แพทย์แนะนำ 7 ของใช้ในบ้านควรทิ้ง ประหยัดแค่ไหน ก็ไม่ควรฝืนใช้นานเกินไป
แพทย์แนะนำ 7 ของใช้ในบ้านควรทิ้ง ประหยัดแค่ไหน ก็ไม่ควรฝืนใช้นานเกินไป แหล่งสะสมเชื้อโรค ระวังป่วยโดยไม่รู้ตัว
แม้บ้านจะดูสะอาดเรียบร้อยทุกซอกทุกมุม แต่ยังมีของใช้บางอย่างที่หากไม่เปลี่ยนตามเวลา อาจกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค เชื้อรา และฝุ่นละออง จนส่งผลเสียต่อสุขภาพและคุณภาพอากาศภายในบ้านได้โดยไม่รู้ตัว ต่อไปนี้คือ 7 ของใช้ในบ้านที่ควรพิจารณาเปลี่ยนใหม่ ไม่ใช่เพราะชำรุด แต่เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัว
1. ผ้าเช็ดจาน
หลายคนมักใช้ผ้าเช็ดจานจนกว่าจะขาดหรือเหลือง แต่ในความเป็นจริง ผ้าเช็ดจานเป็นหนึ่งในของใช้ที่สกปรกที่สุดในครัว เพราะต้องสัมผัสกับความชื้น พื้นผิวสกปรก และมือของผู้ใช้บ่อยครั้ง อีกทั้งมักไม่ถูกผึ่งให้แห้งสนิทหลังใช้งาน ทำให้เป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของแบคทีเรียและยีสต์
แม้ล้างจานสะอาดแล้ว หากใช้ผ้าเก่าเช็ด ก็อาจนำเชื้อโรคกลับไปปนเปื้อนอีก งานวิจัยหลายชิ้นพบว่าแบคทีเรียอย่าง E. coli สามารถอยู่บนผ้าเช็ดครัวได้นานถึง 48 ชั่วโมง โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็กหรือผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ ความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้น คำแนะนำ: เปลี่ยนผ้าเช็ดจานทุก 1–2 สัปดาห์ เลือกผ้าใยละเอียดที่แห้งเร็วและไม่อุ้มน้ำ
2. ฟองน้ำล้างจาน
หลายครัวเรือนใช้ฟองน้ำล้างจานเป็นเดือนหรือจนกว่าจะขาด ซึ่งเสี่ยงอย่างมาก เพราะฟองน้ำเปียกชื้นตลอดและกักเศษอาหารไว้ได้ง่าย เป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรียก่อโรคทางเดินอาหาร เช่น Salmonella หรือ Campylobacter ยิ่งใช้นานยิ่งสะสมเชื้อ และเมื่อกลับมาล้างจาน เชื้อก็อาจปนเปื้อนกลับสู่ภาชนะ
คำแนะนำ: เปลี่ยนฟองน้ำทุกเดือน เลี่ยงของราคาถูกที่อาจมีสารอันตราย เลือกชนิดต้านแบคทีเรีย หรือใช้แปรง/ฟองน้ำซิลิโคนที่ทำความสะอาดง่าย
3. กระทะเคลือบกันติด
ผิวเคลือบกันติด (เช่น เทฟลอน) ช่วยให้อาหารไม่ติดกระทะ แต่หากเกิดรอยขีดข่วนหรือหลุดลอก เมื่อโดนความร้อนสูงอาจปล่อยสารที่เป็นอันตรายปนเปื้อนอาหารได้ อายุการใช้งานเฉลี่ยของกระทะกันติดอยู่ที่ราว 2–3 ปี แม้ภายนอกยังดูปกติ แต่ผิวเคลือบอาจสึกกร่อนไปแล้ว
คำแนะนำ: ใช้ตะหลิวไม้หรือซิลิโคน หลีกเลี่ยงฝอยเหล็ก และเปลี่ยนกระทะตามระยะเพื่อความปลอดภัย
4. ตะเกียบ
ตะเกียบเป็นของใช้ประจำวัน แต่หลายคนใช้คู่เดิมนานหลายปี ทั้งที่จริงแล้วควรเปลี่ยนทุกประมาณ 6 เดือน เพราะสารเคลือบผิวจะค่อย ๆ สึก ทำให้เนื้อไม้ด้านในสัมผัสความชื้น เป็นแหล่งสะสมเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา โดยเฉพาะตะเกียบไม้หรือไม้ไผ่ที่ขึ้นราได้ง่าย
คำแนะนำ: ล้างให้สะอาด ผึ่งให้แห้งทุกครั้ง หากพบกลิ่น สีเปลี่ยน หรือขึ้นรา ให้เปลี่ยนทันที
5. เขียง
เขียงสัมผัสทั้งอาหารดิบและสุก จึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เขียงไม้ที่ใช้มานานมักเกิดรอยแตกหรือรอยบาก ซึ่งเป็นที่หลบซ่อนของเชื้อโรค หากมีเชื้อรา กลิ่นเหม็น หรือสีเปลี่ยน อาจมีสารพิษอย่างอะฟลาทอกซิน (สารก่อมะเร็ง) ปนเปื้อน เสี่ยงต่อการปนเปื้อนข้ามและอันตรายต่อสุขภาพทั้งครอบครัว
คำแนะนำ: แยกเขียงสำหรับอาหารดิบและสุก ฆ่าเชื้อเป็นระยะด้วยน้ำร้อนหรือน้ำส้มสายชู และเปลี่ยนใหม่เมื่อผิวไม่เรียบ
6. แปรงสีฟัน
แปรงสีฟันสัมผัสกับเชื้อโรคในช่องปากจำนวนมาก และอยู่ในสภาพแวดล้อมชื้น หากใช้แปรงเดิมนานเกินไป เชื้ออาจย้อนกลับมาก่อเหงือกอักเสบ ฟันผุ หรือการติดเชื้อ
คำแนะนำ: เปลี่ยนแปรงทุก 3 เดือน หรือเร็วกว่านั้นหากขนแปรงบาน ห้ามใช้ร่วมกัน
7. หมอน (ไส้หมอน)
ไส้หมอนสัมผัสกับใบหน้า เส้นผม และหนังศีรษะทุกวัน เมื่อเวลาผ่านไปจะสะสมเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ไขมัน ฝุ่น แบคทีเรีย และไรฝุ่น ซึ่งกระทบผู้ที่ผิวแพ้ง่ายหรือมีปัญหาทางเดินหายใจ อีกทั้งหมอนเก่ามักยุบ เสียรูป ทำให้นอนหลับไม่สบายและส่งผลต่อกระดูกคอในระยะยาว
คำแนะนำ: เปลี่ยนไส้หมอนทุก 6 เดือน–1 ปี ตามวัสดุ ซักปลอกหมอนทุกสัปดาห์ และผึ่งแดดไส้หมอนเป็นระยะ
สรุป: การดูแลสุขภาพในบ้านไม่ได้ขึ้นกับความสะอาดเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการรู้จักเปลี่ยนของใช้ให้เหมาะสมตามเวลา เพื่อป้องกันโรคและยกระดับคุณภาพชีวิตของทั้งครอบครัว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แพทย์แนะนำ 7 ของใช้ในบ้านควรทิ้ง ประหยัดแค่ไหน ก็ไม่ควรฝืนใช้นานเกินไป
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th