โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

As You Stood By การต่อสู้ของผู้หญิงที่ถูกผู้ชายในครอบครัวกัดกินชีวิต และผู้หญิงบางคนก็หันหลังให้กันทั้งที่ออกปากโปรโมท ‘พลังหญิง’

Mirror Thailand

อัพเดต 10 พ.ย. 2568 เวลา 11.28 น. • เผยแพร่ 10 พ.ย. 2568 เวลา 11.28 น.
ภาพไฮไลต์

*มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญจาก 2 อีพีแรก

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ซีรีส์ที่บอกว่าผู้ชายทุกคนคือคนเลวส่วนผู้หญิงคือเหยื่อ และผู้หญิงด้วยกันต่างก็เป็นคนดีที่พร้อมใจจะจับมือกันแก้แค้น แต่ซีรีส์เกาหลีเรื่องนี้ให้ภาพที่กลมกว่านั้น และสะท้อนความจริงที่เกิดขึ้นกับหลายๆ ครอบครัว ทั้งในเกาหลีใต้และอีกหลายมุมโลก

ประเด็นหลักของเรื่องนั้นว่าด้วยสภาวะของผู้หญิงที่เลือกสร้างครอบครัวกับผู้ชายที่กลายเป็นผู้เลือกใช้ความรุนแรง ยิ่งผู้หญิงต้องพึ่งพาผู้ชายเรื่องเงินมากแค่ไหน ก็ยิ่งหมายถึงตกอยู่ภายใต้อำนาจของเขาเท่านั้น และยิ่งเขาตัวใหญ่ในความสัมพันธ์ เราก็ยิ่งตัวเล็กลงจนวิ่งไปทางไหนก็ไม่เจอทางออก และขณะที่ความรุนแรงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า คนรอบข้างที่เลือกจะเมินเฉย ก็มีส่วนร่วมรับผิดชอบด้วยเช่นกัน ดังเช่นชื่อเรื่องที่บอกเอาไว้ชัดเจนว่า As You Stood By หรือ “ขณะที่คุณก็ยืนอยู่ตรงนั้น”

As You Stood By ที่ใช้ชื่อไทยว่า ฆ่าไม่เงียบ เล่าถึง โจอึนซู’ ที่เข้ามาช่วยเพื่อนรักอย่าง ‘โจฮีซู’ ให้หลุดพ้นจากสามีที่ทำร้ายร่างกายเธออย่างต่อเนื่อง ด้วยการจบชีวิตเขาเสีย และเบื้องหลังการช่วยเหลือนั้น ส่วนหนึ่งเพราะอึนซูเองก็รู้สึกผิดที่เคยเพิกเฉยตอนที่แม่ของเธอเองถูกพ่อทำร้ายร่างกายตั้งแต่เธอยังเด็ก ดังนั้นในครั้งนี้ อึนซูและฮีซูจึงตัดสินใจว่าต้อง “จบวงจร” ความรุนแรงนี้สักที

ซีรีส์เลือกจะผลักเรื่องราวไปจนสุดขอบ เพื่อสะท้อนว่าทางเลือกของผู้หญิงที่ตกอยู่ภายใต้ความสัมพันธ์ที่รุนแรงมีจำกัดแค่ไหน จนฆาตกรรมกลายเป็นทางเลือกสุดท้ายที่อาจจะจบเรื่องได้ดีที่สุด

แล้วซีรีส์ก็พาเราไปดูกันต่อว่าความตายของผู้ชายคนนั้นเรียกว่าจบวงจรได้จริงไหม เพราะท้ายที่สุดการวางแผนฆาตกรรมก็ต้องตามมาด้วยผลของมัน และผู้คนรอบข้างคนทั้งคู่ก็เกี่ยวข้องสัมพันธ์ มันจึงไม่ใช่แค่เรื่องของเพศหนึ่งเพศใดที่ต้องลุกขึ้นมาสู่เพียงลำพัง แต่อาจดีกว่า หากทุกคนช่วยกัน แม้แต่ละคนจะเติบโตขึ้นมาและผ่านชีวิตมาแตกต่างกันก็ตาม

