หัวเรือใหญ่ Lenovo แนะผ่าตัดใหญ่ระบบราชการ-ศึกษา ชูไอทีปั้นเศรษฐกิจใหม่
ท่ามกลางบรรยากาศที่ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 2569 ขณะที่ทุกพรรคการเมืองมุ่งนำเสนอนโยบายเพื่อครองใจผู้ใช้สิทธิ "ฐานเศรษฐกิจ" เล็งเห็นความสำคัญของการวางรากฐานระยะยาว จึงจัดแคมเปญ Thailand Redesign : อนาคตออกแบบได้ ระดมความคิดเห็นจากผู้นำและผู้บริหารระดับสูงเพื่อร่วมออกแบบพิมพ์เขียวอนาคตประเทศให้ขับเคลื่อนไปอย่างยั่งยืน
นายวรพจน์ ถาวรวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเลอโนโว ประเทศไทย จำกัด ร่วมสะท้อนมุมมองเชิงโครงสร้าง เพื่อวางแนวทางสำหรับทศวรรษใหม่ โดยระบุว่าโครงสร้างที่ต้องได้รับการเปลี่ยนแปลงเป็นอันดับแรกคือ ระบบการศึกษาและระบบราชการ เนื่องจากเป็นแกนหลักสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อภาคส่วนต่างๆ ของประเทศ
สำหรับการสร้างความมั่งคั่งในอีก 5–10 ปีข้างหน้า ประเทศไทยควรปรับเปลี่ยนโมเดลเศรษฐกิจจากการพึ่งพารูปแบบเดิมมาเป็นการนำเทคโนโลยีไอทีผสานร่วมกับภาคการเกษตร
ขณะเดียวกันต้องเร่งยกระดับทักษะแรงงานไทยให้เท่าทันยุคสมัย โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะ Prompt Engineer และสนับสนุนให้นักศึกษามีทักษะการออกแบบความคิดภายใต้กรอบวัฒนธรรมที่ดีงาม เพื่อให้สามารถอยู่รอดและเติบโตได้ในเศรษฐกิจยุคใหม่
ในส่วนของการเพิ่มสมรรถนะภาครัฐ มีข้อเสนอให้ปรับโครงสร้างรัฐไทยให้เล็กลงและมีความคล่องตัวสูงขึ้นด้วยการลดขั้นตอนการทำงาน พร้อมชี้ว่าคอขวดอำนาจที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันคือระบบราชการ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจเชิงนโยบาย นอกจากนี้ รัฐควรพิจารณากระจายอำนาจเพื่อเพิ่มความสำคัญให้กับเมืองใหญ่อื่นๆ รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ในการย้ายเมืองหลวง เพื่อกระจายโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่
กลยุทธ์ด้านการเงินและขีดความสามารถทางการแข่งขัน มีข้อเสนอแนะที่น่าสนใจดังนี้:
- เสนอให้ปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แต่ให้เพิ่มสิทธิการลดหย่อนภาษีสำหรับคนชั้นกลางเพื่อลดภาระค่าครองชีพ
- มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ผ่านการลดภาษี ส่งเสริมการส่งออก และพัฒนาศักยภาพเพื่อดึงดูดทุนคุณภาพอย่างยั่งยืน
- รัฐบาลและพรรคการเมืองควรหยุดนโยบายประชานิยมทันที เนื่องจากเป็นอุปสรรคต่ออนาคตของประเทศ
- ประเทศไทยควรวางตัวเป็นกลางท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์บนเวทีโลก
สำหรับนโยบายเร่งด่วน (Quick Win) หลังการเลือกตั้ง รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น อย่างไรก็ตาม หากต้องเลือกเปลี่ยนทิศทางประเทศเพียงเรื่องเดียวภายในวาระเดียวของรัฐบาล นายวรพจน์ เน้นย้ำว่าต้องเป็นเรื่องการพัฒนาการศึกษา เพื่อไม่ให้ประเทศไทยต้องถอยหลังอีกต่อไป