โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทะเบียนสมรสของแซฟฟิก การรับรองบุตรบุญธรรมของคู่รักเกย์ และรักอันยืนยาวจนถึงวัยชราที่ ‘มีอยู่จริง’ ของ LGBTQ+ ดีเทลเล็กๆ แต่มีความหมาย จาก 3 คู่รักในซีรีส์ไทย ‘ตะวัน-ไอร่า’ ใน เพียงเธอ ‘พ่อครู-เขม’ ใน เขมจิราต้องรอด และ ‘ตฤณ-ธันวา’ ใน Shine

Mirror Thailand

อัพเดต 05 พ.ย. 2568 เวลา 07.33 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2568 เวลา 07.33 น.
ภาพไฮไลต์

‘ไอร่า’ (รับบทโดย ออม กรณ์นภัส) จากซีรีส์ ‘เพียงเธอ Only You’ โดนชาวเน็ตแซวกันสนั่นว่า “พกทะเบียนสมรสไปด้วยทุกที่!” ซึ่งไม่ใช่แค่การพกไปเฉยๆ แต่เธอพกเพื่อยืนยัน ‘สิทธิ์’ ในฐานะคู่สมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมายของคนรักสาวอย่าง ‘พี่ตะวัน’ (รับบทโดย หลิงหลิง คอง) ใช่ค่ะ บอดี้การ์ดคนเดียวกับที่เป็นมีมไปทั่วโซเชียลฯ จากซีนที่ขึ้นไปร้องเพลงท่อน “When I look at you มันฟ้องได้ด้วยตา…” หรือจะประโยคไวรัล “ไอร่ารู้ไหม เมื่อไหร่ที่บอดี้การ์ดจับปืน…” หรือจะ “มึงทำผู้หญิงกูเหรอ?!” ที่คนเอาแผ่นเสียงไปเล่นกันเต็มติ๊กต่อก

‘พ่อครู’ (รับบทโดย เก่ง หฤษฎ์) และ ‘น้องเขม’ (รับบทโดย น้ําปิง นภัสกร) จาก‘เขมจิราต้องรอด’ ซีรีส์ผีแห่งปีที่สอดแทรกวัฒนธรรมอีสานและเส้นทางความรักระหว่างหมอผีอุบลฯ กับหนุ่มหน้ามนต้องคำสาปไว้ได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งหลังจากฝ่าฟันความยากลำบากและอันตรายมากมายจนในที่สุดเขมจิราก็รอดแล้ว ทั้งคู่ก็ได้จดทะเบียนสมรสกัน และรับ‘บุตรบุญธรรม’ มาเป็นครอบครัวเดียวกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายเฉกเช่นเดียวกับคู่รักชาย-หญิงอย่างเท่าเทียม

‘ตฤณ’ (รับบทโดย อาโป ณัฐวิญญ์) และ ‘ธันวา’ (รับบทโดย มาย ภาคภูมิ) จาก ‘Shine’ ที่เป็น Original Gay Series โดย Be On Cloud ซึ่งแฝงไปด้วยบริบททางการเมืองของไทยในบริบทปี 2512 ที่แม้ในช่วงนั้นการเป็นเกย์จะยังไม่ถูกยอมรับอย่างเปิดเผยมากเท่าวันนี้ แต่ความรักที่ผ่านร้อนผ่านหนาวของทั้งคู่ที่ยาวนานมาถึงปี 2568 ที่ประเทศเรามีสมรสเท่าเทียม และเผยภาพแหวนที่นิ้วนางข้างซ้าย ก็เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความรักที่ ‘ยั่งยืน’ และ ‘มั่นคง’ ของคู่รักเกย์ที่ดีมากๆ

ความเป็นไปได้เหล่านี้เกิดขึ้นแล้ว เพราะไทยเรามี ‘สมรสเท่าเทียม’ และเมื่อความรักของคนทุกเพศเท่าเทียมกันโดยมีกฎหมายคุ้มครอง จะการนำเสนอความรักของ LGBTQ+ ทั้งในชีวิตจริงหรือจะในซีรีส์ที่เราดู มันก็ล้วนเป็นความรักที่ปกติธรรมดารูปแบบหนึ่งที่ซีรีส์สามารถเล่าเรื่องชีวิตหลังแต่งงานหรือจดทะเบียนสมรสออกมาได้ดู ‘จริง’ เพราะนี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริง

ไม่มีอีกแล้ว การแต่งงานแบบที่จดทะเบียนสมรสไม่ได้ มีลูกด้วยกันไม่ได้ หรือไม่สามารถมีสิทธิ์ในฐานะคู่สมรสใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเรื่องจริงวันนี้ คือความรักของทุกคู่เบ่งบานและสามารถวางแผนอนาคตร่วมกันในระยะยาวได้จริงๆ และนี่คือตัวอย่างจาก 3 ซีรีส์ดังในปีนี้ ที่ใส่รายละเอียดตรงนี้มาได้อย่างน่าพูดถึงทีเดียว

1. เพียงเธอ Only You โดย ช่อง 3

“ไอร่ายังไม่ได้เซ็นใบหย่า ก็แปลว่าไอร่ายังไม่เลิกกับพี่ตะวัน และจากทะเบียนสมรสใบนี้ นั่นหมายความว่า ไอร่ายังเป็นคู่สมรสที่ถูกต้องตามกฎหมาย นั่นก็แปลไปได้อีกว่าไอร่ามีสิทธิ์ในทรัพย์สมบัติทุกชิ้นของบอสของพวกพี่ๆ เพราะฉะนั้นบอกไอร่าได้หรือยังล่ะคะ ว่าพี่ตะวันอยู่ไหน?”

ประโยคของไอร่ามีส่วนทำให้เกิดฉายา “ผู้หญิงที่พกทะเบียนสมรสไปด้วยทุกที่” และแม้ฉากนี้ในซีรีส์จะถูกเล่าออกมาในสถานการณ์ที่ไม่ได้เคร่งเครียดอะไร ออกจะเป็นฉากที่ทำให้คนดูยิ้มและเอ็นดูไอร่ากันมากมายด้วยซ้ำ แต่จากคำพูดนี้ ก็สามารถเอามาพูดถึงประเด็นเกี่ยวกับ ‘สิทธิ์’ ที่เธอได้รับในฐานะคู่สมรสของพี่ตะวันได้

ไดอาล็อกดังกล่าวที่บอกว่าไอร่ามีสิทธิ์ในทรัพย์สมบัติทุกชิ้นอาจจะไม่ได้ถูกต้อง 100% เสียทีเดียว เนื่องจากหากทรัพย์สมบัติของพี่ตะวันเป็นสินส่วนตัวที่มีกรรมสิทธิ์ก่อนการสมรส หากพี่ตะวันไม่ได้ยกให้ไอร่าอย่างชอบธรรม เธอก็ไม่สามารถเอาทรัพย์สมบัตินั้นไปได้ แต่หากเป็นสินสมรสที่เป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างการสมรส ไอร่าถึงจะมีสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนนั้นตามที่ตกลงกันไว้

แต่ความน่าสนใจในการโชว์ทะเบียนสมรสนี้ คือหากวันใดวันหนึ่งที่พี่ตะวันเสียชีวิต ไอร่าจะมีสิทธิ์ใน ‘มรดก’ ต่างจากก่อนมีสมรสเท่าเทียมในไทย ที่เราคงเคยได้เห็นปัญหาต่างๆ ที่เมื่อคู่รักคนใดคนหนึ่งเสียชีวิต มรดกและทรัพย์สินต่างๆ จะตกไปอยู่ที่ครอบครัวแทนทั้งหมด โดยแบ่งทรัพย์สินตามทายาทโดยธรรมเป็น 6 ลำดับ ซึ่งอาจเกิดเป็นความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นได้เมื่อคู่สมรสไม่ได้อะไรเลย และน่าเศร้าไม่น้อยที่ทรัพย์สินบางอย่างที่คู่รักสร้างร่วมกันมา หรือผู้เสียชีวิตตั้งใจอยากมอบทรัพย์สมบัติใดๆ ให้ ไม่อาจตกไปอยู่ในมือคนรักที่ยังอยู่ได้ เนื่องจากกฎหมายไม่เอื้อ