โจอึนซู: เด็กหญิงผู้ไม่เคยได้ไปซาวน่ากับแม่

เธอคือพนักงานขายที่ต้องคอยดูแลลูกค้าวีไอพี และก่อนหน้านั้นเธอคือลูกสาวที่ไม่เคยได้ไปซาวน่ากับแม่ตั้งแต่เรียนประถม ทั้งที่สิ่งนี้เป็นธรรมเนียมที่แม่ลูกชาวเกาหลีมักจะทำด้วยกันเพื่อยอมรับในร่างกายของกันและกัน แต่เหตุเดียวที่แม่ไม่เคยพาอึนซูไปซาวน่าด้วยกัน ก็เพราะแม่ไม่อยากให้อึนซูมองเห็นร่างกายที่เปลือยเปล่าของเธอ ซึ่งเต็มไปด้วยด้วยบาดแผลจากการถูกพ่อทำร้าย

ในตอนเด็กๆ อึนซูทำอะไรไม่ได้นอกจากพาน้องชายเข้าไปซ่อนในตู้เสื้อผ้า แล้วเมื่อทุกอย่างเงียบลงก็ออกมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

นี่คือสถานการณ์ที่เด็กหลายคนล้วนเคยเผชิญมาไม่ต่างกัน และหลายครั้งการพยายามช่วยของลูกๆ ก็ยิ่งทำให้ทุกอย่างเลวร้าย เมื่อคนเป็นพ่อยิ่งรู้สึกเคืองแค้นเพราะหลงเข้าใจไปว่าแม่เป็นคนทำให้ลูกไม่รักตัวเอง ในความคิดของผู้กระทำความรุนแรง นี่เป็นสิ่งที่ผู้ถูกกระทำจำเป็นต้องเก็บเงียบเอาไว้ หากไม่อยากถูกกระทำอีก จึงทำให้แม่หลายๆ คนเลือกที่จะเก็บเงียบเอาไว้คนเดียว ฝ่ายลูกเองที่แม้จะรับรู้เรื่องราวอยู่บ้างก็ไม่สามารถทำอะไรด้

และอึนซูก็เคยทำผิดพลาดเหมือนเด็กทั่วๆ ไป ที่เข้าใจว่าครอบครัวควรต้องอยู่พร้อมหน้ากัน พ่อ แม่ ลูก นั่นจึงทำให้เธอเคยขอให้แม่ยังคงอยู่กับพ่อต่อ ซึ่งเมื่อโตขึ้นเธอจึงได้เข้าใจว่าการทนอยู่ในความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความรุนแรงต่างหากที่ทำให้ครอบครัวผุกร่อนและพร้อมจะพังทลายลงได้ทุกเมื่อยิ่งกว่าการจากลากันตั้งแต่เนิ่นๆ

แม่ของอึนซูจึงเป็นตัวอย่างที่ใกล้ตัวเธอมากที่สุด ว่าแม้จะล่วงเลยมาจนค่อนชีวิตแล้ว ก็ยังคงไม่สามารถหลุดพ้นไปจากความสัมพันธ์ที่เป็นพิษร้ายนี้ได้ และแม้ทุกคนในครอบครัวจะรู้ดี นั่งกันอยู่อย่างพร้อมเพรียงในวันเกิดของแม่ ก็ยังไม่มีใครที่สามารถพาแม่ให้หลุดออกจากวงจรความรุนแรงได้เลย

การที่อึนซูเลือกเรียนศิลปะป้องกันตัวอย่างยิวยิตสู จึงเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่อย่างที่เธอพอจะทำได้ แต่การป้องกันตัวเองในการต่อสู้ซึ่งหน้า ก็ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาทุกอย่างเช่นกัน พร้อมๆ กันนั้นเธอก็ได้เรียนรู้ว่าทั้งแม่ เพื่อนสนิท หรือลูกค้าวีไอพีที่ตัวเองดูแลอยู่ ต่างก็กำลังตกอยู่ในความสัมพันธ์อันรุนแรง เธอจึงจำเป็นต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง เพื่อจะได้ไม่ต้องทนอยู่กับความรู้สึกผิดจากการแค่ยืนอยู่ตรงนั้นแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

โจฮีซู: หญิงสาวผู้ได้รับของขวัญสุดหรูทุกครั้งหลังถูกซ้อม จนมีกล่องของขวัญเรียงเต็มตู้

ก่อนแต่งงาน โจฮีซูเป็นนักเขียนนิทานเด็กที่เต็มไปด้วยความฝันและจินตนาการ แต่ดูเหมือนว่าหลังแต่งงาน ความหวังในชีวิตเธอก็เริ่มมอดดับลง และเธอก็ตัวเล็กลงเรื่อยๆ

