โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

ทันหุ้น

อัพเดต 23 ธ.ค. 2568 เวลา 03.03 น. • เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2568 เวลา 03.03 น.

#ทันหุ้น – บล.ฟินันเซียไซรัส มองแนวโน้มตลาดวันนี้ ประเมิน SET Index จะแกว่งตัว Sideways to Sideways Up โดยกรอบหลักปัจจุบันอยู่ที่ 1,250-1,285 จุด บรรยากาศการลงทุนโดยรวมยังผ่อนคลายจากสัปดาห์ก่อนจากหุ้นกลุ่ม Tech-AI ที่เริ่มฟื้นตัว อย่างไรก็ตามโดยรวมตลาดอาจยังไม่มีประเด็นบวกใหม่ที่ชัดเจนหลัง Event เศรษฐกิจสำคัญที่หมดลงช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยยังมีตัวเลขเศรษฐกิจรายงานประปราย คืนนี้รอติดตามยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนสหรัฐฯเดือน ต.ค. และ GDP 3Q25 2nd Est ก่อนเข้าช่วงวันหยุดเทศกาลคริสมาสต์

ขณะที่ปัจจัยในประเทศรอติดตามตัวเลขส่งออกเดือน พ.ย. ตลาดคาด +9% y-y เรามองว่าปัจจัยที่จะขับเคลื่อนตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไปอยู่ที่การเลือกตั้งซึ่งจะเริ่มคึกคักมากขึ้นในเดือน ม.ค. หลังจะเริ่มเปิดรับสมัคร ส.ส. วันที่ 27-31 ธ.ค. นี้ เรายังคาดหวังเชิงบวกอ่อนๆต่อโอกาสเกิด Pre-Election Rally ซึ่งจะหนุน SET Index ที่จะฟื้นตัวช่วง 2-4 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งจากเม็ดเงินหาเสียงที่จะสะพัดและทำให้การบริโภคในประเทศคึกคักมากขึ้น คาดหุ้นกลุ่ม Domestic และ Consumption Play อย่าง ค้าปลีก อาหาร ไฟแนนซ์ การแพทย์ อสังหาฯ เป็นต้น ซึ่งเป็น

กลุ่มที่ยัง Laggard ตลาดและมีระดับ Valuation ที่ค่อนข้างถูก
กลยุทธ์ เน้นกลุ่ม Domestic Play ที่โมเมนตัมกำไร 4Q25-1H26 ยังแข็งแกร่ง
หุ้นเด่นเดือน ธ.ค. : BDMS, BTG, CBG, MAGURO, WHAUP
FSSIA Portfolio : BA, BDMS, BTG, CBG, CENTEL, CPALL, KTB, MTC, WHAUP

หุ้นเด่นวันนี้ : TFG
• แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 6.30 บาท
• ระยะสั้นได้อานิสงส์จากทั้งราคาหมูไทยที่ปรับตัวขึ้น +6.5% m-m ยืนที่ 66 บาท/กก. ส่วนราคาหมูเวียดนามเริ่มดีดตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของเดือน ธ.ค. อย่างรวดเร็วอยู่ที่ 6.3-6.8 หมื่นด่อง/กก. สูงกว่าค่าเฉลี่ย 4QTD ที่ 5.6 หมื่นด่อง/กก. ขณะที่ฝั่งวัตถุดิบยังทรงตัวต่ำทั้งข้าวโพด กากถั่วเหลือง ยังเป็นบวกต่อต้นทุน
• ในด้าน Valuation ยังน่าสนใจ ปัจจุบันเทรด 2026PER เพียง 5.4 เท่า นอกจากนี้คาดยังให้ Dividend Yield สูงถึง 9-10% ต่อปีในช่วงปี 2025-26 คาดว่าจะเป็นปัจจัยที่ช่วยจำกัด Downside รวมถึงอาจเป็นเป้าหมายสำหรับหุ้นปันผลสูง
• แนวรับ 5-4.90 บาท แนวต้าน 5.40//5.70 บาท

