับสนุนข้ามจังหวัด หากสถานการณ์รุนแรงเพิ่มขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...