และตอนนี้ ‘การมีทะเบียนสมรส’ ของคู่รักเพศเดียวกัน ก็เป็นเครื่องรับรองว่าคู่รักสามารถได้รับทั้งสินสมรสและมรดกของคนรักที่จากไปได้อย่างถูกต้อง ซึ่งช่วยลดปัญหาในครอบครัวที่อาจเกิดขึ้นได้เยอะเลยทีเดียว

และหากจะให้เป็นไปตามที่ไอร่าบอกว่ามีสิทธิ์ในทรัพย์สมบัติทุกชิ้นตามกฎหมายจริงๆ พี่ตะวันก็ต้องทำพินัยกรรมระบุให้ชัดเจนล่วงหน้าก่อนเสียชีวิต เพื่อให้ไอร่าได้รับสิ่งต่างๆ ตามที่พี่ตะวันตั้งใจไว้นั่นเอง

ป.ล. จริงๆ ถ้าไอร่าอยากจะสะดวกมากขึ้นในการพกทะเบียนสมรส ก็สามารถใช้แอปพลิเคชัน ThaiD เพื่อเป็นการยืนยันเอกสารสำคัญได้ในโทรศัพท์มือถือ แทนการพกใบทะเบียนสมรส แต่ถ้าเธอสะดวกที่จะพกไปไหนมาไหนเป็นความอุ่นใจส่วนตัว ก็สามารถพกได้เลยสาว!

2. เขมจิราต้องรอด โดยค่าย DoMunDi

เป็นการขอแต่งงานสไตล์หมอธรรมจริงๆ สำหรับพ่อครูภรัณที่ไม่ได้ขอเขมจิราแต่งงานด้วยการยื่นแหวน แต่ตาคนนี้เลือกยื่นฤกษ์แต่งงานที่กำหนดวันแต่งงานและจดทะเบียนสมรสเป็นวันที่ 21 มกราคม ปี 2571 (ซึ่งเป็นปีในอนาคตที่ซีรีส์กล่าวถึงในช่วงท้ายเรื่องของตอนจบ) ให้แทนซะเลย! และแน่นอนว่าน้องเขมของเราตอบตกลง เพราะผู้ชายที่รักและถนอมเราด้วยใจ แถมยังช่วยให้เรารอดชีวิตคนนี้ไม่ได้หากันได้ง่ายๆ หากันจนเจอแล้ว ก็ประคองความรักกันไปต่อด้วยใจมั่นคงตามข้อความในช่วงสุดท้ายของซีรีส์ “วาสนาพาให้ฮู้จัก ใจบ่ถิ่มพาให้ฮักยั่งยืน”

น้องเขมย้ายจากกรุงเทพฯ มาอยู่ที่อุบลราชธานีและเป็นครูประจำมหาวิทยาลัย และหลังจากจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ทะเบียนสมรสนั้นก็ตั้งโชว์อยู่ที่เรือนของพ่อครูภรัณ พร้อมกับเอกสารสำคัญอีกใบอย่าง ‘ทะเบียนรับบุตรบุญธรรม’ ที่ระบุชัดเจนว่า รับ น้องสิงห์ หรือ ด.ช. สิงหราช และ น้องเสือ หรือ ด.ช. พยัคฑา มาเป็นบุตรบุญธรรม ซึ่งก็คือดวงจิตของทองกับเอก 2 กุมารของพ่อครูมาเกิดใหม่นั่นเอง โดยมีการจดทะเบียนรับรองบุตรในวันที่ 21 มกราคม 2572

ถือเป็นฉากจบที่ทำเอาใครหลายๆ คนปลื้มใจไม่น้อย ที่เราได้เห็นภาพของครอบครัว LGBTQ+ พร้อมกับลูกๆ ที่น่ารักของทั้งคู่ เพื่อเป็นการบอกผู้ชมไปด้วยว่า ผู้ปกครองที่เป็นเกย์สามารถเลี้ยงดูลูกของตนให้เติบโตมาอย่างดีและได้รับความรักอย่างดี