ขณะที่ บล.ดาโอ คาดตลาดยังมีความผันผวนจาก สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และนักลงทุนยังรอความชัดเจนจากปัจจัยการเมืองเรื่องการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการลงทุนได้รับแรงหนุนจากปัจจัยต่างประเทศ ทั้งราคาทองคำที่ทำจุดสูงสุดใหม่ และ (ดอลล่าร์อ่อน+ดอกเบี้ยลด) การกลับมาซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติวานนี้ ซึ่งช่วยหนุนให้ค่าเงินบาทแข็งค่า … วันนี้ หากดัชนีฯ ยืนระยะได้ จะเป็นสัญญาณบวกสำหรับการเข้าซื้อรอบใหม่

ปัจจัยในประเทศ

  • ไทยและกัมพูชาตกลงที่จะหารือเงื่อนไขการหยุดยิงในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ในวันที่ 24 ธ.ค. นี้ ที่จังหวัดจันทบุรี ภายหลังการประชุมฉุกเฉินของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่กัวลาลัมเปอร์ เพื่อหาทางยุติการปะทะกันระลอกใหม่ที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 40 รายและประชาชนกว่า 5 แสนคนต้องอพยพออกจากพื้นที่
  • การเมืองไทย: ตลาดกำลังให้ความสนใจกับการเมืองไทยเป็นหลัก ทั้งการประกาศนโยบายพรรค ตลอดจนแคนดิเดตนายกฯ ซึ่งในสัปดาห์ก่อนปิดปีใหม่นี้หลายพรรคการเมืองเตรียมประกาศนโยบายหาเสียง ขณะนี้หลายมาตรการถูกหยุดชะงัก เป็นสุญญากาศการเมืองระยะสั้น ลุ้นเลือกตั้งจะมี Election Rally หากผลออกมาตรงใจนักลงทุน
  • Fund Flow และค่าเงินบาท: วานนี้ (22 ธ.ค.) นักลงทุนต่างชาติกลับมา ซื้อสุทธิ ในตลาดหุ้นไทย 763.98 ล้านบาท (SET+MAI) ส่วนตลาดตราสารหนี้ขายสุทธิ 672 ล้านบาท ด้านค่าเงินบาทแข็งค่าทำสถิติใหม่ในรอบ 4 ปีครึ่ง ปิดที่ 31.18 บาท/ดอลลาร์ สวนทางภูมิภาค โดยได้รับอานิสงส์หลักจากราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้น

ปัจจัยต่างประเทศ

  • GDP 3Q/25 ของสหรัฐฯ: วันนี้ (ตามเวลาสหรัฐฯ) ติดตามการรายงานตัวเลข GDP 3Q/25 ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่จะชี้นำตลาดในช่วงก่อนหยุดยาวปีใหม่ คาดการณ์จาก Bloomberg Survey อยู่ที่ 3.2% ชะลอจากการรายงานครั้งก่อนที่ 3.8% (GDP Q2/25)
  • ราคาทองคำและภูมิรัฐศาสตร์: ราคาทองคำตลาดโลกพุ่งทำ New High เหนือระดับ 4,400 ดอลลาร์/ออนซ์ จากแรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-เวเนซุเอลา (สหรัฐฯ ยกระดับการปิดกั้นการส่งออกน้ำมัน) และสงครามรัสเซีย-ยูเครน รวมถึงความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยขาลง… ข่าวนี้ บวกต่อหุ้นน้ำมัน(PTTEP) และทองคำ
  • ยูเครน-ยุโรป-สหรัฐ: Envoy Steve Witkoff เผยการหารือกับคู่เจรจายูเครนและยุโรปในฟลอริดาเป็นไปอย่าง “productive/constructive” ในความพยายามยุติสงคราม
    Strategy
  • ตลาดหุ้นวันแรกของสัปดาห์ มักจะมีความแรงกว่าปกติ และจะแผ่วลงในวันถัดมา แต่หากวันนี้ แรงซื้อยังหนาแน่นอยู่ จะเปลี่ยนอารมณ์ตลาดหุ้นให้เป็นบวกได้เลย แต่กลยุทธ์ ยังเน้นเก็งกำไรช่วงสั้นๆ และดักเก็บหุ้นที่ราคาลงมาลึกไปด้วย
  • เข้าสู่ฤดูกาลของการเก็บหุ้นเพื่อรับเงินปันผล เราแนะนำ PTTEP, ADVANC, SAT, PTT, KTB
  • ธีมบาทแข็งค่า: เงินบาทแข็งค่าหลุด 31.20 บาท เป็นบวกต่อหุ้นที่มีหนี้สกุลเงินต่างประเทศสูง และมีการนำเข้าสินค้าทุน เช่น BGRIM, GULF
  • ธีมทองคำขาขึ้น: ราคาทองคำทำ New High ต่อเนื่อง เป็นบวกโดยตรงต่อ AURA
  • หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ SCB ออก และนำ MTC* เข้ามาในพอร์ต หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย MTC(10%), CPF(10%), CPN(10%), CPALL(10%), IVL(10%), TTB(10%), PTTEP(10%), ADVANC*(10%)