โนจินยโพ ผู้เป็นสามีของเธอนั้นเรียกได้ว่าครบสูตรสามีปีศาจ เขาพยายามควบคุมชีวิตเธออย่างเบ็ดเสร็จ ติดกล้องวงจรปิดในบ้านเพื่อดูเธอ เลือกชุดให้เธอสำหรับไปออกงาน สามียังพยายามทำให้เธอโดดเดี่ยวจากเพื่อน เช่นบอกว่าไม่ค่อยชอบอึนซูที่เป็นเพื่อนสนิทของเธอ

ฮีซูเองเป็นแม่บ้านที่ไม่ต้องทำงานแถมยังได้ใช้แต่ของหรูหรา ดูเหมือนว่าเธออาจมีชีวิตที่สุขสบาย แต่ใครจะรู้ว่าทุกครั้งที่เธอได้รับของขวัญหรูๆ อย่างจีเวลรี่แบรนด์ดัง นั่นคือทุกครั้งที่เธอถูกสามีทำร้ายร่างกาย และราวกับตลกร้าย ในตู้เก็บของที่บ้านเต็มไปด้วยกล่องใส่จีเวลรี่ราคาแพงเรียงอยู่เป็นตั้งๆ จนแทบนับจำนวนไม่ได้

ขณะที่ในบ้าน ฮีซูต้องเป็นที่รองรับอารมณ์ของสามี ออกไปนอกบ้าน เธอยังต้องเป็นตุ๊กตาให้เขาใช้เป็นเครื่องประดับเสริมภาพลักษณ์ให้ตัวเอง หลังจากถูกทำร้ายในคืนก่อน วันต่อมาเธอยังต้องถูกเขาจับแต่งตัวสวยไปฟังงานบรรยายสุดหรูงานหนึ่ง

มันเป็นงานบรรยายเกี่ยวกับความตระหนักรู้เรื่องความรุนแรงในครอบครัว ที่ผู้หญิงมีอายุคนหนึ่งกำลังเล่าประสบการณ์ของตัวเอง “ฉันคิดว่าอย่างไรเสียมันก็คือความรัก เพราะเขาเป็นคนอบอุ่น และทำเพื่อฉันมากกว่าใครบนโลกใบนี้ แต่แล้วในที่สุด วินาทีที่ฉันรู้ตัว วินาทีนั้นฉันถูกทำร้ายปางตาย เมื่อถึงตอนนั้นความมั่นใจของเราจะถดถอยเกินกว่าจะหลุดพ้นได้ด้วยตัวเอง ดังนั้นจึงไม่อาจทำได้เพียงลำพัง เราต้องขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้างค่ะ อาจดูเหมือนว่าจะไม่มีใครช่วยเรา แต่ไม่ใช่ค่ะ มีคนที่จะช่วยเหลือเรามากกว่าที่คิด” ผู้หญิงบนเวทีกล่าว

“คำตรงข้ามของความรัก ไม่ใช่ความเกลียดชัง แต่คือคำว่าเพิกเฉยและละเลยต่างหากค่ะ” เธอพูดวรรคทองออกมา แต่แล้วซีรีส์ก็เฉลยให้เราเห็นว่าผู้บรรยายเจ้าของคำพูดสวยหรู เลือกบอกเล่าเรื่องนี้เพราะมัน “ขายได้” และข้อสรุปของเธอก็คือ “แค่ไม่ทำตัวให้โดนซ้อม แล้วทำดีต่อกันก็สิ้นเรื่อง”

ตลกร้ายยิ่งกว่าคือ ผู้บรรยายคนนั้นก็คือแม่สามีของเธอเอง

ผู้หญิงที่หันหลังให้กัน แม้จะปากจะพร่ำเรื่อง ‘พลังหญิง’

ขณะที่แม่สามีคืออินฟลูเอนเซอร์คนดังที่เป็นที่รู้จักจากการสร้างความตระหนักรู้เรื่องความรุนแรงในครอบครัวและส่งเสริมให้ผู้หญิงทุกคนลุกขึ้นมาช่วยกัน ส่วน ‘โนจินยอง’ น้องสามีของเธอก็คือตำรวจหญิงมากความสามารถ ที่มีความฝันอยากเป็น ‘อธิบดีกรมตำรวจหญิงคนแรกของเกาหลีใต้’