ซึ่งหากย้อนกลับไปในอีพีแรก เราจะเห็นภาพของพ่อ-ลูกที่อยู่ห้องเช่าฝั่งตรงข้ามกับเขมจิรา ที่พ่อมีพฤติกรรมการใช้ความรุนแรง จับลูกล่ามโซ่อยู่ในห้อง ไม่สนใจความเป็นอยู่ของลูกจนลูกหิวโซ เขมที่มองเห็นผีของผู้เป็นแม่ของเด็กที่กำลังขอความช่วยเหลือ ก็ได้ซื้ออาหารไปให้เด็กคนนั้นกินประทังชีวิต และแจ้งความกับตำรวจให้ดำเนินคดีในที่สุด นี่เป็นภาพที่ชัดเจนว่า ปัจจุบัน การจะเป็นพ่อ เป็นแม่ที่ดี มันไม่ได้เกี่ยวกับ ‘เพศ’ ไม่ว่าจะเพศไหนก็มีทั้งผู้ปกครองที่ดีและไม่ดี ฉะนั้นความคิดโบราณที่ตัดสินหรือมองว่าครอบครัว LGBTQ+ อาจไม่สามารถเลี้ยงดูเด็กคนหนึ่งให้ดีหรือมีครอบครัวที่อบอุ่นได้ จึงไม่จริง และผู้คนก็ไม่ควรตัดสินกันด้วยอคติเชิงเหยียดเพศแบบนั้น

ความน่ารักไม่น้อยคือการที่ผู้กำกับซีรีส์อย่าง ครูเด่น-ภาณุวัฒน์ อินทวัฒน์ ในชีวิตจริงเขาก็เป็นคนในคอมมูฯ LGBTQ+ และได้ใช้สิทธิ์ตามกฎหมายในการจดทะเบียนสมรสกับคนรักเป็นที่เรียบร้อย แถมยังออกมาเล่าด้วยว่า วันที่จดทะเบียนตรงกับวันที่ออกกองเขมจิราด้วย! นี่จึงเป็นซีรีส์ที่มีความหมายต่อพวกเขา และยิ่งเพิ่มความอิมแพกต์ให้กับการใส่ดีเทลต่างๆ เรื่องสมรสเท่าเทียมลงไปได้อย่างงดงาม

ป.ล. ตามกฎหมายแล้วการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ผู้รับบุตรบุญธรรมจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี (นับตั้งแต่วันเกิดถึงวันที่ยื่นคำร้อง) และต้องมีอายุแก่กว่าเด็กที่จะเป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อย 15 ปี ซึ่งในซีรีส์ ทั้งคู่รับเด็กทั้งสองมาเป็นลูกตอนที่เด็กๆ มีอายุ 1 ขวบ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่หากว่ากันถึงอายุของน้องเขม ในใบทะเบียนระบุว่าเขาเกิดวันที่ 6 มิถุนายน 2547 หากรับรองบุตรในวันที่ 21 มกราคม 2572 นั่นแปลว่าเขมจิราจะมีอายุ 24 ปี 7 เดือน 17 วัน ซึ่งยังไม่ครบ 25 ปีบริบูรณ์ ในความจริงจึงต้องรอให้ถึงวันเกิดก่อนถึงจะจดได้

3. Shine จากค่าย Be On Cloud

แม้จะไม่ได้มีฉากจดทะเบียนสมรส แต่ความตั้งใจให้กล้องจับไปที่ ‘แหวน’ ที่สวมอยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย และทั้งคู่ก็จับมือกัน ก็เป็นสัญลักษณ์ของการแต่งงานอย่างที่เรารู้ๆ กัน ดังนั้น ตฤณ และ ธันวา ก็น่าจะได้มีโอกาสใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะคู่สมรสในปี 2568 หลังจากที่ทั้งคู่รักกันมานานตั้งแต่วัยที่เส้นผมยังเป็นสีดำ จนเส้นผมเปลี่ยนสีเป็นสีขาวทั้งหัว รวมๆ แล้วก็ 56 ปีเลยทีเดียว ตั้งแต่ในวันที่การเป็นเกย์ยังเป็นเรื่องยากในสังคม ผ่านทุกข์ผ่านสุขจนประเทศไทยค่อยๆ เปิดกว้างเรื่องความหลากหลายทางเพศมาเรื่อยๆ ทีละนิด จนถึงวันที่มีสมรสเท่าเทียมเกิดขึ้นจริง