Technical COM7, SAWAD

ขณะที่ บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,260 แนวต้าน 1,280 คาดความผันผวนของดัชนีเริ่มลดลงในช่วงวันหยุดเทศกาลคริสต์มาส กอปรสัปดาห์หน้ามีโอกาสเกิดภาวะ Window Dressing ในช่วงปลายปี แนะนำทยอยซื้อกลุ่มปลอดภัย & จ่ายปันผลสูง เช่น CPF, HMPRO, PTT, PTTEP, BLA, MC, DIF

CENTEL* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 38.00 บาท) แนวโน้มผลประกอบการ 4Q68 คาดกำไรเพิ่มขึ้น QoQ, YoY มีปัจจัยหนุนจากการเข้า season ท่องเที่ยว ประกอบกับได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นภาครัฐ ทั้งการลดหย่อยภาษีท่องเที่ยวเมืองรอง และส่วนงานราชการเบิกจ่ายงบประมาณสำหรับการอบรมสัมมนา โดยคาด Occupancy rate, ADR และ RevPar ของโรงแรมในไทยและมัลดีฟส์ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ธุรกิจอาหาร SSSG น่ากลับมาเป็นบวกได้ในเดือน ธ.ค. ส่วนแนวโน้มปี 699 โรงแรมใหม่เริ่มคืนทุนได้ ธุรกิจอาหารหนุนจากการซื้อ Lucky Suki และเน้นขยายแบรนด์ที่มีกำไรเติบโตดี อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรปี 68-69 ไว้ที่ 1.64 พันล้านบาท (-6%YoY) และ 1.89 พันล้านบาท (+15%YoY)

GULF* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 62.50บาท) คาดกำไร 4Q68 เติบโต YoY จากโรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐที่ demand การใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น, ส่วนแบ่งกำไร ADVANC ที่เพิ่มขึ้น, การรับรู้รายCOD โครงการโซลาร์ใน4Q68 ซึ่งจะทยอยรับรู้ต่อเนื่องไปยังปี 69และดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง สำหรับการเติบโตในปี 69 คาดว่าจะดีต่อเนื่องทั้งจากธุรกิจเดิมทั้ง โรงไฟฟ้า,Data Center,ส่วนแบ่งกำไร ADVANC,การขนส่ง LNG การเน้นการเติบโตระยะยาวจากการลงทุนในใหม่ๆในยุโรป/สหรัฐ และโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดในไทย consensus คาดกำไรปี 68 ที่ 2.83 หมื่นลบ.+5%YoY และปี 69 ที่ 3.00หมื่นลบ.+7%YoY

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...