โดยภาพลักษณ์แล้ว ทั้งคู่เหมาะแก่การเป็นภาพแทนของ Women Empowering สุดๆ แล้ว แต่ในความเป็นจริง ขณะที่มีความรุนแรงเกิดขึ้นแทบจะตรงหน้าพวกเธอต่างก็เลือกที่จะเมินเฉย

แม่สามีของฮีซู เห็นบาดแผลบนร่างกายเธอชัดถนัดตา แต่ก็เลือกจะบอกว่ามันคือแผลจากการหกล้ม และย้ำกับเธอว่าไม่ควรทำตัวให้โดนซ้อม หรือกระทั่งตอนที่ลูกชายของเธอหายไป เธอที่ได้เห็นบาดแผลบนใบหน้าของลูกสะใภ้กลับดีใจ เพราะนั่นคือสัญญาณว่าลูกชายของเธอกลับมาแล้ว

ขณะที่โนจินยองซึ่งเป็นตำรวจหญิง และควรจะเป็นที่พึ่งพาของผู้หญิงที่ถูกทำร้ายมากที่สุด กลับเลือกจะบอกกับฮีซูว่า “ความรุนแรงในครอบครัวนั้น 99% เอาผิดไม่ได้” เพราะท้ายที่สุดมันก็คือเรื่องของผัวเมีย แถมบางครั้งผู้หญิงก็ทำร้ายตัวเองแล้วให้ร้ายสามี ดังนั้นคำแนะนำของเธอคือแก้ไขกันเองในครอบครัว และอย่าแจ้งความ

นั่นจึงไม่แปลก หากฮีซูจะได้ข้อสรุปว่า “ถ้าไม่ตายกันไปข้าง มันก็จะไม่จบ” เพราะเธอได้ทำทุกอย่างแล้ว ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือแล้ว พยายามแจ้งความแล้ว แม้กระทั่งพยายามหนีออกนอกประเทศแล้ว แต่ข้อจำกัดต่างๆ ในชีวิตก็ทำให้เธอต้องกลับมาอยู่กับเขา โดยที่คนรอบข้างเขาล้วนแต่ละเลยเพิกเฉย

และขณะที่อีพีต้นๆ ของ As You Stood By ฉายให้เรามองเห็นปัญหาที่ฝังรากลึกและเป็นเหตุให้สองเพื่อนรักอย่างโจอึนซูและโจฮีซูต้องลุกขึ้นมาช่วยกันตัดวงจรให้จบลง อีพีถัดๆ ไปก็ชี้ให้เห็นว่า ต่อให้มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตายไป ก็ไม่ได้แปลว่าวงจรนี้ถูกตัดจบลงอย่างสิ้นเชิง เพราะฝ่ายที่เพิกเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้นก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาและควรต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบด้วยเช่นกัน และมันอาจเป็นอย่างที่ตัวละครหนึ่งได้พูดเอาไว้ว่า “ถ้าลูกป้าไม่เติบโตมาเป็นคนพรรค์นี้ มันก็คง…” เพราะท้ายที่สุดเรื่องราวได้บานปลายใหญ่โตโดยมีจุดเริ่มต้นจากลูกชายคนหนึ่งที่ถูกเลี้ยงให้เติบโตขึ้นมาอย่างบิดเบี้ยว

เราจึงอาจต้องเริ่มต้นจากครอบครัว ในการหยุดผลิตและหล่อหลอมมนุษย์คนหนึ่งให้เติบโตมาเป็นผู้ใช้ความรุนแรง เพราะตอนนี้มีคนถูกกระทำอยู่มากมายโดยไม่มีใครรู้ และไม่ว่าคนเป็น แม่ เพื่อน หรือแค่คนรู้จักของคุณ ก็อาจกำลังต้องการความช่วยเหลืออยู่ และท้ายที่สุดที่ชีวิตของใครบางคนอาจต้องจบลงโดยที่เราก็ยืนอยู่ตรงนั้นตลอดมาก็ได้

บทความต้นฉบับได้ที่ : As You Stood By การต่อสู้ของผู้หญิงที่ถูกผู้ชายในครอบครัวกัดกินชีวิต และผู้หญิงบางคนก็หันหลังให้กันทั้งที่ออกปากโปรโมท ‘พลังหญิง’

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...