ใน Shine เราได้เห็นถึงความหลากหลายทางเพศผ่านบริบทที่แตกต่างกันของตัวละคร เพราะทั้งตัวตฤณเองก็เคยมีแฟนเก่าที่รักมากๆ เป็นผู้หญิง และธันวาเองก็มีซีนที่บ่งบอกว่าเขาสามารถกุ๊กกิ๊กกุ๊กหม่ำกับผู้หญิงได้ ซึ่งตลอดทั้งซีรีส์ นอกจากความเข้มข้นของเนื้อเรื่องแล้ว การได้ explore รสนิยมทางเพศของตัวเอง ก็เป็นสิ่งที่เราได้เห็นจาก ตฤณ-ธันวา จนทั้งคู่ได้รักกัน ที่บริบทในซีรีส์ตรงกับ พ.ศ. 2512 หรือ ค.ศ. 1969 ที่เป็นช่วงเดียวกับการเกิดจลาจล Stonewall Riots ในนิวยอร์ก ที่เป็นจุดเริ่มต้นแรกๆ ของการต่อสู้กับความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นต่อ LGBTQ+ และกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทำให้ทุกเดือนมิถุนายนกลายเป็น Pride Month อย่างทุกวันนี้ และจุดประกายให้ทุกคนลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิ์เกี่ยวกับความเท่าเทียมทางเพศในปัจจุบัน

ตฤณ-ธันวา ก้าวข้ามผ่านเรื่องราวต่างๆ ทั้งความรู้สึกต่อตัวเอง การค้นหาตัวตน การเริ่มต้นความสัมพันธ์ครั้งใหม่ ที่นอกจากความรู้สึกรัก ยังต้องรับมือกับความคิดเห็นที่ต่างกัน ความไม่ลงรอย และการปรับตัวเข้าหากัน จากยุคที่เกย์ยังไม่ถูกยอมรับมากในสังคม จนถึงวันที่เรามีสมรสเท่าเทียมแล้ว การยึดมั่นในความรักของทั้งคู่ทำให้เราได้เห็นเลยว่าความรักของ LGBTQ+ สามารถ ‘ยืนยาว’ ได้จริง และในโลกนอกซีรีส์ ก็มีคู่รัก LGBTQ+ ที่รักกันมานานตั้งแต่วันที่ไม่สามารถรับสิทธิ์ใดๆ ในตัวคู่สมรสได้เลย จนวันนี้ที่แม้จะอายุมากแล้ว แต่พวกเขาก็สามารถเดินไปจดทะเบียนสมรสและอยู่ด้วยกันโดยถูกต้องตามกฎหมายสักที

เพราะทุกความรักดีๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับใครหรือเพศไหน ก็นับเป็นความรักที่มีคุณค่าเสมอ เราขอแสดงความยินดีกับคู่รักทุกคู่ทั้งคู่ที่ตัดสินใจร่วมกันว่าจะไม่แต่งงาน และคู่ที่แต่งงานและจดทะเบียนสมรสกัน ทั้งคนที่จดไปแล้ว และคนที่มีแพลนกำลังจะจดในอนาคตด้วยค่ะ

บทความต้นฉบับได้ที่ : ทะเบียนสมรสของแซฟฟิก การรับรองบุตรบุญธรรมของคู่รักเกย์ และรักอันยืนยาวจนถึงวัยชราที่ ‘มีอยู่จริง’ ของ LGBTQ+ ดีเทลเล็กๆ แต่มีความหมาย จาก 3 คู่รักในซีรีส์ไทย ‘ตะวัน-ไอร่า’ ใน เพียงเธอ ‘พ่อครู-เขม’ ใน เขมจิราต้องรอด และ ‘ตฤณ-ธันวา’ ใน Shine

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...